2 สาวมอบตัวสู้คดี!! "หลอกสั่งข้าวกล่องและน้ำดื่มอย่างละหมื่น ไม่มารับปล่อยให้เน่าเสีย" เจอข้อหาร่วมฉ้อโกง ปฏิเสธข้อกล่าวหาขอต่อสู้ในชั้นศาล





 

มอบตัวแล้ว 2 สาว หลังเจ้าทุกข์เข้าแจ้งความ "ถูกหลอกสั่งข้าวกล่องและน้ำดื่มอย่างละหมื่น ไม่มารับปล่อยให้เน่าเสีย"กระทั่งตำรวจกดดันตั้งทีมงานสอบสวนระดับจังหวัดเข้าควบคุมคดี ขุดคุ้ยหาคดีเก่าและเจ้าทุกข์อีกหลายรายมาพ่วงเพิ่มโทษ  เจอข้อหาร่วมกันฉ้อโกงเพื่อเอาทรัพย์สินผู้อื่น เช้าพรุ้งนี้มอบตัวให้ศาล เจ้าตัวให้การปฏิเสธพร้อมสู้คดีเต็มที ยุติธรรมเตรียมเยียวยาช่วยเหลือเหยื่อตามพรบ. ผู้การฯ "พยูห์" แนะหาทนายดีฟ้องแพ่งชดใช้ควบคดีอาญา

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 61 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่นางธนิสร กุยแก้ว แม่ค้าจำหน่ายพรรณไม้นานาชนิดให้กับลูกค้าในพื้นที่อุตรดิตถ์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 268/3 หมู่ 8 ต.วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ว่า ถูกหลอกให้ทำอาหารกล่องน้ำดื่มและไข่ต้ม ส่งโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ด้วยการทำสัญญาว่าจ้างกับบริษัทแห่งหนึ่งอ้างว่า ได้รับออเดอร์รับเหมาให้ทำอาหารส่งโรงงานดังกล่าว เพื่อเลี้ยงพนักงานเป็นหมื่น โดยทำสัญญาสัมปทานผูกมัดเป็นเวลา 5 ปี ให้ผลิตข้าวกล่องประเภทข้าวมันไก่ ข้าวผัดกระเพราหมู ลูกชิ้นผัดเผ็ดทุกวัน/วันละ 10,000 กล่อง พร้อมน้ำดื่มสี อาทิ เก๊กฮวย โอเลี้ยง กระเจี๊ยบ เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ วันละ 10,000 ขวด รวมถึงไข่ต้มผลิตวันจันทร์ถึงศุกร์ วันละ 30,000 ฟอง แต่ยังไม่ได้ผลิตไข่ต้ม โดยในสัญญาระบุหากผิดนัดหรือทำไม่ทันจะถูปรับเป็นเงิน 150,000 บาท

ระหว่างทำสัญญาถูกเรียกเงินล่วงหน้าเพื่อจ่ายค่าสัมปทานและขวดเปล่าสำหรับใส่น้ำดื่มล่วงหน้าเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 100,000 บาท หลังจากทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว ได้ผลิตข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่ม เตรียมจัดส่งให้ผู้ว่าจ้างตามกำหนดเวลา แต่ถูกผู้ว่าจ้างบ่ายเบี่ยงอ้างโน้นนี่นั้น หรือไม่ถูกต้องตามข้อสัญญาเป็นเหตุให้ข้าวกล่องและน้ำดื่มไม่ถูกส่งให้ผู้ว่าจ้างทันตามกำหนดเวลา เป็นข้ออ้างว่าถูกปรับเป็นเงินจำนวน 150,000 บาท

