แขวงทางหลวง นครศรีธรรมราช ที่ 1 ยืนยันการก่อสร้างท่อเหลี่ยมระบายน้ำ มีป้ายสัญญาณ ป้ายไฟ ป้องกันเพื่อความปลอดภัย ตามมาตรฐานกรมทางหลวง


2017-10-12 22:55:00

จากกรณีเหตุการณ์ น.ส.กานต์สิริ เฮงพูลสวัสดิ์ อายุ 45 ปี ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสันมาร์ช สีส้ม ทะเบียน กธ -3796 นครศรีธรรมราช เสียหลักลอยละลิ่วตกลงไปในหลุมสถานที่ที่กำลังท่อระบายน้ำลอดใต้ถนนสายเบญจมฯ - นาพรุ เลนขวา ฝั่งขาออกเมือง หมู่ 5 ต.ไชยมนตรี อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเช้ามืดวันที่ 11ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้นางจรรยา มาศสุวรรณ อายุ 45 ปี เพื่อนสาวที่นั่งมาด้านข้างเสียชีวิตคาที่ทันที ส่วน น.ส.กานต์สิรี ได้รับบาดเจ็บสาหัส จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสะเพร่าของผู้รับเหมาก่อสร้างและหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการนี้ ที่ติดตั้งสัญญาณไฟและป้ายเตือนไม่ชัดเจนจน ทำให้เกิดเหตุสลดดังกล่าว

 




เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 12 ต.ค.60 นายปรีชา วิเศษสิทธิ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวง นครศรีธรรมราช ที่ 1 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า โครงการก่อสร้างท่อเหลี่ยมระบายน้ำ เป็นโครงการที่สืบเนื่องจากพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ประสบอุทกภัยเมื่อปีที่ผ่านมา กรมทางหลวงจึงมีนโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยเปิดช่องทางระบายน้ำตามถนนเส้นต่าง ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากอุกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของกระทรวงคมนาคม ปี 2560 จึงดำเนินการโครงการก่อสร้างท่อเหลี่ยมขนาดกว้าง 1.80 เมตร ยาว 1.80 เมตร ตามสัญญาบนถนนเส้นดังกล่าวมี 4 จุด ทั้งขาเข้าเมือง และฝั่งออกเมือง รวม 8 จุด ระยะเวลาก่อสร้างแต่ละจุดใช้เวลา 150 วัน ซึ่งจุดเกิดเหตุเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.60 ก่อนก่อสร้างจะมีการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางทราบตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ส.ค.60

นายปรีชา กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุวิสุดวิสัย ที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น ตนขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ หลังเกิดเหตุทางแขวงทางหลวงนครศรีธรรมราช ก็ไม่ได้นิ่งดูดายแต่อย่างใด ยืนยันว่าจะดูแลผู้บาดเจ็บ และญาติผู้เสียชีวิต ตามหลักมนุษยธรรม หลังเกิดเหตุตนจะเดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด จึงไม่มีโอกาสที่จะเข้าเยี่ยม ส่วนผู้เสียชีวิตทราบว่าขั้นตอนการดำเนินการรับศพของญาติยังไม่เรียบร้อยในวันเกิดเหตุ เมื่อช่วงบ่ายวันนี้(12 พ.ค.) ตนและผู้เกี่ยวข้อง เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังผู้บาดเจ็บพร้อมมอบเงินส่วนตัวที่รวบรวมจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง มอบให้กับญาติผู้บาดเจ็บ และช่วงค่ำวันนี้ ตนและผู้เกี่ยวข้อง จะเดินทางไปร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพของผู้เสียชีวิต เพื่อให้กำลังใจและกับมอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นการช่วยเหลือ



 

ส่วนการดำเนินการด้านความปลอดภัยบริเวณจุดก่อสร้าง ขณะนี้ป้ายสิ่งกีดขาวง ป้ายสัญญาณเตือน และไฟสัญญาณเตือนที่มีกว่า 10 จุด ที่วางเรียงรายบนถนนก่อนจะถึงจุดก่อสร้างรวมระยะทางกว่า 300 เมตร ถูกรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ขับรถพุ่งชนจนได้รับความเสียหายทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีรถบรรทุกสิบล้ออีกคันที่ขับลากสิ่งกีดขวาง ป้ายสัญญาณ และไฟสัญญาณเตือนไปกองอยู่เลนซ้ายทั้งหมด ทำให้บนถนนก่อนถึงที่ก่อสร้างมืดสนิท จากนั้นไม่กี่นาทีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสันมาทร์ สีส้ม คันเกิดเหตุ วิ่งตามหลังมาเลนขาว ในสภาพถนนที่มืด ทำให้คนขับมองไม่เห็นว่าข้างหน้ามีการก่อสร้าง จึงเสียหลักพุ่งลงไป ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ หลังจากนี้ทางแขวงทางหลวงจะนำป้ายสิ่งกีดขวาง ป้ายสัญญาณเตือน และป้ายไฟสัญญาณ เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมให้เกินมาตรฐานของกรมทางหลวง และเพิ่มกองทรายก่อนถึงจุดก่อสร้างเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น อย่าไรก็ตามก็มีเสียงวิพากวิจารย์ ว่าทำไม่ไม่มีการนำแท่งแบริเออคอนกรีต มาวางป้องกันก่อนถึงจุดก่อสร้าง อยากให้เข้าใจว่าแท่งแบริเออคอนกรีตนั้น หากนำมาวางกั้นบนถนน อาจเสี่ยงที่จะเกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินขึ้นได้ เพราะหากมีรถจักยานยนต์หรือรถยนต์เล็กเสียหลักพุ่งชนแท่งแบริเออคอนกรีต เพราะแท่งแบริเออ ไม่สามารถยืดหยุ่นแรงปะทะการชนได้

นายปรีชา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ทางแขวงทางหลวงชนบท นครศรีธรรมราช ที่ 1 ต้องขออภัยในความไม่สะดวกกับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนผ่านเส้นทางก่อสร้างท่อระบายน้ำป้องกันน้ำท่วม คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จเดือนพฤศจิกายน 2560 นี้ พร้อมฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน ขอให้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เมื่อขับผ่านสถานที่ก่อสร้าง ควรปฏิบัติตามกฎ ตามป้ายสัญญาณเตือน เช่น ความเร็วควรไม่เกิน 40 กม./ชม.

 

ข่าว/ภาพ  ชชาดล เจริญพงศ์ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช