ถึงกับพูดไม่ออก ผจก.ชุมนุมยางตรัง ร่วมเอกชนทุจริตยางสูญ 300 ล้านบาท เชื่อยังมีอีก





                                   วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 ที่ห้องประชุมชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรัง ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมยางจากสมาชิกสหกรณ์ในจังหวัดตรัง เพื่ออัดก้อนส่งขายและทำธุรกิจซื้อขายยางในตลาดกลาง คณะกรรมการชุมนุมสหกรณ์ยางตรัง นำโดยนายประทบ  สุขสนาน ประธานชุมนุมสหกรณ์ยางตรังเรียกประชุมด่วนคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานกำกับดูแลสหกรณ์ มาประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาวาระต่างๆ โดยวาระสำคัญอยู่ที่ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นภายในชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรังใน 2 ประเด็นใหญ่ คือ ปัญหาเงินทุนหมุนเวียนของชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรังหมด ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และคณะกรรมการชุดปัจจุบันตรวจสอบพบเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า นางนิตรดา อาจเส็ม อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 5 ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรังร่วมกับพวก (ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนแน่ชัด) ร่วมกันทุจริตฉ้อโกงยักยอกยางของชุมนุมฯไปขายให้กับ 2 บริษัท ซึ่งเชื่อว่าอาจเป็นของผู้จัดการที่ไปลักลอบจดทะเบียนจัดตั้ง แต่ไม่ได้ใช้ชื่อของผู้จัดการสาวเอง หรือร่วมมือกับคนของบริษัทเอกชนบริษัทหนึ่ง และกรณีผู้จัดการสาวออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 10 ฉบับๆละ 5 ล้าน รวม 50 ล้าน ไปกู้เงินจากบุคคลภายนอก โดยไม่ผ่านการพิจารณาและมติของคณะกรรมการฯชุดขณะนั้น โดยเอาเงินไปใช้ส่วนตัว และขณะนี้ถูกเจ้าของเงินแจ้งความดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรังด้วย






ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการชุดปัจจุบันได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้ง 2 กรณี ขึ้นมารวม 2 ชุด เพื่อแยกสอบสวนและหาหลักฐานแบ่งออกเป็น 2 กรณีดังกล่าว จนกระทั่งชี้ชัดว่าผู้จัดการสาวคนดังกล่าวกระทำความผิดจริง โดยจากหลักฐานเบื้องต้นที่สามารถเรียกตรวจสอบได้ พบว่าผู้จัดการสาวพร้อมพวกเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองทำชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรังสูญเงินประมาณ 300 ล้านบาท แต่เชื่อยังมีอีกมหาศาล เพราะทำมาแล้วประมาณ 5 ปี โดยที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ตรัง ก็ตรวจไม่พบ และยังมีเงินที่อีกหลายบริษัทที่ค้างจ่ายชุมนุมสหกรณ์ จนขณะนี้ชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรังขาดสภาพคล่องทางการเงิน โดยทางคณะกรรมการชุดปัจจุบันพยายามหาทางออกอย่างเต็มที่ โดยขอความร่วมมือไปยังสมาชิกสหกรณ์ในจังหวัดตรังร่วมกันซื้อขายยางตามปกติ ทั้งนี้ผลการประชุมของคณะกรรมการได้ลงมติร่วมกันให้ไล่ออกนางนิตรดา อาจเส็ม ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรัง และแต่งตั้งกรรมการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษในข้อหากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ และเอกสาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





