"คู่กรณี" แจ้งจับสาวตาบอด วอนให้ความเป็นธรรม หลังถูกสังคมตราหน้ารุนแรง!!




จากกรณีที่นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต สส.กทม.เขตบึงกุ่ม-คันนายาว พรรคเพื่อไทย นำนางสาวไพลิน เกียงขวา อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 ซ.สวนสยาม 16 แยก 3-5 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม.ซึ่งเป็นผู้พิการตาบอด เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองกระบี่  หลังถูกจับกุมตามหมายศาลจังหวัดกระบี่ ลงวันที่ 19 มกราคม 2559 ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น  เบื้องต้นผู้ต้องหาปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยให้การว่าเป็นผู้พิการตาบอดมาตั้งแต่อายุ18ปี และไม่เคยรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะได้รับการประกันตัวออกไปเหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ก.พ.59ที่ผ่านมา ทั้งนี้ในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้เสียหายคือนางสาวชนัดดา สาโรจน์ อายุ 34 ปี อาชีพเป็นพนักงานบัญชีของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่แจ้งความดำเนินคดีมาเจรจาพูดคุยกับผู้ต้องหาเพื่อตกลงยอมความกัน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้
 

 


วันที่ 29 ก.พ.59 ความคืบหน้าล่าสุดนางสาวชนัดดา ได้เปิดเผยว่าหลังจากที่มีการนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านสื่อต่าง ๆ ทำให้เกิดผลกระทบกับตนเป็นอย่างมาก  เนื่องจากถูกสังคมมองว่ารังแกคนพิการตาบอด ทั้งที่เข้ามอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด  ซึ่งความจริงแล้วเขาไม่ได้มามอบตัวเลย แต่เจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกไป2ครั้งแต่กลับเพิกเฉยจึงมีการออกหมายจับกุม  การนำเสนอข่าวว่าเข้ามอบตัว จึงเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและส่งผลกระทบต่อรูปคดี และตนยังถูกสังคมตราหน้าว่าใจร้ายใจดำกับคนพิการ จึงขอความเป็นธรรมให้มีการนำเสนอข่าวที่เป็นความจริงล่าสุดมีคนเข้ามาด่าทอตนในเฟสบุคส่วนตัว ซึ่งจะนำหลักฐานเข้าไปแจ้งความในวันพรุ่งนี้ (1 มี.ค.2559)

 

 

นางสาวชนัดดา เปิดเผยอีกว่า ก่อนที่ตนจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีนั้น ตนได้มีการตรวจสอบแน่ชัดแล้วว่า เฟสบุคชื่อ "สตอเบอร์รี่ นมสด" เป็นผู้โพสต์ภาพและข้อความลงโนโซเชี่ยลจนทำให้ตนได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียงโดยเมื่อช่วงเดือนตุลาคมปี58ที่ผ่านมา ทางผู้ใช้เฟสบุคชื่อ "สตอเบอร์รี่ นมสด"  ซึ่งไม่ได้รุ้จักกันมาก่อน ได้มีการขอเป็นเพื่อนกับตนทางเฟสบุค พร้อมนำเสนอขายตุ๊กตาลูกเทพมาในหน้าเฟสบุคส่วนตัวของตน ซึ่งใช้ภาพและชื่อนามสกุลจริง  แต่เมื่อตนถามว่าเป็นตุ๊กตาผู้หญิงหรือผู้ชายผู้ใช้เฟสบุค ที่ชื่อ "สตอเบอร์รี่ นมสด" ได้กล่าวหาว่าตนลบหลู่ลูกเทพและด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ตนจึงลบออกจากความเป็นเพื่อน

 

 

 

ผ่านไป1วัน ตนจึงกลับไปติดตามดูเฟสบุคดังกล่าวอีกครั้งว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง ปรากฏว่า มีการแคบหน้าเฟสบุคของตนไปประจานในเฟสและให้เพื่อนๆช่วยแชร์ต่อ โดยมีข้อความระบุว่าตนเป็นบุคคลอันตรายต้องการเกาะกระแสลูกเทพดัง เป็นเปรตเที่ยวมาขอส่วนบุญไม่รู้จักเข้าวัดเข้าวา ทั้งที่ตนไม่เคยเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพเลย เพราะตนนับถือศาสนาอิสลาม  ตนจึงพิมพ์ข้อความให้ลบออกทันทีถ้าไม่อยากรับหมายศาล แต่ผู้ใช้เฟสบุครายเดิมกลับไม่ยอมลบ และยังท้าท้ายให้แจ้งความด้วย โดยอ้างว่ามีญาติเป็นทหาร ตำรวจ และทนายความ ตนจึงตัดสินใจรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความดำเนินคดี กับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองกระบี่   ดำเนินการตรวจสอบและติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบไปตามหลักฐานมีปรากฏ ซึ่งตนไม่รู้มาก่อนว่าผู้ที่ใช้เฟสบุคดังกล่าวเป็นผู้พิการตาบอดหรือไม่เพราะหลักฐานทีมีอยู่ไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นคนตาบอดเลย  จึงอยากเรียกร้องให้สื่อให้ความเป็นธรรมนำเสนอข้อมูลที่ครบถ้วนและอยากให้เป็นอุทาหรณ์ ให้กับคนที่ใช้เฟสบุคในทางที่ไม่ถูกต้อง
 

 


ส่วนจะมีการปลอมแปลงชื่อเฟสบุคหรือไม่นั้น ก็ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนจะติดตามตัวผู้ที่กระทำผิดมาดำเนินคดี  เพราะความเสียหายเกิดขึ้นกับตนแล้ว  จึงไม่สามรถถอนแจ้งความได้อีกอย่างเป็นคดีอายายอมความไม่ได้ และถ้าผู้ทีโพสต์ข้อความไม่ใช่เจ้าของเฟสดังกล่าวก็ควรที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ปลอมเฟสบุกด้วย และในวันพรุ่งนี้จะเข้าแจ้งความเพิ่มเติม หลังตรวจพบว่ามี การโพสต์ด่าทอตนอีกรายหลังมีการนำเสนอข่าว



เรียบเรียงโดย : เอกพันธ์ แป้นไทย

ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน