ใจไม่ด้านพอ!! "เฮียเก้า" ประกาศถอยดีกว่า ปิดตำนานแสงไทยซีฟู้ดถาวร ยันยกให้ราชการใช้ประโยชน์เพื่อส่วนรวม แม้ผู้ประกอบการบางรายยังไม่รื้อถอน!?


2017-08-11 17:23:19

วันที่ 11 สิงหาคม นายเก้า มงคลฐิติพร หรือ เฮียเก้า อายุ 58 ปี เจ้าจองร้านแสงไทยซีฟู้ด เขตเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ปลดป้ายและประกาศยกเลิกการสร้างอาคาร หลังจากขึ้นป้ายจะกลับไปก่อสร้างร้านอาหารเพื่อจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่บริเวณริมถนนนเรศดำริห์ ใกล้สะพานปลาหัวหิน เพื่อให้ทางราชการนำพื้นที่สาธารณะประโยชน์ดังกล่าวใช้เพื่อประชาชนส่วนรวม โดยก่อนหน้านี้ตนได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวมานานกว่า 35 ปี และเมื่อ 2 เดือนก่อนได้ขึ้นป้ายประกาศว่าจะกลับมาขายที่เดิม เนื่องจากตนเป็นรายแรกที่รื้อสิ่งปลูกสร้างอาคารตามหนังสือสั่งการของเทศบาลเมื่อหัวหินเมื่อเดือนธันวาคม 2559 ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2552 สั่งให้รื้ออาคารภายในเวลาที่กำหนดและตนได้ใช้เวลารื้อ 9 วัน แต่ต่อมาทราบว่าผู้บุกรุกรายอื่นที่บุกรุกชายหาด ตั้งแต่สะพานปลาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม ยังไม่ได้รื้อถอนอาคาร โดยมีการประกอบธุรกิจร้านอาหาร โรงแรมตามปกติ และทราบว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติในการใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าทำการรื้อถอน ทั้งนี้ หลังการรื้อถอนร้านอาหารใกล้สะพานปลาหัวหิน จากนั้นได้เปิดร้านซีฟู้ดชื่อเดิมที่ซอยหัวหิน 51 ถนนแนบเคหาสน์ ปัจจุบันมีลูกค้าขาประจำให้การสนับสนุน เนื่องจากได้รับความสะดวกทั้งสถานที่จอดรถและการเดินทาง




นายนครินทร์ คีรีเพชร เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สาขาปราณบุรี กล่าวว่า หลังจากได้รับหนังสือจากนายพนมฤทธิ์ หอมนิจสกุล รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินจำเลยเพื่อชำระค่าปรับตามคำพิพากษากรณีศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ปรับรายวัน ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 หลังจากเทศบาลหัวหินยื่นฟ้องฐานปลูกสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น กับ ผู้บุกรุกชายหาดหัวหิน ตั้งแต่สะพานปลาหัวหิน ถึง ศาลเจ้าแม่ทับทิมโดยพนักงานอัยการมีอำนาจหน้าที่ในการยึดทรัพย์สินจำเลยเพื่อชำระค่าปรับ และ ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินตรวจสอบหลักฐาน ล่าสุดมีผู้จ่ายค่าปรับเพียงรายเดียวจำนวน 4 แสนบาท และพบว่าผู้มีรายชื่อส่วนใหญ่เป็นนอมินีรับรับเป็นเจ้าของอาคารเพื่อรับชำระค่าปรับแทนนายทุน และปัจจุบันไม่มีทรัพย์เพื่อจ่ายค่าปรับดังกล่าว ทำให้มีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือ

 



สำหรับรายชื่อทั้งหมดประกอบด้วย นายเมธา บุญนิธิ นายเฉลียวหรือเฉลียง พันธ์สัมฤทธิ์ หรือสีดอกบวบ นายพรหมมิน บุญนิธิ นางกมลศรี อยู่เจริญ หรือ บุญนิธิ นางอังคณา บุญนิธิ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามสำเนาบังคับคดีศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หมายเลขดำที่ 3571/2546 , 35862/2546,3752/2546 ,38.3/2546 ,1605/2547,3027/2547 คดีหมายเลขแดงที่ 3081-7 /2549 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2560 โดยให้ตรวจสอบว่าบุคคลทั้งหมดเป็นผู้ถือสิทธิในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่ดิน ห้องชุด โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น พร้อมราคาประเมินส่งให้สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯทราบเพื่อทำการยึดทรัพย์ขายทอดตลาดต่อไป หลังจากศาลสั่งปรับรายละกว่า 1 ล้านบาท

 

ภาพ/ข่าว นิพล ทองเก่า ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ประจวบคีรีขันธ์