เหตุผลที่นางธนิสร ลงมือรับทำข้าวกล่องและน้ำดื่ม พร้อมตกลงทำสัญญาว่างจ้างระยะยาว 5 ปี เนื่องจากเห็นผลกำไรที่จะได้รับจากการว่าจ้างครั้งนี้คือประการแรกได้รับเงินสดและมีผลกำไรต่อวันทันที โดยเฉพาะอาหารกล่อง 5 วัน/วันละ 100,000 บาท ส่วนน้ำดื่ม 2 วัน/วันละ 100,000 หากคิดรายได้รวมเป็นเดือนจะมีกำไรกว่า 2 ล้านบาท จึงตัดสินใจทำสัญญาผูกมัดในครั้งนี้ เนื่องจากมีรายได้ดีกว่าจำหน่ายพันธุ์ไม้

หลังจากถูกโยกโย้จากผู้ว่าจ้างไม่รับของตามที่ตกลงไว้ ด้วยการอ้างเหตุผลสาระต่างๆทำจนให้ทราบว่า สิ่งนี้คือการหลกลวง ข้าวกล่องและน้ำดื่มลงทุนไปแล้วเกือบ 1 ล้านบาท ทั้งอุปกรณ์เครื่องครัวสำหรับทำอาหารข้าวกล่องและน้ำดื่ม รวมถึงวัสดุอุปกรณ์เครื่องครัวที่ต้องหาซื้อมาเพิ่ม อีกทั้งค่าจ้างแรงงานคนกว่า 60 คน ที่ถูกเกณฑ์มาช่วยทำอาหารข้าวกล่องและน้ำดื่มในครั้งนี้ เงินที่ใช้จ่ายสำหรับซื้ออุปกรณ์เครื่องครัวและเครื่องใช้สำหรับปรุงอาหารพร้อมน้ำดื่ม ต้องกู้หนี้ยืมสิน และนำรถยนต์เข้าจำนำกับไฟแนนซ์ รวมเป็นเงินเกือบ 1 ล้าน ทำให้ได้รับความเสียหาย จนแทบจะต้องปลิดชีพตัวเอง จึงเดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรพญาแมน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดกับผู้หลอกลวงตามที่เสนอข่าวนั้น

วันนี้ ที่สถานีตำรวจภูธรวังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ เดินทางมาตรวจสอบการทำคดีดังกล่าวด้วยตนเอง หลังจากทราบมีการหลอกลวงให้ทำข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่มและไข่ต้ม สั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนคดีนี้เป็นกรณีพิเศษขึ้นมาโดยมี พ.ต.อ.คีรี  เกียรติสาร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในการสอบสวน แบ่งพื้นที่รับเรื่องร้องทุกข์ในคดีนี้ และคาดว่าอาจจะมีเจ้าทุกข์หลายรายเข้าร้องทุกข์ สถานีตำรวจภูธรวังกะพี้ สถานีตำรวจภูธรพญาแมน โดยอาศัยพื้นที่ตำบลวังกะพี้เป็นศูนย์เซ็นเตอร์ เหตุผลที่ต้องตั้งชุดพนักงานสอบสวนระดับจังหวัด เนื่องจากพื้นที่รับคดีนี้ไม่ไหว

ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรวังกะพี้ พนักงานสอบสวนถูกระดมมาจากหลายพื้นที่เข้ามาร่วมสอบในคดีนี้ มีการนำเจ้าทุกข์ นางธนิสร กุยแก้ว แม่ค้าจำหน่ายพรรณไม้นานาชนิด พร้อมครอบครัวมาสอบปากคำเบื้องต้น และเตรียมเรียกสอบพยานที่เป็นผู้ใช้แรงงานจัดทำอาหารข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่มอีก 60 มาสอบเป็นพยานในคดีนี้

ทั้งนี้ พล.ต.ต.พยูห์ ได้ตรวจสอบประวัติผู้ว่าจ้างทำข้าวกล่องและพยานเป็นญาติกัน มีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอื่นและคดียาเสพติด ตอนนี้อยู่ระหว่างประกันตัวต่อสู้คดีความในชั้นศาล ได้เร่งให้พนักงานสอบสวนตามสถานีโรงพักอื่นตรวจสอบประวัติบุคคลทั้ง 2 หากมีสำนวนเกี่ยวกับคดีหลอกลวงเป็นคดีเกี่ยวเนื่องกันให้รายงานด่วน

