ประวัติโชกโชน !!! รวบแล้ว 4 โจ๋วัยคะนอง ผู้ต้องหา "เจาะตู้เอทีเอ็มกวาดเงินสด 2 ล้าน" จนท.รุดนำตัวไปทำแผนเข้ม (คลิป)


2018-07-10 14:22:08

จากกรณีคนร้ายใช้รถยนต์กระบะและรถยนต์เก๋งร่วมกัน ก่อเหตุใช้แก๊สเจาะตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพ ได้เงินสดไปจำนวน 2.4 ล้านบาท และเจาะตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารไทยพาณิชย์ แต่ไม่สามารถเปิดห้องเก็บเงินได้ ที่บริเวณลานจอดรถร้านอาหารลุงนวย แล้วหลบหนีไป จากนั้นรถของคนร้ายได้ถอยเข้าไปพื้นที่รกร้างข้างทางติดกับถนนเลียบคันคลองชลประทาน ม.6 ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อแกละกล่องเงินและนำหลักฐานไปทิ้งในบ่อน้ำ จนท้องของรถยนต์ กระบะติดกับขอบถนน ไม่สามารถขึ้นมาได้คนร้ายจึงได้จุดไฟเผาเพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนที่จะ หลบหนีไปพร้อมกับเงินสดกว่า2 ล้านกว่าบาท เหตุเกิดเมื่องกลางดึกวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมาตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น โดยพบว่าจากพยานหลักฐาน เปรียบเทียบการก่อเหตุคนร้ายเจาะตู้เอทีเอ็ม ในพื้นที่ จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ช่วงวันที่ 25 มิ.ย.จนถึงวันที่ 6 ก.ค. เป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดียวกัน

 

ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้บูรณาการร่วมกันในหลายพื้นที่ จนสามารถสืบทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 5 ครั้งนี้เป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ซึ่งมีประวัติเป็นแก๊งลักรถจักรยานยนต์มาก่อน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาล  จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง   ต่อมาวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดรวม ๔ คนดังกล่าวข้างต้น  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันสืบสวนติดตามจับผู้ต้องหาทั้ง ๔ คน โดยสามารถจับกุมตัวนายบุญญฤทธิ์หรือเจ แก้วมณีได้ในพื้นที่เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร  นายธวัชชัยหรือปาร์ม  พลายแก้ว จับกุมตัวได้ในเขตพื้นที่อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม  นายพณภัทรหรือบอส        สุโชคนันท์ จับกุมตัวได้ในเขตพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำหรับนายสมประสงค์หรือแบล็ค  พงก่อสร้าง  ผู้ต้องหาคนสุดท้ายสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในเขตพื้นที่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี  ก่อนนำตัวมาสอบสวน

 





ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น วันที่ 10 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และชุดสืบสวนพระนครศรีอยุธยา นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย นายบุญญฤทธิ์หรือเจ  แก้วมณี  อายุ  27 ปี  นายพณภัทรหรือบอส  สุโชคนันท์ อายุ 26 ปี  นายสมประสงค์หรือแบล็ค  พงก่อสร้าง อายุ 21 ปี  และ นายธวัชชัยหรือปาร์ม  พลายแก้ว อายุ 22 ปี มาทำแผนที่ร้านอาหารลุงนวย ริมถนนพหลโยธิน ม.2 ต.ลำไทร อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

 โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์และพยายามลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นการจับกุม”

 

พฤติการณ์ของ  ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ได้ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์ และพยายามลักทรัพย์ ต่อเนื่องหลายพื้นที่ ดังนี้

  1. เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 01.40 น. พยายามก่อเหตุลักทรัพย์เงินสดภายในตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทยซึ่งตั้งอยู่ภายในร้านขายยาปอป้อ เลขที่ 65/3 ม.4 ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย            จ.พระนครศรีอยุธยา โดยคนร้ายได้นำเทปกาวทึบปิดกล้องวงจรปิดของตู้เอทีเอ็ม แล้วได้ตัดแม่กุญแจที่ใช้ล็อคประตูเหล็กม้วนใน ชั้นแรก งัดประตูบานเลื่อนในชั้นที่สอง และใช้ความร้อนพยายามตัดประตูนิรภัยของตู้เอทีเอ็มเพื่อหวังจะเอาเงินสดภายในตู้เอทีเอ็ม แต่ครั้งนี้คนร้ายลงมือไม่สำเร็จ

2. เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 03.56 น. พยายามก่อเหตุลักทรัพย์เงินสดภายในตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกสิกรไทย สาขาหนองแค ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านเอกภาพ หมู่ 8 ต.ห้วยขมิ้น         อ.หนองแค จ.สระบุรี โดยนำเทปกาวทึบมาปิดกล้องวงจรปิดของตู้เอทีเอ็ม แล้วใช้ความร้อนพยายามตัดประตูนิรภัยของตู้เอทีเอ็มเพื่อหวังจะเอาเงินสดภายในตู้เอทีเอ็ม ครั้งนี้พบร่องรอยไหม้ทั้งด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลังตู้เอทีเอ็มดังกล่าว แต่ไม่สามารถนำเงินสดออกมาได้

3. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 00.20 – 01.11 น. ก่อเหตุลักทรัพย์เงินสดภายในตู้เอทีเอ็มธนาคารทหารไทย ซึ่งติดตั้งอยู่ บริเวณด้านหน้าร้านมินิมาร์ท ภายในปั๊มน้ำมันบางจาก เลขที่ 29 หมู่ 10 ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี  โดยใช้ความร้อนเป่าตัดบริเวณด้านหลังตู้เอทีเอ็ม การลงมือครั้งนี้คนร้ายได้เงินสดภายในตู้เอทีเอ็มไปจำนวน 174,500 บาท

4. เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 เวลา 03.40 น. พยายามก่อเหตุลักทรัพย์เงินสดภายในตู้เอทีเอ็ม   ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าอาคารพาณิชย์ เลขที่ 55/17 หมู่ 1 ต.โคกแย้ อ.หนองแค จ.สระบุรี  ครั้งนี้คนร้ายปรับเปลี่ยนวิธีการโดยใช้เชือกคล้องตู้เอทีเอ็มแล้วผูกติดกับรถยนต์กะบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ไทตั้น ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพหมายเลขทะเบียน บษ 2266 นครปฐม  ไว้ได้  จากนั้นจึงขับรถดึงกระชากตู้เอทีเอ็มจนล้มแต่ครั้งนี้คนร้ายลงมือไม่สำเร็จ เนื่องจากมีคนผ่านมาพบเห็นเหตุการณ์เสียก่อน

 

 




5. เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งว่า มีเหตุเพลิงไหม้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิสซุบิชิ รุ่นไทตั้น สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บษ 2266 นครปฐม ที่บริเวณถนนคันคลองชลประทาน หมู่ที่ 6 ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นรถคันเดียวกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 ในพื้นที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี ในครั้งนี้หลังจากคนร้ายก่อเหตุลักเงินสดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพและธนาคารไทยพาณิชย์ซึ่งตั้งอยู่ที่หน้าร้านอาหารลุงนวย ม.2 ต.ลำไทร อ.วังน้อย          จ.พระนครศรีอยุธยา โดยใช้วิธีใช้ความร้อนเป่าตัดบริเวณด้านหลังของตู้เอทีเอ็มทั้งสองตู้  ปรากฏว่าไม่สามารถงัดเอาเงินสดในตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ออกไปได้

แต่สามารถงัดเอากล่องใส่เงินตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ จำนวน ๓ กล่อง แล้วขับรถหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุห่างประมาณ 5 กม. แล้วงัดเอาเงินสดจากกล้องใส่เงินได้เงินสดไป 2,000,000 บาท แต่จุดนี้รถยนต์ของคนร้ายติดหล่มและเกิดไฟลุกไหม้รถขณะพยายามนำรถขึ้นจากหล่ม คนร้ายจึงได้ทิ้งรถแล้วหลบหนีไป

ก่อนผู้ต้องหาทั้งหมดจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปแถลงข่าวที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 ในเวลาช่วงบ่ายต่อไป

 

 

ภาพ/ข่าว เกียรติยศ ศรีสกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.พระนครศรีอยุธยา