ชาวโนนป่ายางศรีสะเกษ กว่า สองหมื่นคน ส่งตัวแทนต้อนรับ ผู้ว่าฯคนใหม่ พร้อมวอนขอที่ดินทำกิน หลังสู้มานานกว่า 65 ปี





เมื่อเวลา  18.45 น. วันที่ 11  ต.ค. 61  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่บริเวณด้านหน้าอาคารศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ หลังใหม่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ  ยายทองคำ   ไชยชาญ  อายุ  75 ปี อยู่บ้านเลขที่  43  หมู่  11  ชุมชนโนนสำราญ  ต.หญ้าปล้อง  อ.เมือง  จ.ศรีสะเกษ  พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้านในเขตโนนป่ายาง จำนวนประมาณ  50 คน จากจำนวนชาวบ้านที่มีอยู่จำนวนทั้งสิ้น     กว่า  20,000  คน  จาก  7  หมู่บ้าน  2  ตำบล  ประกอบด้วย  ชุมชนโนนสำนัก  บ้านโนนแย้   บ้านโนนหล่อ  บ้านวังไฮ  ชุมชนโนนสำราญ  ต.หนองไผ่  และบ้านโนนแดง  บ้านเพียนาม  ต.หนองไผ่  อ.เมือง       จ.ศรีสะเกษ  มีชาวบ้านอาศัยอยู่ จำนวนทั้งสิ้นกว่า  5,000  ครอบครัว     ซึ่งทั้งหมดอาศัยอยู่ในเขตที่ดินสาธารณะประโยชน์โนนป่ายาง  มานานหลายชั่วอายุคนแล้วได้พากันมารอต้อนรับ นายวีระศักดิ์   วิจิตร์แสงศรี  ผวจ.ศรีสะเกษ ซึ่งเพิ่งเดินทางมารับตำแหน่ง ผวจ.ศรีสะเกษ คนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา  โดยยายทองคำได้นำแกนนำชาวบ้านนำเอาผ้าขาวม้ามาคล้องคอนายวีระศักดิ์ เพื่อเป็นการต้อนรับ  จากนั้น ได้นำเอากระเช้าดอกไม้  กระเช้าผลผลิตทางการเกษตร มามอบให้ด้วย  พร้อมทั้งได้ยื่นหนังสือขอให้ ผวจ.ศรีสะเกษ ได้ช่วยเหลือติดตามเร่งรัดในการขอเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในเขตที่สาธารณะประโยชน์โนนป่ายางที่ชาวบ้านพากันอาศัยอยู่มานานหลายชั่วอายุคนแล้ว แต่ว่ายังไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินแต่อย่างใด

 






ยายทองคำ   ไชยชาญ  อายุ  75 ปี  แกนนำชาวบ้านในเขตโนนป่ายาง กล่าวว่า   ตนและญาติพี่น้องได้อาศัยอยู่ในพื้นที่โนนป่ายางแห่งนี้มานานหลายชั่วอายุคนแล้ว  ก่อนปี  พ.ศ.2462 – 2464  ก่อนที่จะมีการสร้างทางรถไฟสายนครราชสีมา – อุบลราชธานี  โดยมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าที่สาธารณะประโยชน์โนนป่ายาง  หรือที่ทำเลเลี้ยงสัตว์  ต.หญ้าปล้อง  ได้ขึ้นทะเบียนไว้เมื่อวันที่  1  ก.ย. 2468  ซึ่งต่อมาปี  พ.ศ.2497  มี  พ.ร.บ.ที่ดิน  ชาวบ้านได้แจ้งครอบครองที่ดิน  โดยใช้เอกสาร  สค.1  เมื่อวันที่  5  พ.ค.2498   แต่ปรากฏว่าขอออกโฉนดที่ดินโดยใช้  สค.1  ไม่ได้  ซึ่งชาวบ้านได้รวมตัวกันร้องเรียนไปแล้ว  และต่อมาปี  พ.ศ.2432  มี  พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเข้ามาแก้ปัญหาถอนสภาพที่ดินโนนป่ายางทั้ง  4,125  ไร่  แต่ทางราชการไม่ได้บอกกล่าวแก่ชาวบ้านแต่อย่างใด  พอถึงปี  พ.ศ.  2538  กปร.จ.ศรีสะเกษ  ได้สั่งให้  กปร.อ.เมืองศรีสะเกษ  ไปจัดทำแนวเขตที่ดินโนนป่ายางอีก  เพื่อจะกันไว้เป็นที่สาธารณะรอบที่  2  ซึ่งเป็นการทำไปโดยพลการ  โดยไปกั้นที่ดินของชาวบ้านโดยไม่บอกกล่าว  ไม่มีการทำประชาคม  ได้พื้นที่ดินไปเนื้อที่  1,531  ไร่  2  งาน  4  ตารางวา  และชาวบ้านได้รวมตัวกันร้องเรียนคัดค้านในเรื่องนี้แล้ว






ยายทองคำ   กล่าวต่อไปว่า  ในการต่อสู้เรื่องนี้ เมื่อเดือน ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา  ได้มีการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.อุบลราชธานี   ตนพร้อมด้วยแกนนำชาวบ้านในเขตโนนป่ายาง ได้เดินทางไปยื่นหนังสือกับ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ คสช. เพื่อขอให้พิจารณาสั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้  ซึ่งต่อมา นายธวัช   สุระบาล  ผวจ.ศรีสะเกษ ในขณะนั้น ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการทบทวนแนวเขตที่สาธารณะโนนป่ายาง แต่ว่าการดำเนินการยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร  เนื่องจากว่า  ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บางส่วน ได้มีการพยายามดึงเรื่องและไม่มีความจริงใจจริงจังในการที่จะแก้ไขปัญหาช่วยเหลือชาวบ้าน 7 หมู่บ้าน 2 ตำบลกว่า 20,000 คน พวกตนจึงขอวอนให้ ผวจ.ศรีสะเกษคนใหม่ ได้ให้การช่วยเหลือปลดล็อคในเรื่องนี้ด้วย  เพื่อให้ลูกหลานชาวศรีสะเกษที่อาศัยในเขตโนนป่ายาง ได้รับโฉนดที่ดิน คืนความสุขให้กับประชาชนชาวโนนป่ายางโดยด่วนด้วย

นายวีระศักดิ์    วิจิตร์แสงศรี  ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า  ตนเพิ่งรับทราบปัญหานี้  ซึ่งหากว่าเป็นปัญหาที่ง่าย ๆ ผวจ.ศรีสะเกษหลายท่านที่ผ่านมาคงจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ช่วยเหลือชาวบ้านได้แล้ว  ตนขอเวลาในการศึกษารายละเอียดเรื่องนี้  จากนั้น  จะได้หารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนที่สุด  เพราะว่า ทุกปัญหาของประชาชนตนจะทำทันที ภายใต้ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  พี่น้องประชาชนชาวโนนป่ายางทนรอมาได้นานกว่า 65 ปีแล้ว  ฉะนั้น ตนขอให้พี่น้องประชาชนรอเวลาไปอีกไม่เกิน 2 เดือนปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขโดยด่วนที่สุด

 

ชยงค์   มณีพันธุ์เจริญ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ศรีสะเกษ