ขอเวลาเพิ่ม 10 วัน! รอง ผวจ.ประจวบฯ เร่งหาเจ้าของที่ดินเขาช่องกระจก หลังไร้เจ้าภาพเอาผิดเจ้าอาวาส ตัดต้นศรีมหาโพธิ์




จากกรณีต้นศรีมหาโพธิ์ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปลูก เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นเขาช่องกระจก ในเขตอภัยทานของวัดธรรมิการามวิหาร ตรงข้ามศาลาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2501 ถูกเจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวิหารตัดโค่นถอนรากถอนโคน ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำหนังสือขอพระราชทานอภัยทานโทษถึงสำนักพระราชวัง พร้อมตั้งกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงเพื่อหาหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่เขาช่องกระจกภายใน 15 วัน

วันที่ 18 กันยายน นายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหาหน่วยงานรับผิดชอบพื้นที่เขาช่องกระจก เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เสนอตั้งนายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร ปลัดจังหวัดทำหน้าที่กรรมการเพิ่ม และเสนอขอขยายเวลาสอบสวนอีก 10 วัน เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนก่อนเริ่มกระบวนการทางกฎหมายกับผู้ตัดต้นศรีมหาโพธิ์ทรงปลูก จากนั้นจะนำเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาว่าพื้นที่เขาช่องกระจกเป็นของหน่วยงานใด เนื่องจากวัดธรรมิการามไม่มีหลักฐานยืนยันการขอใช้ประโยชน์ แต่เนื่องจากมีการสร้างวัดตั้งแต่ปี 2465 และ พบรอยพระพุทธบาทจำลองบนเขาช่องกระจก คณะกรรมการจึงสั่งให้สืบค้นข้อมูลจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และ สอบถามพยานบุคคลหลายราย การแปลภาพถ่ายทางอากาศจากกรมแผนที่ทหาร เพื่อหาหลักฐานการใช้ประโยชน์ของวัดบนพื้นที่ภูเขา ทั้งนี้หากหน่วยงานระดับจังหวัดไม่สามารถหาข้อยุติได้คาดว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทำการวินิจฉัยต่อไป ยืนยันว่าอาจจะไม่มีข้อยุติในระยะสั้น และขอเรียนว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่มีหน้าที่หาสาเหตุการตัดโค่นต้นศรีมหาโพธิ์ทรงปลูกแต่อย่างใด


ด้านนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ที่ปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย ในฐานะชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ขอยืนอยู่ข้างประชาชนและชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื่องต้นศรีมหาโพธิ์บนเขาช่องกระจก นอกจากเป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญทางพุทธศาสนาแล้วยังเป็นต้นศรีมหาโพธิ์ที่ในหลวงรัชกาลที่9ทรงปลูกไว้ เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองและเป็นสิริมงคลต่อพี่น้องชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นอย่างยิ่ง กรณีต้นศรีมหาโพธิ์ถูกตัดทิ้งจนเหลือแต่ซากตอมีผลกระทบทางจิตใจกับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก แต่ผู้บริหารของจังหวัดไม่สามารถชี้แจงและสรุปข้อเท็จจริงได้โดยเร็วทำให้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับหน่วยงานที่รับผิดชอบบนเขาช่องกระจกว่าหน่วยงานใดเป็นผู้ดูแล นอจกากนั้นมีการใช้เงินงบประมาณ 70 ล้านบาทเพื่อพัฒนาบนเขาช่องกระจกโดยถูกต้องหรือไม่และผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะมีความผิดหรือต้องรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าวอย่างไร


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน