ไม่รอด จนท.ปกครอง-ป่าไม้ จับผู้บุกรุกป่าเผาต้นไม้ในเขตป่าชุมชนโป่งแยง แม่ริม จ.เชียงใหม่ รวม 16 ไร่




เจ้าหน้าที่ปกครอง-ป่าไม้ จับผู้บุกรุกป่าเผาต้นไม้ในเขตป่าชุมชนโป่งแยง แม่ริม จ.เชียงใหม่ รวม 16 ไร่
ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ริม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม่ กำนันตำบลโป่งแยง นำเจ้าหน้าที่ป่าไม้และคณะกรรมการป่า ชุมชนเข้าทำการตรวจสอบผู้บุกรุกพื้นที่ป่าและเผาต้นไม้เพื่อเปลี่ยนสภาพป่าชุมชน นำขายให้กับกลุ่มนายทุนทำให้เกิดความเสียป่ารวมกว่า 16 ไร่ จึงออกสำรวจจับกุมผู้กระทำผิดนำตัวไปยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอแม่ริม เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 11 ต.ค.61 เวลา 09.30 น. นายบุญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ พร้อมนายประสงค์ วงค์เสือ กำนันตำบลโป่งแยง นายอินทูน จันทกิจ สารวัตรกำนันตำบลโป่งแยง ฐานะผู้นำกลุ่มชาวบ้านปลูกป่ากันชนในพื้นที่ พร้อมว่าที่ร้อยตรีกรินทร์ จงเจริญสกุล สายตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฏหมายว่าด้วยการป่าไม้ นำเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และคณะกรรมการป่าชุมชน เข้าพื้นที่ร่วมกับคณะผู้นำและคณะกรรมการหมู่บ้านม่วงคำ หมู่ 3  ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบพบว่ามีผู้บุกรุกป่าและเผาต้นไม้หลายต้นเพื่อเปลี่ยนสภาพป่าชุมชน และอีกแห่งมีนายทุนบุกรุกป่าแล้วกันพื้นที่ป่าไม่ให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์จากป่าอีกจำนวน 12 ไร่

ทางเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบพบผู้กระทำความผิดได้ 1 ราย คือนายอำนวย มูลสม อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 ม.1 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งนายอำนวย ยอมรับสารภาพว่า ตนทราบมาก่อนว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าชุมชน แต่ได้บุกรุกพื้นที่ป่าแห่งนี้มานานประมาณ 10 ปี ในพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ที่อยู่ติดพื้นที่ทำกินของตัวเองที่อยู่ใกล้กัน และยอมรับในการกระทำผิดครั้งนี้และยินดีคืนพื้นที่ป่าให้กับทางราชการ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจ้งกฎหมายและระเบียบ ตนยินดีที่จะออกจากพื้นที่แต่ขอเวลาเก็บผลผลิต โดยจะไปบันทึกถ้อยคำที่ศูนย์ดำนงธรรมอำเภอแม่ริมต่อไป

จุดที่ 2 ทางเจ้าหน้าทีประกอบด้วยฝ่ายปกครอง ป่าไม้ ทหาร ผู้ใหญ่บ้าน ได้บึนทึกตรวจยึดไว้เมื่อวันที่ 9 ม.ค 2560 เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ และได้มีการดำเนินคดีเข้ายึกครองที่ดินดังกล่าว โดยได้แผ้งถาง และล้อมรั่วลวดหนาม แสดงถึงการเข้าครอบครอง สร้างความเสียหายประมาณ 800,000 บาท ซึ่งจากการตรวจสอบ คดียังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกำลังรอผลคดี ทั้งนี้หากมีผล ถึงที่สุดจะได้ยึดคืนมาเป็นของชุมชนต่อไป

 


นายบุญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริม กล่าวว่า พื้นที่ป่าชุมชนทั้ง 2 แห่งนี้ได้ถูกกันพื้นที่ให้กับชุมชนบ้านม่วงคำดูแลรักษามาเป็นเวลานานแล้ว โดยคณะกรรมการหมู่บ้านได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกันสอดส่องดูแลรักษาพื้นที่ป่าชุมชนของหมู่บ้าน และหาแนวทางร่วมกันในการรักษาป่าชุมชนนี้เพื่อเป็นมรดกให้ลูกหลานต่อไป ยังช่วยกันพัฒนาและส่งเสริมแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อเป็นแหล่งรายได้ให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน แสดงถึงความเข้มแข็งของชุมชนที่สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ โดยอนุรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่ หวงนไม่อยากให้มีกลุ่มคนที่ไม่หวังดีมาทำลายบุกรุก "คนอยู่ได้ป่าอยู่ด้วย" ส่วนทางเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจผู้บุกรุกป่าครั้งถือว่าทำตามนโยบายของ คสช.เพื่อขอคืนพื้นที่ป่า

ด้านนายประสงค์ วงค์เสือ กำนันตำบลโป่งแยง เปิดเผยว่า ทั้งนี้พื้นที่ ต.โป่งแยง ชาวบ้านต้องการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และมีความต้องการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เกิดความสวยงามเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเยือน มาชมวิถีชีวิตของชาวบ้านและมาสัมพันธ์กับวิถีชนเผ่าต่างๆมีหลากหลายชาติพันธ์ จึงต้องการพื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เป็นป่าที่อยู่เคียงคู่กับชาวบ้านยึดหลัก "คนอยู่กับป่า"

"สำหรับพื้นที่ป่าชุมชนแห่งนี้ได้ถูกกันพื้นที่ให้กับชุมชนบ้านม่วงคำดูแลรักษามาเป็นเวลานานแล้ว โดยคณะกรรมการหมู่บ้านได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดังนี้ สอดส่องดูแลรักษาพื้นที่ป่าชุมชนของหมู่บ้าน หาแนวทางร่วมกันในการรักษาป่าชุมชนนี้เพื่อเป็นมรดกให้ลูกหลานต่อไป พัฒนาและส่งเสริมแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อเป็นแหล่งรายได้ให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อแสดงถึงความเข้มแข็งของชุมชนที่สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ โดยอนุรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่ หวงแหนไม่อยากให้มีกลุ่มคนที่ไม่หวังดีมาทำลายบุกรุก" นายประสงค์ วงค์เสือ กำนันตำบลโป่งแยง กล่าว

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน