กระตุกหนวดเสือ!!!ชาวปากพนังพร้อมรวมพลังให้กำลังใจนักสู้ลุ่มน้ำปากพนัง“ไพโรจน์ (ไพรี) รัตนรัตน์” หลังทวงสัญญาจนโดนบริษัทกังหันลมฟ้องหมิ่น ฯ




(6 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวได้งานว่าได้มีการส่งข้อความและภาพไปยังกลุ่มไลน์ต่าง ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยข้อความระบุว่า “ร่วมกันให้กำลังใจนักสู้ลุ่มน้ำปากพนัง ผมจะมามอบตัวสู้คดีเรียกร้องประโยชน์กังหันลมให้กัประชาชนแต่ถูกห้องร้องดำเนินคดีหมิ่นประมาท”/รวมพลัง..ให้กำลังใจ..ไพโรจน์ (ไพรี) รัตนรัตน์ 13 ส.ค. 61   09.00 น.พบกันที่เนินตาขำ อ.ปากพนัง โดยมีการแชร์ภาพและข้อความต่อ ๆ กันไปอย่างกว้างขวาง

                ต่อมานายไพโรจน์ หรือไพรี  รัตนรัตน์  ได้โพสต์ข้อความชี้แจงว่า ...เรียน พี่น้องที่เคารพ ผมนายไพโรจน์ (ไพรี) รัตนรัตน์  จะขอเข้ามอบตัว ในวันจันทร์ ที่ 13 ส.ค. 61 เวลา 09.30 น.เจอพบกันหน้าทุ่งกังหันลมสามแยกเนินตาขำและ เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปมอบตัวที่ สภ.ปากพนัง จึงเรียนแจ้งพี่น้องคนลุ่มน้ำปากพนังและเครือข่าย ชมรมฯ และทีมงานทุกท่าน ผมไพโรจน์ (ไพรี) รัตนรัตน์ ได้ทวงถามสัญญาประชาคม ตามที่ บริษัทที่สร้างกังหันลม จุด................. อ.ปากพนัง จ.นครศรีฯ

              “ประเด็นข้อสัญญาประชาคมคือ เมื่อสร้างกังหันลมแล้วเสร็จจะเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและสวนสาธารณะให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันและเป็นสถานที่ต้นแบบโมเดลในการท่องเที่ยวของ อ.ปากพนัง แต่บริษัทกลับไม่สร้างตามสัญญาประชาคม ที่พูดไว้  ผมได้ทวงถามในที่ประชุม เวทีแสดงความคิดเห็นซึ่ง จัดโดยบริษัท......โครงการ.......... เมื่อ 31 มีนาคม 2561 ผมกลับถูกแจ้งความดำเนินข้อหาหมิ่นประมาท  ขอขวัญและกำลังใจ...ให้กับนักสู้เพื่อประชาชน คนสาธารณะ แห่งลุ่มน้ำปากพนัง ถ้าพี่น้องเห็นว่า ผมไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอเชิญมาร่วมให้กำลังใจพร้อมกันที่สามแยก บ้านเนินตาขำ หน้าทุ่งกังหันลม...ครับ  (กราบ) ด้วยจิตคารวะ  ไพโรจน์(ไพรี) รัตนรัตน์  083-6421709”


นายไพโรจน์ กล่าวว่า มีหลายบริษัท ฯที่เข้ามาดำเนินธุรกิจก่อสร้างกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า ตลอดแนวชายทะเลปากพนัง-หัวไทร โดยทำการกว้านซื้อที่ดินชายทะเลใน 2 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อก่อสร้างฟาร์มกังหันลมกว่า 500 ตัว มีกำลังผลิตกว่า 600 เมกกะวัตถ์ รวมมูลค่าประเมินเบื้องต้นกว่า 3 พันล้านบาท และได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตามขั้นตอน  โดยบริษัทดังกล่าวได้สัญญากับประชาชนในพื้นที่ว่าจะมีการก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นในพื้นที่โดยรอบสถานที่ก่อสร้างเพื่อให้เป็นสวนสาธารณะสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งพักผ่อนที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันประชาชน ที่สำคัญจะทางบริษัทสัญญากับประชาชนว่าจะมีการก่อสร้างห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติขนาดใหญ่ให้กับประชาชนอีกด้วย  ตนและทีมงานเห็นว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นประโยชน์กับประชาชนชาว อ.ปากพนัง จึงช่วยชี้แจงข้อดีต่าง ๆที่จะเกิดขึ้นให้ประชาชนทราบพร้อมยืนยันและรับประกันกับประชาชนว่าสิ่งที่บริษัทให้คำมั่นสัญญาจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

                “แต่หลังจากมีการก่อสร้างกังหันลมแล้วเสร็จสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจำหน่ายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตมีกำไรเดือนละ 28 ล้านทางบริษัทกลับเบี้ยวไม่ดำเนินการตามคำมั่นสัญญา และยังทำแนวเขตห้ามเข้าไปในบริเวณพื้นที่โครงการอย่างเด็ดขาด ส่งผลกระทบต่อประชาชนไม่น้อย โดยเฉพาะประชาชนหลายสิบครอบครัวที่เคยเก็บของเก่าที่คลื่นพัดมาติดตลอดแนวชายฝั่งในจุดดังกล่าวเกือบ 2 กม.ถูกสั่งห้ามเข้าไปเก็บของเก่าอย่างเด็ดหากฝ่าฝืนอาจจะถูกแจ้งคามดำเนินคดีอาฐานข้อหาบุกรุก  จนเวลาล่วงเลยมาหลายปีประชาชนใน อ.ปากพนัง ได้มาทวงถามและตำหนิ ด่าว่าตนและทีมงานอย่างหนักว่าตนช่วยบริษัทกังหันลมจนก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่กลับโกหกชาวปากพนังด้วยกัน  จนตนและทีมงานได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียงและมองหน้าชาวปากพนังไม่ติด ตนพยายามทวงถามสัญญาหลายครั้งแต่ไม่มีอะไรคืบหน้า  ตนและทีมงานต้องทนหวนอมขมกลืนกับสิ่งที่บริษัทก่อสร้างกังหันลมบริษัทนี้ทำกับตนและทีมงานรวมทำชาว อ.ปากพนัง จนเมื่อเขาจะมีการก่อสร้างกังหันลมโครงการ 2 ซึ่งต้องทำการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตนจึงเป็นตัวแทนชาวปากพนังไปทวงถามสัญญาในโครงการแรกที่รับปากว่าจะทำโน้น สร้างนี่ โดยเฉพาะห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ สร้างความไม่พอใจให้กับผู้บริหารบริษัทก่อสร้างกังหันลม และเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง ดำเนินคดีกับตนในข้อหาหมิ่นประมาท”


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน