4 วันที่ยังกังขา..ใครคือฆาตกรโหด !! ฆ่าวิศวกรใหญ่พิษณุโลกทิ้งริมแม่น้ำ เล็งปมสังหารยังค้างคา ชิงทรัพย์ ชู้สาว หรือขัดขาใครทางธุรกิจ!? (คลิป)





ผ่านมาแล้ว 4 วันกับเหตุการณ์เมื่อตอนเช้าของวันที่ 8 ม.ค.2561 ที่ผ่านมา มูลนิธิกู้ภัยอยุธยา รับแจ้งมีผู้พบศพชายไทยรูปร่างสูงใหญ่สวมกางเกงยีนส์ เสื้อยืดคอปรกแขนยาวลายน้ำตาล เสื้อเจ๊กเก๊ตสีดำ นอนหงายเสียชีวิตอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้เคียงกับตลาดโก้งโค้ง หมู่ 5 ต.ขนอนหลวง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ลักษณะเหมือนคนจมน้ำ แล้วลอยน้ำมาติดตลิ่ง เมื่อน้ำลดก็นอนหงายเกยอยู่ที่ตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ จึงให้เจ้าหน้ากู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลบางปะอิน เพื่อให้แพทย์พิสูจน์ศพอีกครั้งในเบื้องต้น พบว่ามีเลือดไหลออกมาจำนวนมากจากด้านหลังศีรษะและโพรงจมูก

 

 

 

 

 

เมื่อแพทย์ตรวจสอบโดยละเอียดพบว่าบาดแผลด้านหลังเป็นรูขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายถูกยิงด้วยอาวุธปืนจากด้านหน้ารูจมูกทะลุด้านหลังศีรษะ ตรวจสอบในร่างกายพบหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ในอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาโยธา ตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ.2542 ระดับสามัญวิศวกร เลขทะเบียน สย.9093 วันออกบัตร8 ก.ย.2557 บัตรหมดอายุ 11 ต.ค.2562 ระบุชื่อนายไพโรจน์ ดีลิ อายุ 56 ปี อยู่เลขที่ 26/179 ถนนวิสุทธิกษัตริย์ อ.เมืองพิษณุโลก เหน็บอยู่ที่กางเกงใน ตำรวจจึงทราบว่ามันไม่ใช่แค่คดีคนตกน้ำ แล้วลอยน้ำมาธรรมดาเสียแล้ว และที่สำคัญ เมื่อแพทย์ที่โรงพยาบาลบางปะอินที่มาชันสูตรเมื่อเห็นศพนายไพโรจน์ฯ ก็จำได้ว่าเป็นผู้ที่มารับเหมาก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลบางปะอิน ที่พึ่งจะแล้วเสร็จไป แต่ยังไม่ได้รับเงินค้ำประกันคืน ร.ต.อ. ปัญญา อามาตย์เสนา ร้อยเวร (สอบสวน) สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ในขณะนั้นจึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผกก.สภ.บางปะอิน ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น เพื่อมาร่วมตรวจสอบชันสูตรพลิกศพด้วย พร้อมทั้งเดินทางไปตรวจสอบยังจุดที่พบศพ แต่เนื่องจากคิดว่าเป็นแค่ศพลอยน้ำมาจึงไม่ได้กันพื้นที่ไว้ จนทำให้พื้นที่ที่พบศพดังกล่าวถูกทำลายหลักฐานไปหมดด้วยไทยมุงและเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติงาน

 

 

 

 

 

 






ถึงตอนนี้ข่าวจากหลายสำนักต่างเผยแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสนใจกับคดีสะเทือนขวัญการสังหารโหดวิศวกรใหญ่เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างใหญ่ในจังหวัดพิษณุโลกรายนี้มาก ปฏิบัติการณ์การแกะรอยของตำรวจจึงเริ่มต้นขึ้น จากการตรวจสอบจุดพบศพใหม่อีกครั้ง ตลอดจนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงจุดที่พบศพ พยานแวดล้อม ผู้พบศพคนแรก และคนที่อ้างว่าได้ยินเสียงปืนในช่วงกลางดึกของวันที่ 8 ม.ค.จนได้เบาะแสกล้องวงจรปิดและความเคลื่อนไหวของนายไพโรจน์ ดีลิ วิศวกร และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอพีคอนสตรัคชั่น แอนด์คอนซัลติ้ง จำกัด ผู้รับเหมารายใหญ่ใน จ.พิษณุโลก

 

 

 

 





ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และชุดสืบสวนท้องที่ สภ.บางปะอิน จึงได้ประมวลเหตุการณ์ และรวบรวมพยานหลัก ตั้งแต่เริ่มต้น ที่ผู้ตายได้เดินทางมาจากจังหวัดพิษณุโลก แล้วเดินทางมาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อทานอาหารกับเพื่อน ที่ร้านอาหาร แห่งหนึ่ง ก่อนเดินทางไปสักการะพระพิฆเนศวร ที่พื้นที่เขตห้วยขวาง กทม.แล้วขึ้นรถแท็กซี่สีชมพู และ เปลี่ยนมาขึ้นรถแท็กซี่สีฟ้า เมื่อคืนวันที่ 7 ม.ค.ในพื้นที่ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ก่อนมาพบเป็นศพในตอนเช้าของวันที่ 8 ม.ค.อยู่ที่ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้เคียงกับตลาดโก้งโค้ง หมู่ 5 ต.ขนอนหลวง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา งานนี้ตำรวจต้องทำงานหนักเพราะผู้บังคับบัญชา ญาติผู้เสียชีวิต และประชาชน ให้ความสนใจ เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญ

โดยทางตำรวจได้ตั้งประเด็นหลักๆไว้คือการขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ชิงทรัพย์ ขัดแย้งส่วนตัว และชู้สาว จึงได้ติดตามดูกล้องวงจรปิดยังจุดต่างๆ พร้อมทั้งเชิญตัวผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์มาสอบสวน มีทั้งเพื่อนๆ สาวทอมที่ขับรถแท๊กซี่สีชมพูมาส่งนายไพโรจน์ที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ และนายธนสิทธิ์ สัจจสิงห์ อายุ 56 ปี ชาว ต.บางกระสั้น อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าของรถแท๊กซี่สีฟ้า หมายเลขทะเบียน ทล 4236 กทม. เพื่อให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบหาคราบเลือดและเขม่าดินปืนภายในรถ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์จึงจะทราบผล งานนี้นับว่าไม่ใช่หมูอย่างที่คิด เพราะคนร้ายไม่น่าจะลงมือเพียงคนเดียว คาดว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 3 คนขึ้นไปและทรัพย์สินที่หายไป ซึ่งนางสุภาวดี วงศ์ดิษฐ์สกุล อายุ 54 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดศรีรัตนาราม (รัตนราษฎร์สงเคราะห์) ต.ท่าทอง อ.เมืองพิษณุโลก ภรรยาของผู้ตายบอกว่ามีสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท 1 เส้น พร้อมพระสมเด็จฯเลี่ยมทอง 1 องค์ สร้อยกะลาคล้องพระอีก 3 องค์ นาฬิกาโรเล็กซ์ 1 เรือน เลสข้อมือทองคำฝังเพชรมีตัวอักษรเอสเอพี 1 เส้น แหวนทับทิมล้อมเพชร 1 วง เป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ หรือว่าเป็นการตบตาตำรวจให้เป็นเหตุชิงทรัพย์เพื่อเบี่ยงแบนประเด็นหรือไม่อย่างไร ชนวนเหตุของการสังหารโหดวิศวกร เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในครั้งนี้ คืออะไร ใครเป็นผู้ลงมือ คงต้องพิสูจน์ฝีมือตำรวจภูธรภาค 1 ยุคพล.ต.ท. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ พล.ต.ต.สมหมาย ประสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดูสักตั้งกันล่ะครับ

 

เกียรติยศ ศรีสกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าว ที นิวส์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงาน
















ข่าวที่เกี่ยวข้อง