อบต.พิมาน โชว์ความสำเร็จ!! ผลวิจัยน้ำมันยางนา แทนน้ำมันดีเซล ลดต้นทุนการเกษตรเท่าตัว เร่งส่งเสริมเกษตรกร น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง (มีคลิป)


2017-07-17 17:35:16

 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560   นายบัญชา  ศรีชาหลวงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพิมาน อ.นาแก จ.นครพนม  พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร  นำเยาวชน นักเรียน นักศึกษาตัวแทนเกษตรกร รวมถึงสื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชมศึกษา ความสำเร็จเกี่ยวกับโครงการทดลองวิจัยนำเอาน้ำมันยางนา มาผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล ทดแทนน้ำมันดีเซล ใช้งานสำหรับเครื่องจักรทำการเกษตร ของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลพิมาน อ.นาแก จ.นครพนม  เพื่อเป็นการต่อยอด นำภูมิปัญญาชาวบ้าน บวกกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการเกษตร ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้  และเป็นการส่งเสริม ช่วยเหลือเกษตรกร ให้ลดต้นทุนมากขึ้น  

 




โดยเมื่อ 2ปี ที่ผ่านมา  ได้มีการตั้งศูนย์วิจัยทดลองนำน้ำมันยางนา มาใช้ทดแทนน้ำมัน กับเครื่องยนต์ดีเซ,การเกษตร ประเภท รถไถนาเดินตาม เครื่องสูบน้ำ  จนประสบความสำเร็จ และใช้งานได้จริง  ไม่มีปัญหาต่อระบบเครื่องยนต์  ที่สำคัญยังสามารถนำน้ำมันยางนา มาใช้ทดแทน น้ำมันดีเซลกับเครื่องยนต์ดีเซล รถไถนาเดินตามได้ 100 เปอร์เซ็นต์  ส่งผลดีต่อเกษตรกร เป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้  ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาส่งเสริมให้เกษตรกร นำไปใช้ในการทำการเกษตร  และมีการส่งเสริมเพาะปลูกเบี้ยต้นยางนา เพื่อการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล  เป็นพลังงานทดแทนในอนาคต

 นายบัญชา  ศรีชาหลวง  นายก อบต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม  เปิดเผยว่า  สำหรับ อบต.พิมาน  อ.นาแก จ.นครพนม  มีพื้นที่ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 11 หมู่บ้าน  ซึ่งที่ผ่านมาถือเป็นพื้นที่ ตำบลต้นแบบในการสนับสนุนส่งเสริม เกี่ยวกับโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางในหลวง รัชการ ที่ 9 มาอย่างต่อเนื่อง  เพราะพื้นที่ ตงพิมาน อ.นาแก จ.นคพรนม ถือเป็นพื้นที่สำคัญเคยเป็นพื้นที่สีแดง ที่เคยมีการสู้รบของอดีตกลุ่มสหาย พรรคคอมมิวนิสต์  จนกระทั่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากในหลวง รัชการที่ 9  ทำให้เกิดความร่มเย็นสงบสุข มาถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ อนุสรณ์สถานแห่งความสงบภูพานน้อย   เป็นสิ่งเตือนใจ ให้คนไทยรู้รักสามัคคี  ทำให้ ชาว ต.พิมาน อ.นาแก ได้น้อมนำเอาแนวทางเสรษฐกิจพอเพียงมาดำเนินชีวิต สร้างความเข้มแข็งชุมชน

 โดยทาง อบตงพิมาน ถือเป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา จึงได้มีการ จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงขึ้น ในพื้นที่ เพื่อเป็นต้นแบบ ส่งเสริมให้ประชาชน ได้ศึกษา นำไปเป็นแบบอย่าง ในการเรื่องของการทำการเกษตร ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผักสวนครัว ทำการเกษตร เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา  ทำไร่ ทำนา รวมถึงศึกษาทดลองเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ แบบภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน  ในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ แบบพอเพียง