                                   อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 10 ฉบับๆละ 5 ล้าน รวม 50 ล้าน โดยผู้จัดการสาวเป็นคนลงนามในตั๋วสัญญาแล้วไปกู้เงินจากไปกู้เงินโดยไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการฯขณะนั้น ขณะนี้ทางเจ้าของเงินได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีทางแพ่งกับชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรังด้วย และในส่วนของชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรังได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเอกชนรายหนึ่งกับกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว
                                   ทางด้านนายชาลี ทวิสุวรรณ ประธานสหกรณ์ห้วยยอด ซึ่งเป็นประธานสอบสวนกรณีการขายยางของชุมนุมฯ กล่าวว่า จากมติคณะกรรมการให้แต่งตั้งหาข้อเท็จจริงเนื่องจากเงินของชุมนุมหายไป 207 ล้านบาท จึงตั้งกรรมการมา 5 ท่าน เพื่อหาข้อเท็จจริงซึ่งผลการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จพบพฤติการณ์ว่า นางนิตรดา อาจเส็ม ตำแหน่งเป็นผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรัง ไปเกี่ยวข้องหรือเป็นผู้ดูแลบริษัทอยู่ 2 บริษัท ซึ่งเชื่อว่าเป็นของผู้จัดการฯเอง ที่ไปลักลอบเปิดไว้โดยไม่ใช้บุคคลอื่นทำธุรกรรมแทน เมื่อชุมนุมฯประมูลยางในตลาดกลางได้ หรือมีคนติดต่อขอซื้อยางจากชุมนุมฯ ผู้จัดการก็สั่งคนไปรับยาง หรือนำยางขึ้นรถ จากนั้นยางที่ชุมนุมฯประมูลได้จากตลาดกลาง ก็ไม่นำกลับมาเก็บที่ชุมนุม แต่กลับประสานไปยังบริษัทแรกให้ติดต่อบริษัทที่ 2 นำยางไปขายให้บริษัทผู้ส่งออกรายใหญ่ที่มีชื่อเสียงอื่นๆ เช่นเดียวกับยางที่นำออกจากชุมนุมฯก็ไม่มีใบซื้อขาย จากนั้นประสานไปยังบริษัทแรกส่งไปบริษัทที่ 2 เพื่อขายต่อไปบริษัทส่งออกยาง โดยเงินทั้งหมดบริษัทที่รับซื้อยางโอนเข้าเจ้าของบัญชีบริษัท 2 และเจ้าของบัญชีบริษัท 2 โอนเข้าเจ้าของบัญชีบริษัทแรก (ซึ่งเป็นคนทำธุรกรรมแทนผู้จัดการฯ) จากนั้นเงินทั้งหมดก็เข้ากระเป๋าผู้จัดการกับพวก โดยไม่เข้าชุมนุมฯ และอีกจำนวน 207 ล้านบาท ยังคงค้างไม่จ่ายมาให้ผู้จัดการ หรือไม่จ่ายให้ชุมนุม ขณะนี้อยู่ระหว่างการทวงถาม ทั้งนี้ จากการสอบสวนแกะรอยติดตามเส้นทางซื้อขายยางดังกล่าวจนตนเองได้เอกสารสำคัญที่นางนิตรดาไปเซ็นต์รับสภาพหนี้ไว้ว่า สินค้า หรือยางแผ่นรมควันทั้งหมด ที่นำออกไปขายผู้จัดการขายฯในนามสินค้าส่วนตัว และขายในนามยางของบริษัท เพราะดูแลเองทั้ง 2 บริษัท ทั้งที่ความจริงเป็นยางของชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรัง
                            ด้านนายชาลี ทวิสุวรรณ ประธานสหกรณ์ห้วยยอด ซึ่งเป็นประธานสอบสวนกรณีการขายยางของชุมนุมฯ กล่าวอีกว่า อยากเรียกร้องให้ผู้ใหญ่เข้ามาดูแลคดีสอบสวนหาข้อเท็จจริง แล้วมีบทลงโทษผู้กระทำผิดที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะบางหน่วยงานไม่มีอำนาจที่จะไปเรียกร้องเอกสาร เส้นทางการเงินที่ได้ เช่น หลักฐานการโอนเงินของสถาบันการเงินต่างๆ ต้องให้มีอำนาจเท่านั้นจึงจะเรียกตรวจได้ เพราะเส้นทางการเงินที่จะต้องสอบพบว่ามีทั้งที่โอนเข้าบัญชีส่วนตัว และโอนเข้าบัญชีบริษัท

ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง