พี่เขยโหด เปิดแผนฆ่าน้องสะใภ้ ช็อตต่อช็อต โอ้ล่ะพ่อกลับพลิกลิ้น เปลี่ยนคำให้การ ชาวบ้านรุมสาปแช่ง





วันนี้ 10 ส.ค.กรณีนางสาวเต็ม ไชยโย อายุ 36 ปี เสียชีวิตในหนองน้ำสาธารณะท้ายหมู่บ้านชุมแสงใหม่ ต.ดงพลอง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ เนื้อที่กว่า 40 ไร่ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 61 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น.

และพบว่าศพมีความผิดปกติเพราะใบหน้าเขียว ซ้ำ ที่คิ้วซ้ายมีบาดแผลแตกเป็นแผลฉกรรจ์เย็บได้ถึง 13 เข็ม บริเวณท้ายทอยมีบาดแผลถูกกระแทกด้วยของแข็งมีเลือดไหลออกมา และบริเวณลำคอมีรอยฟอกซ้ำ คล้ายโดนบีบ

จนสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับชาวบ้าน ว่าเกิดจากอุบัติเหตุหรือฆ่ากรรม โดยในเวลาต่อมา ร.ต.อ สุพจน์ เทาขุนทด รองสารวัตรสอบสวน สภ.แคนดง บุรีรัมย์ ร้อยเวรเจ้าของคดี ได้ทำการอายัดศพของ น.ส.เต็ม ไชโย เพื่อนำไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลสุรินทร์

จนกระทั่งตำรวจ สภ.แคนดง ได้นำตัวนายสุพรรณ นวลวรรณ อายุ 50 ปี พี่เขยสามีของผู้เสียชีวิต มาสอบสวนและยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าเพียงคนเดียว เพราะบันดาลโทสะ

 

 

 

 

พี่เขยโหด เปิดแผนฆ่าน้องสะใภ้ ช็อตต่อช็อต โอ้ล่ะพ่อกลับพลิกลิ้น เปลี่ยนคำให้การ ชาวบ้านรุมสาปแช่ง





โดยวันนี้ตำรวจ สภ.แคนดง ได้นำตัวนายสุพรรณ ให้การสารภาพว่า ระหว่างที่เจอกันที่สระน้ำ นางเต็ม ผู้ตายได้บ่นให้ตนหลายเรื่อง นวลวรรณ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณสระน้ำสาธารณะท้ายหมู่บ้านชุมแสงใหม่ ต.ดงพลอง อ.แคนดง

การทำแผนนายสุพรรณ ได้เปลี่ยนคำให้การจากที่อ้างว่าถูกด่าแล้วบันดาลโทสะ ใช้ไม้ตีหัว แล้วต่อสู้กัน มาเป็นวางแผนฆ่า หลังจากถูกดุด่า แล้ววางแผนระหว่างที่ผู้ตายก้มล้างมือบริเวณบันไดปูนสระน้ำ ได้ใช้ไม้ที่เตรียมไว้ตีไม่ยั้ง 3 ครั้งแล้วใช้เท้าถีบตกลงในสระน้ำ ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านที่ไปดูการทำแผนว่าโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ เพราะถือว่าเป็นคนครอบครัวเดียวกัน

 

 

 

 

พี่เขยโหด เปิดแผนฆ่าน้องสะใภ้ ช็อตต่อช็อต โอ้ล่ะพ่อกลับพลิกลิ้น เปลี่ยนคำให้การ ชาวบ้านรุมสาปแช่ง




ด้านนายสมศักดิ์ ชุมสาย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ต.ดงพลอง กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับชุมชนตามชนบท เพราะส่วนใหญ่จะเอื้ออาทรกัน มีอาหารแบ่งปันกันมากกว่าจะทะเลาะกันเหมือนคนในตัวเมือง จึงอยากจะฝากถึงคนทั่วไปให้รู้จักอดทนอดกลั้นในยุคสังคมในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.โรมรัน จินดานุภาพ ผกก.สภ.แคนดง ระบุว่า ถือว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญ โดยจะคัดค้านการประกันตัวเพราะเกรงจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และอาจจะกลับคำให้การในชั้นศาล.

 

 

ภาพ/ข่าว วันชัย ผิวอร่าม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์