ผู้ว่าฯ เปิดใจ 2 ปี กับภาระหน้าที่พัฒนาเต็มที่ ยันโยกย้ายตามวาระ ไม่ได้โดนเด้ง




วันที่ 17 สิงหาคม 2561 หลังจากที่ได้รับคำสั่งให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ของ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 นั้น ก่อนหน้านี้ นายศิริพัฒ พัฒกุล เดินทางมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง โดยได้รับการขยับตำแหน่งจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ปฎิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์-บำรุงสุข พัฒนาจังหวัดตรังมาเป็นระยะเวลา 2 ปี และจะเดินทางไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ในวันที่ 1 ตุลาคม 2561 นี้นั้นก่อนจะเดินทางสู่พ่อเมืองพังงา นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกตลอดระยะเวลา 2 ปีในฐานะพ่อเมืองตรัง ว่ามาอยู่ตรังก็รู้สึกดีใจที่ได้มาใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์การบริหารจัดการ บูรณาการทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดตรังให้ไปสู่ คุณภาพชีวิตที่ดีให้ยั่งยืน โครงการกำหนดวิสัยทัศน์ใหม่เรามีการกำหนดแนวทางในการทำงานร่วมกัน รู้หน้าที่มีวินัย ใจอาสา ในการทำงานร่วมกันทั้งพี่น้องประชาชน พ่อค้า กลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัยหรือแม้กระทั่ง กลุ่ม NGO เป็นประชารัฐ

 



 

