ศึกแย่งลูกวันแม่!! ฝ่ายหญิงอ้างฝ่ายชายติดสาว ส่วนฝ่ายชายอ้างฝ่ายหญิงติดเที่ยว พม.ต้องเข้ามาดูแล (มีคลิป)


2017-08-12 19:41:58

จากกรณีมีเฟสบุคเผยแพร่คลิปที่ใช้ชื่อว่า Social Hunter พร้อมข้อความว่า

!!!! ศึกแย่งลูก !!!!!

เท่าที่กูไปเสือกเบื้องต้นมา คือผู้ชายไปเอา (แย่ง) ลูกมาจากผู้หญิง ช/ญ เคยอยู่ด้วยกัน จนฝ่ายหญิงท้องแล้วฝ่ายชายไม่รับผิดชอบ จน ญ คลอดน้องแล้วเลี้ยงมาเอง 7-8 เดือน ต่อมาข้างบ้านผู้ ญ ที่ไม่ถูกกันไปคุยกับบ้านฝ่ายชาย ประมาณว่า ผู้ ญ. สูบบุหรี่ เที่ยวเตร่ เอาบุหรี่จี้ลูก บลาๆ (คำบอกเล่าจากผู้ ญ.ฝ่ายเดียวนะ) ผู้ชาย จึงพาญาติมาเอาเด็กไป !!! พอไปแจ้งความ ตร. บอกให้ไกล่เกลี่ย !! กูมีคำถามคือ...
1..พ่อ-แม่ ฝ่ายหญิงไปไหน??
2..ญาติที่เห็นมีแต่ของฝ่ายชาย จริงหรือไม่
ไม่ชี้ทางไหนทั้งนั้น กูว่ามีอะไรในกอไผ่แน่นวลลลลล !!!!

 

 




จากนั้นได้มีการแชร์ไปอย่างรวดเร็ว และต่างก็ได้แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ อย่างมากมายและทราบต่อมาว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 6 ต.พุเตย อ.วิเชียรบุรี ต่อมาวันที่ 12 ส.ค.2560 ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่พร้อมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พุเตย อ.วิเชียรบุรี พบกับนางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นผู้หญิงในคลิปและเป็นแม่ของเด็ก ซึ่งเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่าตนกับกับแฟนอยู่กินด้วยกันตั้งแต่ตนอายุ 13 ปี จากนั้นอีก 1 ปีก็มีลูกชายด้วยกันชื่อน้องไตเติ้ล ต่อมาเมื่อแฟนได้งานทำที่บริษัทแห่งหนึ่งใกล้บ้านจึงได้ย้ายออกไปเช่าบ้านพักใกล้ที่ทำงาน โดยแฟนทำงานคนเดียว ส่วนตนเลี้ยงลูกอยู่บ้านพัก กระทั่งช่วงหลังแฟนไปคบกับผู้หญิงอื่นจึงได้ทะเลาะกันตนจึงเอาลูกกลับมาอยู่ที่บ้านพ่อโดยที่แฟนไม่เคยดูแลเลย กระทั่งวันเกิดเหตุจู่ ๆ แฟนกับญาติได้มาแย่งเอาลูกไปตนไม่ยอมจึงได้ไปแจ้งความและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไกล่เกลี่ยให้สลับกันเลี้ยงดูคนละเดือน



ต่อมาผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 47 หมู่ 4 ต.วังใหญ่ อ.วิเชียรบุรี พบกับนายมณฑล พนมเขตต์ อายุ 22 ปี พ่อของน้องไตเติ้ล ซึ่งให้การว่าตนกับน้องหลงคบกับน้องหลงขณะนั้นโดยน้องหลงบอกว่าอายุ 14 ปีและได้เข้ามาอยู่ที่บ้านของตนกระทั่งตั้งท้องซึ่งตนและพ่อแม่และญาติ ๆ ก็ได้ดูแลอย่างดี กระทั่งคลอดก็ได้ช่วยกันดูแลและเลี้ยงดูน้องไตเติ้ลอายุเกือบ 1 ขวบ ตนก็ได้งานที่บริษัทแห่งหนึ่งห่างจากบ้านประมาณ 30 กิโลเมตร ตนจึงย้ายไปเช้าบ้านพักใกล้กับที่ทำงานพร้อมกับแฟนและลูกชายโดยที่ให้แฟนมีหน้าที่เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านพัก แต่มาระยะหลังแฟนชอบหนีเที่ยวปล่อยให้ลูกอยู่บ้านเพียงลำพัง จึงเกิดการทะเลาะกันแฟนจึงพาลูกกลับมาอยู่ที่บ้านพ่อโดยให้แม่เลี้ยง(แฟนใหม่พ่อ) เป็นคนดูแล ส่วนแฟนทราบมาว่ายังเที่ยวเตร่เช่นเดิม ในบางครั้งแม่เลี้ยงก็แอบมาหาตนเองที่บ้านเพื่อมาขอเงินซื้อนมบ้าง ซื้อกับข้าวบ้าง ตนเห็นว่าหากปล่อยให้ลูกอยู่กับแฟนก็อาจจะเลี้ยงดูลูกได้ไม่ดี จึงอยากที่จะขอนำมาเลี้ยงเอง จนกระทั่งเกิดเรื่องดังกล่าว แต่ทั้งนี้ได้มีการเจรจาและบันทึกตกลงไว้ที่สถานีตำรวจแล้ว ก็ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงมีการโพสต์คลิปดังกล่าว ซึ่งกระแสโซเชียลทำให้ตนและญาติ ๆ เสียหายเป็นอย่างมาก ตนจึงอยากจะให้ฟังเหตุผลทั้งสองด้าน

ด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กล่าวว่าจากการลงพื้นที่เพื่อมาหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาที่ตัวเด็กเป็นหลักซึ่งจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลแล้วก็จะได้ประชุมร่วมกับทีมสหวิชาชีพซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ เพื่อพิจารณาว่าเด็กควรที่จะอยู่ในความดูแลของใคร แต่ถ้าหากยังมีการคัดค้านของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือตกลงกันไม่ได้ก็ต้องให้ทั้งสองฝ่ายไปฟ้องร้องให้ศาลพิจารณาตัดสินต่อไป

ภาพ/ข่าว อารีย์  สีแก้ว  เพชรบูรณ์