ยอมตายดีกว่าถูกจับ หนุ่มกรุงเก่าหนีสุดชีวิตกลับมาหาแม่ก่อนถูกตาม กระโดดลงน้ำจมหายกลายเป็นศพ





เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่  10 ส.ค.   ร.ต.อ.สถาพร  รักษาดี รองสว.(สอบสวน) สภ.ท่าช้าง อ.นครหลวง  จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท้าช้าง  ว่า มีชายหลบหนีการจับกุมกระโดดลงในแม่น้ำป่าสัก และจมสูญหาย บริเวณท่าน้ำวัดน้อย  หมู่ 4 ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง  ประสานเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำ สมาคมอยุธยารวมใจ  ลงงมหาผู้สูญหาย

 

 

ภาพจุดเกิดเหตุ





ในที่เกิดเหตุเป็นแม่น้ำป่าสักกว้างประมาณ 20 เมตร มีกระแสน้ำไหลแรง ชุดประน้ำ จำนวน 10 ชุด ลงงมหาผู้สูญหาย โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง  จนพบร่างและนำขึ้นมาบนฝั่ง ทราบชื่อนายนายคชารัตน์  พุกพูน อายุ 40 ปี ไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขายาวสีดำ ตรวจสอบ สภาพศพ เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาชันสูตรเบื้องต้นบนฝั่ง 

ร.ต.อ.สถาพร  รักษาดี รองสว.(สอบสวน) สภ.ท่าช้าง กล่าวว่า  เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ท่าช้างได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายคชารัตน์  พุกพูน อายุ 40 ปี ผู้เสียชีวิต ซึ่งมีหมายจับ หมายจับที่จ. 57 4/2558 ในคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด หมายออกวันที่ 23 พฤศจิกายน 2558แล้ว หลบหนีการจับกุมมาประมาณ2 ปี  ได้เดินทางมาหาแม่ที่บ้านใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ จึงนำกำลังไปตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวพบ นายคชารัตน์ อยู่ภายในบ้าน จึงได้แสดงตัวเพื่อจับกุม นายคชารัตน์ ไหวตัวทันวิ่งหลบหนีออกหลังบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามไป นายคชารัตน์  ผู้ตายได้กระโดดแม่น้ำป่าสักลงไปกลางแม่น้ำ จากนั้นได้จมน้ำหายไป ส่วนศพได้ให้เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ นำส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาล ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ  จ. ปทุมธานี เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตาย ต่อไป

 

 

ภาพชาวบ้าน




ทางด้าน พี่ชาย เผยว่า ผู้ตายได้กลับมาหาแม่ที่บ้านเนื่องจากใกล้วันแม่ แต่มาถูกตำรวจชุดสืบสวนสภ.ท่าช้างเข้ามาตามจับน้องชายตนเห็นจึงได้หนีแล้วกระโดดน้ำว่ายข้ามฝั่ง ตำรวจก็ติดตามไป จนน้องชายตนหมดแรงจมน้ำหายไปต่อหน้าชาวบ้านและตำรวจทึ่ติดตาม ตนถามจากชาวบ้านว่าได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด จึงคิดว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุไหมและที่มาบ้านของตนก็ไม่มีหมายตนเองจึงอยากเรียกร้องความเป็นธรรมในสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 

ภาพ/ข่าว เกียรติยศ  ศรีสกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.พระนครศรีอยุธยา