 ที่สำคัญล่าสุดทาง อบต.พิมาน ร่วมกับชุมชนตำบลพิมาน  รวม 11 หมู่บ้าน   จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ทดลองวิจัย เกี่ยวกับการนำน้ำมันยางนา มาใช้เป็นพลังงานทดแทน ผลิตไบโอดีเซลลดต้นทุนในการเกษตร  ในพื้นที่สาธารณะ และป่าชุมชน ที่ชาวบ้านเรียกว่า ป่าดอนย่านาง เนื้อที่ กว่า 36 ไร่ ในพื้นที่ หมู่ 3 บ้านพิมาน ต.พิมาน อ.นาแก  ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ สำคัญ  ยังเป็นพื้นที่มีต้นยางนาจำนวนมาก กว่า 300 ต้น ที่มีการปลูกมาแต่อดีต บางต้นอายุมากกว่า 200 -300 ปี  มีขนาดใหญ่ ความสูง กว่า 50 เมตร  เป็นต้นทุนสำคัญในการทดลอง  ซึ่งใช้เวลามานานกว่า 2 ปี  นำเจ้าหน้าที่ มาศึกษาวิจัย ค้นคว้า ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตามทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่กับภูมิปัญญาชาวบ้าน จนประสบความสำเร็จ สามารถนำน้ำมันยางนา มาเป็นพลังงานทดแทน  กับเครื่องจักรกลการเกษตร รถไถนาเดินตาม ได้จริง  โดยขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เกษตรสามารถศึกษานำไปทำเองได้เลย  เป็นการลดต้นทุนได้เท่าตัว  เริ่มจากการนำน้ำมันยางนามาผสม ในอัตราส่วน 50  เปอร์เซ็นต์  กับน้ำมันดีเซล เพื่อทำการทดลองใช้งานจริง และมีการลดปริมาณน้ำมันดีเซลลง  ตามอัตราส่วน จนกระทั่งสามารถใช้น้ำมันยางนาทดแทนน้ำมันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกร  พร้อมได้นำร่องทำแปลงนาต้นแบบ เพื่อนำเครื่องจักรรถไถนาเดินตาม ใช้น้ำมันยางนา ลดต้นทุนทำการเกษตร  เพื่อให้เกษตรกร ได้มาศึกษาเรียนรู้ นำไปขยายผล ใช้ในการลดต้นทุน เป็นพลังงานทดแทนในอนาคต

 นอกจากนี้ควบคู่กันยังได้มีการวางแผน เตรียมการทำห้องวิจัยทดลองที่มาตรฐาน เพื่อศึกษาวิจัย นำน้ำมันยางนามาผลิตเป็นพลังานทดแทนที่มาตรฐาน รวมถึงนำไปต่อยอดน้ำมันยางนา ไปแปรรูปทำเป็นผลิตภันฑ์อื่นๆ ที่มีคุณสมบัตรสามารถทำได้  อีกทั้งมีการวางแผนทำการขยายพันธุ์เพาะต้นกล้ายางนาไปแจกจ่าย ให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้น ใช้เป็นต้นทุนการผลิตพลังงานทดแทนในระยะยาว  สิ่งที่ได้มากกว่านั้นคือ เป็นการเพิ่มพื้นที่ป่า ชดเชยการถูกทำลาย สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ธรรมชาติอีกด้วย เกษตรกรที่สนใจสามารถศึกษาเยี่ยมชมได้ ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และศูนย์วิจัยน้ำมันยาง นา อบต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม โทร .081-729-4334

 



ด้าน นายไพโรจน์  วงศ์หนายโกฏ  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านพิมาน ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม  เจ้าหน้าที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ต.พิมาน อ.นาแก เปิดเผยว่า  ตนเป็นตัวแทนที่รับหน้าที่ในการศึกษา วิจัย ร่วมกับหลายหน่วยงานที่มีข้อมูล ในการทดลองนำน้ำมันยางนา มาเป็นพลังงานทดแทน  ซึ่งปัจจุบันถือว่า ประสบความสำเร็จใช้งานได้จริง ลดต้นทุนการผลผลิตได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์  ซึ่งจากการศึกษา สำหรับต้นยางนา สามารถเริ่มเจาะน้ำมันได้ เมื่อต้นยางนามีอายุ ประมาณ 15 -20  ปี  บางพื้นที่มีการปลูกจำนวนมาก และมีอายุมากกว่า 200 -300 ปี  และเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่  ส่วนวิธีการถือว่าไม่ยุ่งยาก เพราะผ่านการทดลองมาแล้ว เริ่มจากการนำสว่านไฟฟ้า ใช้ดอกสว่าน ประมาณ 5 หุน  เจาะลงไปในเนื้อต้นยางนา ห่างจากพื้นประมาณ 30 -50 เซนติเมตร ความลึกประมาณ 15 – 20 เซนติเมตร  จากนั้น ใช้ขวดพลาสติกที่ต่อเป็นจุกสายยาง ประดิษฐ์ขึ้นเอง   นำสายยางไปเสียงเข้ากับรูที่เจาะในต้นยางนา  แล้วนำดินน้ำมันปิดกันรั่ว ให้น้ำมันยางนาไหลลง ขวด  ทิ้งไว้ประมาณ 2 -3 วัน  จะได้น้ำมันยางนา เต็มขวดปริมาณ ประมาณ 500 – 600 มิลลิลิตร  แล้วแต่ต้น หรือจุดที่เจาะว่ามีน้ำมันมากน้อย  สามารถเจาะได้หลายจุด เมื่อได้นำมันยางนา แล้ว สามารถย้ายไปเจาะจุดอื่นได้ ส่วนที่เดิม จะนำกิ่งยางนามาตอกเข้าไป เพื่อสมานแผล  จะคืนสภาพเป็นเนื้อไม้โดยธรรมชาติ  ไม่เป็นการทำลายต้นยางนาด้วย 

 หลังได้น้ำมันจะสังเกตว่า มีบางส่วนลอยขึ้นเป็นน้ำมันยางนา 100 เปอร์เซ็นต์ สีคล้ายน้ำมันดีเซล สามารถนำไปเติมเครื่องจักรกล รถไถนาเดินตามได้เลย สามารถผสมอัตราส่วนได้ แบบ 50 ต่อ 50 กับน้ำมันดีเซล หรือสามารารถเติมน้ำมันยางนาได้ 100 เปอร์เซ็นต์เลย แต่ต้องเริ่มสตาร์ทด้วยน้ำมันดีเซล    อีกส่วนจะตกตะกอนสีขาวก้นขวด สามารถใช้ได้เช่นกัน แต่ต้องผสมกับน้ำมันดีเซลแล้วนำไปเติม  ที่ผ่านมากว่า 2 ปี มีการทดลองใช้งานจริง กับเครื่องจักรกลรถไถนาเดินตามรอบเบา ไม่มีปัญหา กำลังไม่ตก  ที่สำคัญยังสามารถลดต้นทุนได้ดีมาก  จากปกติ น้ำมันดีเซล ปริมาณ 1 ลิตร  สามารถทำงานได้ 1 ชั้วโมง  แต่เมื่อเติมพลังงานทดแทนน้ำมันยาง ปริมาณเท่ากัน คือ ลิตร แต่ทำงานได้ประมาณ 3 ชั่วโมง ลดต้นทุนการผลิตได้ดีมาก  ปัจจุบันกำลังต่อยอดให้เกษตรกร นำไปใช้กับรถไถนาเดิน ตาม เครื่องสูบน้ำ   ในอนาคตจะมีการพัฒนาในเรื่องของคุณภาพมากขึ้น  รวมถึงการเร่งขยายพันธุ์ วางแผนขยายพื้นที่ปลูกเพื่อเป็นพลังงานทดแทนในระยะยาว  โดยสิ่งที่ได้ไม่เพียงพลังงานทดแทน แต่จะได้ธรรมชาติป่าไม้กับคืนมา เกิดความอุดมสมบูรณ์  ควบคู่กัน  ถือว่าเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกร  ซึ่งเป็นการกระบวนการที่ไม่ยุ่งยาก สามารถนำไปทดลองผลิตใช้ได้เลย หากมีต้นยางนา ทางศูนย์ยินดีแนะนำ ให้ความรู้ หากสนใจ

ประทีป วชิระธัญญากุล สำนักข่าวทีนิวส์ นครพนม

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////