ผู้ว่าฯเปิดใจ 2 ปี กับภาระหน้าที่พัฒนาเต็มที่ ยันโยกย้ายตามวาระ ไม่ได้โดนเด้ง

นายศิริพัฒ กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาตนบริหารจังหวัดตรัง เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและขับเคลื่อน ชีวิตที่เป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะชาวตรังเป็นเมืองเกษตรกรรม เป็นหลักซึ่งเรายังขาดอุตสาหกรรม จึงทำให้ลักษณะมันซบเซา ตนเองจึงมีการผลักดันโดยมีสโลแกนสำคัญ คือคิดถึงยางคิดถึงตรัง คือเราจะอยู่กับยางให้ได้เพราะประชาชนยังมีจิตวิญญาณที่เป็นชาวสวนยางอยู่ คิดถึงยางคิดถึงตรังเป็นสิ่งที่พูดกันติดปาก และสำคัญที่สุดก็คือเรากำลังร่วมกับสภาอุตสาหกรรม ผลักดันให้ตรังมีการเพิ่ม อุตสาหกรรม มีการ ปรับผังเมืองซึ่งในขณะนี้ได้มีการปรึกษากันไปจะจบปลายปีหน้า มีการพิจารณาตามลำดับชั้น
                            นายศิริพัฒ กล่าวอีกว่า ในอนาคตจังหวัดตรังจะมีพื้นที่ ที่จะสร้างในอุตสาหกรรมได้รองรับ น้ำยางมาแปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทำให้มีเม็ดเงินเพิ่มขึ้น มีโรงไม้ยางพาราที่ทำเฟอร์นิเจอร์ หรือว่าทำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับไม้ยาง โดยเป็นปลายน้ำ ก็จะเพิ่มมูลค่าจะสร้างอาชีพให้แก่ลูกหลานชาวตรัง กินเกิดอยู่ที่ตรัง แล้วก็เรียนที่ตรังจบแล้วมีงานทำที่ตรัง และได้พูดกันในหมู่ของแวดวงการศึกษา โดยเชื่อมโยงกันหมด เพราะฉะนั้นสิ่งนี้แหละถึงแม้ผมจะอยู่ 2 ปี ซึ่งตั้งใจจะอยู่ต่อ แต่ผู้บัญชาก็เมตตา ได้กรุณา ให้ผมไปทำงานที่จังหวัดพังงา เวลาที่ 2 ปีที่ผ่านมาก็ไม่ถือว่าเสียเปล่า อย่างแน่นอนและผมเชื่อว่าจะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป สำหรับจังหวัดพังงาผมเองเคยเป็นนายอำเภอตะกั่วป่า เท่าที่ทราบมาจังหวัดพังงาใน 7 ปีย้อนหลังมีผู้ว่าถึง 7 คนด้วยกัน และอยู่กันคนละปีเดียวเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเกือบทั้งหมดไม่เคยทำงานที่จังหวัดพังงามาก่อนเลย
                           การที่กระทรวงมหาดไทยเมตตาเสนอชื่อตนเอง ต่อครม. และทรงโปรดเกล้าฯ ตนเองก็มีความภาคภูมิใจที่ได้ไปช่วยคนพังงา สนับสนุนคนพังงาในการพัฒนาจังหวัดพังงา ซึ่งเป็นจังหวัดที่ประชาชนมีความสุขในอันดับต้นๆของประเทศ เพราะเขามีงานทำ เศรษฐกิจดีเพราะได้มีการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ถือว่านำหน้าของประเทศก็ว่าได้ มีทั้งหมู่เกาะสุรินทร์ ทั้งเกาะยาว น้อยเกาะยาวใหญ่ เขาพิงกัน เขาตะปู เขาปันหยี แล้วก็ยังมีน้ำตกและทรัพยากรทางธรรมชาติ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวนั่นเอง เยอะมากซึ่งตรงนี้ก็จะได้ผลักดันกัน และก็จะเปิดเมืองเพิ่มขึ้น นโยบายรัฐบาล คสช.ก็มีมติครม. มาแล้วในการที่จะ ช่วยผลักดันโครงการรถไฟ จากจังหวัดสุราษฎร์ธานีมายังที่จังหวัดพังงา ที่อำเภอตะกั่วทุ่ง มาที่ทางต่อแดนจังหวัดภูเก็ต และทางหลวงสาย 4 ถนนเพชรเกษม ก็จะมีการขยายเป็น 4 เลนตลอด รับมาจากระนอง อย่างนี้เป็นต้น และสำคัญที่สุดก็คือการสร้างสนามบินแห่งใหม่ ซึ่งจะต้องเป็นสนามบินที่ช่วยสนามบินจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะก่อให้เกิดเศรษฐกิจที่ขยายตัวมาก ในจังหวัดพังงา ก็จะต้องไปผลักดันพี่น้องประชาชน ผลักดันทุกภาคส่วนราชการ ให้ช่วยกันกระตือรือร้นในการพัฒนาที่ตนเองได้ทำแล้วที่ตรัง
                                สำหรับข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องการโดนผมย้ายนั้น ได้ข่าวมาว่ามีการพูดเรื่องถึงการตัดต้นไม้ มีท่านไปเขียนหนังสือถึงรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องการตัดต้นไม้ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ได้ลงพื้นที่มาดูแล้ว ก็เป็นการตัดตามหลักวิชาการ ทั้งสิ้น ส่วน ต้นไม้ที่ตายไปก็ได้ไปแจ้งความแล้วว่า ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทำให้ตาย ซึ่งทุกอย่างอธิบายได้สตง. หรือใคร ลงไปก็ทุกอย่างไม่ผิด เพราะฉะนั้นการย้ายในครั้งนี้ก็ไม่เกี่ยวกับการที่ผู้ว่าได้สั่งตัดต้นไม้ เพราะจริงๆแล้วการบูรณาการผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นต้องบูรณาการ ในสิ่งที่บูรณาการได้ อะไรที่เป็นเรื่องของฟังก์ชั่น คือเป็นเรื่องของกรม ตนเองไม่สามารถไปยุ่งเขาได้งานตัดต้นไม้ตกแต่ง เป็นงานประจำงานรูทีน ซึ่งกรมทางหลวงโดยอธิบดีได้มอบอำนาจให้แขวงทางหลวง พอแขวงทางหลวงเป็นคนทำงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างก็ไม่กี่ล้าน แล้วก็ตัดแต่งได้ถูกต้องตามระเบียบทุกประการ ก็คงไม่ใช่ประเด็นนี้” นายศิริพัฒ แจง

 



 

ผู้ว่าฯเปิดใจ 2 ปี กับภาระหน้าที่พัฒนาเต็มที่ ยันโยกย้ายตามวาระ ไม่ได้โดนเด้ง

ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน