ชุมชนบ่อสีเสียด เปิดเวทีเรียกร้องขอความเป็นธรรม!!หลัง รฟท.ทำหนังสือแจ้งให้รื้อถอนที่อยู่อาศัย อ้าง!บุกรุกทางรถไฟและบดบังทัศนียภาพ!?(มีคลิป)


2017-07-17 17:46:51

               เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 ชาวบ้านชุมชนบ่อสีเสียด ตำบลนาท่ามเหนือ อ.เมืองตรัง ประมาณ 100 คน เข้าร่วมรับฟังการเปิดเวทีรับฟังคิดเห็นและหาแนวทางบนพื้นฐานความถูกต้องการของพี่น้องประชาชนชุมชนบ่อสีเสียด เรียกร้องสิทธิ แต่ไม่ได้ขัดขวางการพัฒนาของประเทศตามนโยบายรัฐบาล เนื่องจากการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ทำหนังสือแจ้งให้รื้อถอนที่อยู่อาศัยและที่ทำกินในพื้นที่เขตรถไฟ โดยอ้างว่า ชาวบ้านบุกรุกทางรถไฟและบดบังทัศนียภาพ และมีชาวบ้านร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนจากการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในแถบพื้นที่เขตรถไฟมีทั้งน้ำเสีย และมลภาวะที่เป็นพิษ 

 




โดยมีเจ้าหน้าที่ กองเลขาเครือข่ายพัฒนาสิทธิชุมชนภาคใต้หรือเครือข่ายสลัม 4 ภาค เป็นคนช่วยประสาน ซึ่งหลังจากมีหนังสือร้องเรียนแจ้งรื้อถอนที่อยู่อาศัยและที่ทำกินยังไม่มีเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบหรือไกล่เกลี่ยแต่อย่างใด เมื่อปี 2541 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ยกเลิกสัญญาเช่า โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ประกาศยกเลิกให้ชาวบ้านเสียค่าเช่าที่  และหลังจากนั้นมาก็ไม่มีเจ้าหน้าที่มาทำความเข้าใจหรือชี้แจง ทำให้ชาวบ้านไม่ได้ไปชำระเงิน  หลังจากนั้นมีการแอบอ้างโดยมีเจ้าหน้าที่นำหนังสือของการรถไฟแห่งประเทศไทยเข้ามาเรียกเงิน 1,500-2,000 บาทว่าถ้าจ่ายเงินดังกล่าวให้จะดำเนินการให้ชาวบ้านมีสิทธิเช่าที่ดิน มีบ้านเลขที่ มีมิเตอร์ไฟฟ้า  แต่ในที่สุดชาวบ้านก็โดนหลอกไปหลายหลังคาเรือน ทิ้งช่วงไป 2 ปี มีเจ้าหน้าที่ถือหนังสือการรถไฟแห่งประเทศไทยเข้ามาอีก เรียกเงินครัวละ 700 บาท จะดำเนินการให้มีบ้านเลขที่ และมิเตอร์ไฟฟ้า อีก ชาวบ้านโดนหลอกไปถึง 2 ครั้ง            

    บ้านของนางสาวเบญจวรรณ ชอบชูผล อยู่บ้านเลขที่ 23/3 หมู่ 9 ต.นาท่ามเหนือ อ.เมืองตรัง ลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียว โดนหนังสือสั่งให้รื้อถอนภายใน วันที่ 27 มิถุนายน-11 กรกฎาคม 2560 กล่าวว่าตนเองได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก กินไม่ได้นอนไม่หลับ พอได้ยินเสียงรถมีความผวาอย่างเดียวกลัวเขาจะเอารถมาไถบ้านรื้อบ้านของตน ตนเองมาอยู่ที่นี่ 14 ปีแล้ว ซึ่งก่อนนั้นแม่บุญธรรมเป็นคนซื้อที่ดินตรงนี้ให้ ซึ่งตนเองโดนข้อหาบุกรุกที่รถไฟ ซึ่งตนเองอยากจะเรียกร้องกับการรถไฟแห่งประเทศไทยว่าตนเองไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนขอเช่าที่ได้หรือไม่ ได้คำตอบมาว่าไม่ได้ให้รื้อถอนออกอย่างเดียว ตนเองได้ไปพึ่งศูนย์ดำรงธรรมแต่ก็ไม่ได้รับความชัดเจน สันติบาลเข้ามาสอบถามข้อมูลและส่งเรื่องไป ทางเรือข่ายสลัม 4 ภาค ทราบข่าวก็ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือ ถ้าหากตนเองโดนไล่ออกจากที่นี่ เดือดร้อนมากเพราะไม่รู้จะอยู่ไหน ไม่รู้จะไปประกอบอาชีพอะไร เดือดร้อนมากเพราะลูกยังเล็กมาก



นอกจากนั้นชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งของการรถๆฟ คือ นางมาลี บัวรักษ์ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 9 ต.นาท่ามเหนือ อ.เมืองตรัง ลักษณะบ้านเป็นบ้านแฝด แต่ในขณะนี้ไม่สามารถต่อเติมหรือสร้างได้ต้องปล่อยให้ผุพังลงไป ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่บังคับคดีสั่งให้รื้อถอนที่อยู่อาศัย ยกมือไหว้อ้อนวอนขอความเมตตา ในขณะที่กล่าวว่าตนเองมีความเดือดร้อนมาก ทุกวันนี้เครียดมาก เพราะว่าทางรถไฟให้หนังสือมาแจ้งรื้อบ้าน เมื่อปี 55 เจ้าหน้าที่ตำรวจคลองเต็งนำตัวไปโรงพักและบังคับคดีและศาลโดนจำคุกไป 1 วัน สั่งประกันตัว 40,000 บาท ปรับอีก 2,500 บาท ซึ่งหลังจากนั้นตนเองก็อยู่มาเรื่อย ๆ เพราะไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่เข้ามาบอกว่าอีก 45 วันจะเข้ามาติดหมายศาลอีก พอรู้ตนเองตกใจช็อก ชักเข้าโรงพยาบาล 5 คืน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็มาติดหนังสือหมายบังคับคดี ถ้าถูกรื้อบ้านตนเองเดือดร้อนมากเพราะไม่มีบ้านอยู่ ตนเองอยู่ที่นี่มา 38 ปีแล้ว อยากเรียกร้องความเป็นธรรมอยากให้หน่วยงานทุกหน่วยงานช่วยเหลือคิดว่าสงสารคนจนคนแก่ที่เป็นมะเร็งใกล้ตาย เนื่องจากโรคเครียดมาก อยากขอร้องทุกหน่วยงานอย่ารื้อบ้านของตนเพราะตนเองไม่มีที่อยู่จริง และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหาให้ชาวบ้านอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม ในการเปิดเวทีเพื่อเรียกร้องของความเป็นธรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ ได้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทั้งตำรวจสันติบาล เจ้าหน้าที่ กอ รมน. และฝ่ายปกครอง ได้เข้าติดตามความเคลื่อนไหวและเรียกร้องขอความเป็นธรรมของชาวบ้านอย่างใกล้ชิด มีการสัมภาษณ์ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งสอบถามการช่วยเหลือของภาครัฐที่ผ่านมา ว่ามีหน่วยงานใดเข้าช่วยเหลือชาวบ้านอย่างไรบ้าง เพื่อรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบต่อไป

 

ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ทีนิวส์ จังหวัดตรัง