ยังไม่สรุป มทบ.41ลงตรวจสอบพื้นที่ บ.ไอวินด์ แก้ปัญหาขัดแย้งกลุ่มชาวปากพนัง ชี้มีแนวโน้มที่ดี




จากกรณีที่ กลุ่มชาวลุ่มน้ำปากพนัง ได้เดินทางมาร่วมตัวกันให้กำลังใจนายไพโรจน์ หรือไพรี รัตนรัตน์ อายุ 55 ปี แกนนำชาวลุ่มน้ำปากพนังที่ออกมาเป็นตัวแทนเรียกร้องทวงสัญญาประชาคมจากบริษัทอินเตอร์ฟาร์อีสวินด์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด(ไอวินด์) ที่เข้ามาดำเนินการก่อสร้างกังหันลมผลิตไฟฟ้า โครงการ 1 จำนวน 4 ตัว โดยได้สัญญากับประชาชนในพื้นที่ว่าจะทำการพัฒนาพื้นที่ทุ่งกังหันลมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีสวนสาธารณะ สถานที่พักผ่อนและออกกำลังกายของประชาชน ห้องสมุดประชาชน อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพร ฯและสิ่งสาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน โดยดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี 2558 แต่หลังจากการก่อสร้างกังกันลมผลิตไฟฟ้าแล้วเสร็จทางบริษัท ฯกลับไม่ยอมก่อสร้างสิ่งสาธารณะประโยชน์ตามที่ได้สัญญาไว้กับชาวบ้าน  จนทางบริษัทอินเตอร์ฟาร์อีสวินด์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด(ไอวินด์) ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายไพโรจน์ หรือไพรีในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งนายไพโรจน์ หรือไพรีได้เดินทางเข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนในวันที่ 13 ส.ค.2561 ที่ผ่านมา จนเมื่อวันที่ 18 ส.ค. ทีผ่านมา พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ.41ได้เชิญทั้งสองฝ่ายพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาประชุมหารือยุติปัญหา แต่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ จึงนัดลงตรวจสอบพื้นที่จริงอีกครั้ง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 


(23 ส.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวานนี้ (22 ส.ค) พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ. 41/ผบ.ควบคุม มทบ.41  ได้มอบหมยให้คณะทหาร มทบ.41 นำโดย พ.อ.เอกวริทธิ์  ชอบชูผล หัวหน้ากองยุทธการ มทบ.41 เชิญนายไพโรจน์ หรือไพรี รัตนรัตน์ พร้อมแกนนำชาวบ้านประกอบด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักธุรกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทีมผู้บริหารบริษัทอินเตอร์ฟาร์อีสวินด์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด(ไอวินด์) นำโดยนายธนคิณ  ชัยรัตน์  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ฯ เข้ารับฟังคำชี้แจงและตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในโครงการบริษัทอินเตอร์ฟาร์อีสวินด์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด(ไอวินด์)

                โดยนายไพโรจน์ ได้ระบุถึงปัญหา 3 ประเด็น ประกอบด้วย การที่บริษัทไอวินด์สั่งห้ามประชาชนเข้าไปทำประมงหรือจับปลาชายทะเลตลอดแนวคันกั้นคลื่นของบริษัทไอวินด์ระยะทางเกือบ 3 กม. ทั้ง ๆ ที่เป็นที่สาธารณะที่ประชาชนเคยประกอบอาชีพตามวิถีชีวิตของชาวปากพนัง 2 .บริษัทไอวินด์สั่งห้ามประชาชนเข้าไปจับปลาในคูถนนที่มีพื้นที่ติดต่อกับพื้นที่ของบริษัทไอวินด์ ทั้ง ๆ ที่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และ 3.กรณีที่ประชาชนโดยเฉพาะคู่รักถ่ายรูปพรีเวดดิ้งงานแต่งงานกับกังหันลมก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้ถ่าย  ซึ่งนายธนคิณ  ชัยรัตน์  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ฯ ได้ชี้แจงว่าตามปกติทั้ง 3 เรื่องทางบริษัทไม่ได้ห้ามแต่อย่างใด โดยเฉพาะ 2 เรื่องแรกทางบริษัทไม่สามารถไปห้ามได้เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะ แต่พนักงาน รปภ.อาจจะใช้คำพูดสื่อสารกับประชาชนไม่เข้าใจทำให้เกิดการเข้าใจผิด ซึ่งต่อไปจะมีการปรับปรุงด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจทั่วกันว่าสามารถเข้าไปประกอบอาชีพในพื้นที่ดังกล่าวได้ตามปกติ ส่วนในเรื่องที่ 3 ทางบริษัท ฯยังไม่เปิดให้เข้ามาในพื้นที่ได้อย่างอิสรเสรี เพราะอยู่ระหว่างการดำเนินการในหลาย ๆ เรื่องที่ยังไม่เรียบร้อย เกรงว่าประชาชนที่เจ้ามาในพื้นที่อาจจะไม่ปลอดภัย  โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้ามาเที่ยวชมและพักผ่อน ออกกำลัง และทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ในช่วงปลายปีนี้ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาคนที่มาถ่ายภาพกับกังหันลมโดยเฉพาะคู่รักถ่ายรูปพรี       เวดดิ้งงานแต่งงานทางบริษัทได้อนุญาตให้เข้ามาได้ ซึ่งมีคู้รักหรือประชาชนเข้ามาถ่ายภาพกับกังหันลมเป็นประจำ บางครั้งทาง รปภ.ก็ยังเป็นคนถ่ายภาพให้ด้วยซ้ำ

                ในขณะที่ได้มีนายไพเราะ เลขจิตร ประธานกลุ่มเกษตรกร ต.บางจาก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่าการเกิดกังหันลมในจุดนี้ประชาชนไม่เฉพาะแต่ชาวปากพนังเท่านั้นที่ดีใจ แต่ประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชต่างก็เห็นว่าเป็นความโชคดีของชาวปากพนังที่มีกังหันลมในจุดนี้ และการมาสอบถามข้อเท็จจริงเพราะอยากให้บริษัทได้รับทราบปัญหาและนำไปสู่การปรับปรุงเพื่อให้อยู่ร่วมกับชุมชนได้ ไม่ได้มีใครคิดจัดขวางหรือต่อต้าน ซึ่งตนยืนยันว่าการชี้แจงของบริษัทกับการปฏิบัติจริงมันแตกต่างกัน โดยตนกำลังจะแต่งงานบุตรสาวในอีกไม่กี่สันข้างหน้า บุตรสาวพร้อมแฟนและช่างถ่ายภาพได้เดินทางมาถ่ายภาพแต่งงานกับกังหันลมไม่ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง แต่โดน รปภ.ไล่ไม่ยอมให้ถ่ายตนจึงเดินทางมาร่วมในวันนี้เพื่อต้องการบอกสิ่งที่เกิดขึ้นให้บริษัททราบนำไปแก้ไขปรับปรุงต่อไป

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน