หักมุม!!!ดราม่าหนัก รถเทรลเลอร์ 704 ล้อถูกกักด่านชั่งน้ำหนัก!!ชาวเน็ตรุมด่าจนท.ทำไมด่านอื่นๆให้ผ่านได้ แต่พอจนท.ออกมาชี้แจ้งถึงกับเงิบ


2017-03-24 01:06:09

จากกรณีขบวนรถเทรลเลอร์ จำนวน 704 ล้อ ของบริษัทเอกชนผู้ดำเนินการเคลื่อนย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator)  ที่จะนำไปติดตั้งในโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4 – 7 ( MMRP1)  ที่กำลังสร้างขึ้น ภายในโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ของ กฟผ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ด่านตรวจชั่งน้ำหนักเกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง กักหัวลากของขบวนดังกล่าว จำนวน  2 หัว เมื่อคืนของวันที่ 21 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา เนื่องจากพบว่ามีน้ำหนักที่เกินกว่าที่ขออนุญาตไว้กับทางกรมทางหลวง ทำให้ขบวนเคลื่อนย้ายต้องไปจอดอยู่ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหานครนครลำปาง อ.เกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งจากข่าวที่เกิดขึ้น ทำให้มีประชาชนชาวลำปาง ที่รอชมขบวนเคลื่อนย้ายดังกล่าว หรือผู้ที่ทราบข่าวดังกล่าวต่างพากันเขียนรุมด่าทอเจ้าหน้าที่ด่านตรวจชั่งน้ำหนักเกาะคาไปต่างๆ นาๆ จนเกิดกระแสวิพาค์วิจารณ์ออกไปอย่างกว้างขว้าง




ล่าสุดวันนี้ 23 มีนาคม 2560 นายณัฐพล จูสวย หัวหน้าสถานีตรวจชั่งน้ำหนักเกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงว่า  หัวลาก 2 คัน ของ บริษัท ศิลามาศ ทรานสปอร์ต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับจ้างขนส่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ทางด่านได้มีการกักไว้จริง และขณะนี้ได้อายัดรถไว้พร้อมกับได้ส่งเรื่องให้กรมทางหลวงทราบเรื่องแล้ว และได้ส่งฟ้องศาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายไปแล้ว ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นจากการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น ทราบว่า ตั้งแต่ต้นทางมาจนถึง จ.ตาก ทางบริษัทได้ใช้หัวลากตามที่ขออนุญาต และน้ำหนักไม่เกินที่กฎหมายกำหนดมาโดยตลอดเส้นทาง แต่เมื่อมาถึง จ.ตาก หัวลากเกิดเสีย จึงได้มีการเปลี่ยนหัวลากคันใหม่ ซึ่งเป็นหัวลากที่ไม่ได้ขออนุญาตวิ่ง และไม่มีการชั่งน้ำหนัก ประกอบกับได้มีการเติมน้ำมันถึง 900 ลิตร และนำอุปกรณ์อื่นบรรทุกเพิ่มด้วย

“เมื่อขบวนวิ่งออกจาก จ.ตาก มุ่งหน้าเข้าเขต จ.ลำปาง มาเจอด่านตรวจน้ำหนักที่แรก คือ ด่านเกาะคา ทางเจ้าหน้าที่ก็ตรวจใบขออนุญาต และตรวจสอบรถก็พบว่าหัวลากทั้ง 2 คัน ไม่มีระบุในใบขออนุญาต เจ้าหน้าที่จึงให้นำหัวลากมาชั่งน้ำหนัก ก็พบว่าเกินทั้ง 2 คัน ซึ่งคันแรก มีน้ำหนักบรรทุกมา 29 ตันกว่า ซึ่งเกินมา 4 ตันกว่า คันที่ 2 บรรทุกมา 28 ตันกว่า เกินมา 3 ตันกว่า ซึ่งตามกฎหมายรถขนาด 3 เพลาจะต้องบรรทุกไม่เกิน 25 ตัน ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการอายัดรถหัวลากทั้งสองคันไว้ เพื่อส่งฟ้องศาล และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป”

หัวหน้าสถานีตรวจชั่งน้ำหนักเกาะคา ยังกล่าวอีกว่า กรณีที่ขบวนเทรลเลอร์จะต้องเคลื่อนย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไปยัง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ขณะนี้ทางบริษัทได้นำรถหัวลากคันใหม่มายัง จ.ลำปางแล้ว จำนวน 4 คัน และในวันนี้ (23 มี.ค.60) ทางด่านตรวจชั่งน้ำหนักเกาะคา ก็ได้ทำการชั่งน้ำหนักตามระเบียบ ก็พบว่ารถหัวลากทั้ง4 คัน มีน้ำหนัก 23   - 24 ตัน ซึ่งเป็นขนาดตามที่กฎหมายกำหนด คือ ต้องไม่เกิน 25 ตัน ทั้งนี้ ตนเองจึงกำชับไม่ให้มีการวาง หรือเพิ่มสิ่งของ หรืออุปกรณ์ใดๆ ลงไปในรถหัวลาก เพราะห่วงในเรื่องที่จะน้ำหนักเกินขึ้นมา ขอให้ใช้รถในการลากเทรลเลอร์เท่านั้น สำหรับหลังจากนี้อยู่ระหว่างรอให้ทางกรมทางหลวงอนุญาตให้รถทั้ง 4 คัน วิ่งบนทางทางหลวงได้ และบรรจุเลขทะเบียนรถลงในใบอนุญาตในการเคลื่อนย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าครั้งนี้ ซึ่งหากเรียบร้อย ในคืนนี้ก็จะสามารถเคลื่อนย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไปยัง อ.แม่เมาะ ได้ตามปกติ



ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณีที่เกิดขึ้นนั้น ประชาชนที่สนใจ และติดตามข่าวให้ความสนใจอย่างมาก พร้อมตั้งคำถามต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่า มีการเคลื่อนย้ายมาครึ่งค่อนประเทศจาก จ.อ่างทอง และกำลังจะใกล้ถึง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เพียง 40 กิโลเมตร แต่ก็มาถูกตรวจสอบพบว่าน้ำหนักเกิน ทำให้ประชาชนได้ด่าทอ และวิพาก์วิจารณ์ไปต่างๆ นาๆ และตั้งคำถามว่า ด้วยสาเหตุใดถึงผ่านด่านต่างๆ มาได้ แต่มาถูกตรวจพบที่ด่านใน อ.เกาะคา จ.ลำปาง กระทั่งทางเจ้าหน้าที่ด่านตรวจชั่งน้ำหนักเกาะคาออกมาชี้แจงในครั้งนี้ เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไปถึงข้อเท็จจริง ทำให้ประชาชนหลายคนต่างเห็นใจที่ถูกชาวเน็ตรุมด่าทอไปก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงที่แน่ชัด เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีใครออกมาให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และสาเหตุที่เกิดขึ้นที่แน่ชัด กระทั่งทางหัวหน้าด่านตรวจชั่งน้ำหนักเกาะคา ออกมาให้รายละเอียดข้อเท็จจริงเป็นคนแรกในครั้งนี้

ภาพ/ข่าว นายติรยา ใจแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.ลำปาง