โซเชี่ยลถล่มยับ !! "เสาไฟฟ้าต้นละแสน" นอภ.โร่ชี้แจง ทำจากวัสดุพิเศษ เผย..กำหนดราคากลางละเอียดยิบ ยัน! โปร่งใสตรวจสอบได้


2017-12-05 18:27:34

หลังจากปรากฏข่าวสารทางโซเชียลถึงโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม กิจกรรมปรับปรุงพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว “ถ้ำอุไรทอง” ม.8 ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล โดยมีการข้องใจถึงเสาไฟดังกล่าวว่ามีมูลค่ากว่า 1 แสน 3 หมื่นบาทซึ่งมองว่าแพงเกินจริง





โดยเรื่องนี้นายธานี หะยีมะสาและ นายอำเภอ อ.ละงู จ.สตูล ได้กล่าวว่า โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม กิจกรรมปรับปรุงพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวถ้ำอุไรทอง หมู่ที่ 8 ต.กำแพง อ. ละงู จ.สตูล ได้รับการจัดสรรงบประมาณจาก งบประมาณรายจ่ายงบกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน เพิ่มเติม ประจำปี พ.ศ. 2560 (จังหวัดสตูล) จำนวน 28,578,000.00 บาท (เงินยี่สิบแปดล้านห้าแสนเจ็ดหมื่นแปดพันบาทถ้วน) และคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ได้กำหนดราคากลางในการจัดจ้างครั้งนี้ เป็นเงิน 27,685,000.00 บาท (เงินยี่สิบเจ็ดล้านหกแสนแปดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ในส่วนการก่อสร้างเสาไฟฟ้าประติมากรรม พร้อมโคมและอุปกรณ์ จำนวน 83 ต้น ได้กำหนดราคากลางไว้ต้นละ 131,923.23 บาท รวมเป็นเงิน 10,949,628 บาท ซึ่งมีรายละเอียดของงานดังนี้ งานฐานรากและโครงสร้าง, งานไฟฟ้าและแสงสว่าง,งานประติมากรรม มีระบบเปิดปิดอัตโนมัติ ซึ่งงานประติมากรรมที่เป็นรูปมนุษย์ถ้ำนั้นเป็นงานที่ใช้เรซิ่งผสมใยแก้ว ชนิดเดียวกับที่ทำเรือมีความเหนียว คงทน เหมาะกับสภาพแวดล้อม เสาก็เป็นเสาเหล็กซึ่งราคากลางให้มาขนาดนี้ตามที่กำหนดมาให้ทางอำเภอไม่ได้เป็นผู้กำหนดขึ้นมาเองทุกอย่างมีที่มาที่ไปและโปร่งใสตรวจสอบได้




การกำหนดราคากลางของคณะกรรมการกำหนดราคากลางใช้ราคากลางของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูล และวิธีการสืบราคาจากท้องตลาดจากผู้ประกอบการที่ประกอบอาชีพด้านประติมากรรมโดยตรง จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นไปตามที่หลักเกณฑ์และระเบียบกำหนดไว้ทุกประการ ซึ่งมีการตรวจสอบจากสตง.และตรวจสอบภายในเรียบร้อย ซึ่งงานทั้งหมดไม่ใช่แค่เพียงเสาไฟประติมากรรมเท่านั้นแต่รวมถึงเสาไฟส่องสว่าง 168 ต้น มีตู้คอนโทรนระบบ มีกล้องวงจรปิด 32 ตัว นอกจากนี้มีซุ้มขนาดใหญ่ทางเข้าถ้ำ ซึ่งประติมากรรมรูปมนุษย์โบราณที่ทำขึ้นเพื่อให้เชื่อมโยงกับอุทธยานธรณีสตูล เชื่อมโยงกับถ้ำเลสเตโกดอน โดยงานทั้งหมดเพิ่งจะดำเนินการแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างส่งมอบให้อบต.กำแพง เป็นผู้ดูแลต่อไป ส่วนเรื่องที่ดินที่มีการพูดกันนั้น บริเวณรอบถ้ำมีที่ดินที่นายสัมหลา จัทรเพ็ญ อุทิศให้จำนวน 3ไร่เศษซึ่งจะปรับเป็นสถานที่จอดรถ โดยถ้ำอุไรทองที่ปรับปรุงเสร็จแล้วสามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมอย่างเป็นทางการประมาณปี61 ในระหว่างนี้ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตสถานที่ดังกล่าวจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและประชาชนท้องถิ่นที่นี่ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวด้วย....................

ภาพ  /ข่าว  สุไหล  โพธิ์ดก  ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สตูล