พล.ต.ต.พยูห์ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องได้ตั้งเป็นคณะกรรมการสอบสวนชุดใหญ่ของจังหวัดขึ้นมาดูแลในคดีนี้ เนื่องจากศักยภาพของสถานีตำรวจภูธรพญาแมนคงทำคดีนี้ไม่ได้เท่าที่ควร เพื่อประสิทธิภาพจึงตั้งชุดนี้ขึ้นมา เมื่อวานได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียด วันนี้แบ่งเป็น 2 ชุด ชุดแรกสอบปากคำพยานตามที่มีการกล่าวอ้างในพื้นที่โรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก รับทราบว่าพนักงานมีเพียง 4,000 คน ไม่มีจำนวนหลักหมื่นตามที่ฝ่ายหลอกลวงมีการกล่าวถึง โรงงานดังกล่าวผู้จัดการให้พนักงานทานข้าวที่โรงอาหาร มีร้านอาหารประมาณ 16 ร้านค้า มีข้าวฟรีน้ำดื่มฟรี หากซื้อกับข้าวก็มีจำหน่ายอย่างละกว่า 10 บาท 2 อย่างประมาณกว่า 20 บาทต่อมื้อ

ถูกตำรวจกดดันตั้งทีมงานสอบสวนระดับจังหวัดเข้าควบคุมคดี ขุดคุ้ยหาคดีเก่าและเจ้าทุกข์อีกหลายรายมาพ่วงเพิ่มโทษ 





เจอข้อหาร่วมกันฉ้อโกงเพื่อเอาทรัพย์สินผู้อื่น มอบตัวให้ศาลเช้าพรุ้งนี้ เจ้าตัวปฏิเสธพร้อมสู้คดีเต็มที




คดีนี้เป็นคดีที่ผู้เสียหายถูกหลอกให้ทำข้าวกล่อง 10,000 กล่อง ไข่ต้ม 30,000 ฟอง หรือ 10,000 ชุด/3ฟอง น้ำสี 10,000 ขวด โดยตัวหลักน.ส.ธนิตาเข้ามาติดต่อให้ทำสัญญา เคยมีประวัติหลายคดีมากทั้งยักยอกและคดียาเสพติดในพื้นที่อำเภอพิชัย พื้นที่ตำบลพญาแมน ที่อำเภอไทรย้อย จ.พิษณุโลก คดียักยอก ฉ้อโกง และครอบครอง 5-6 คดี ช่วงนี้อยู่ระหว่างประกันตัวต่อสู่คดี เตรียมตรวจเช็คคดีเก่าเพิ่มเติมว่ามีอะไรบ้างจะเป็นสาเหตุที่ให้เพิ่มโทษต่อไป

สำหรับอุตรดิตถ์คดีหลอกลวงให้ทำข้าวกล่องมีเพียงรายเดียว และกำลังขยายผลว่ามีรายอื่นต่อไปหรือไม่อย่างไรตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากคดีนี้พบเพิ่มเติมว่าเป็นการฉ้อโกงประชาชน ก็จะดำเนินการในส่วนนั้นต่อไป เหตุการณ์นี้เพิ่งก่อและทราบเรื่องแค่เมื่อวานกับวันนี้ งานได้ทำเร็วและมีความคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว เพราะเราให้ความใส่ใจและต้องการตอบโจทย์กับประชาชนและต้องการให้ขบวนการนี้ถูกลงโทษอย่างรวดเร็ว

คดีนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกมีการโอนเงินให้ผู้ว่าจ้างไปแล้วกว่า 100,000 บาท จะเป็นเรื่องของคดีอาญา ในส่วนของทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ จะมี พรบ.เยียวยาผู้เสียหายจากการกระทำทางคดีอาญา อีกส่วนหนึ่งเป็นเงินสำหรับใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์สำหรับจัดทำข้าวกล่องและน้ำดื่ม 600,000-700,000 บาท ซึ่งเป็นข้าวของเครื่องใช้ถือเป็นคดีแพ่ง เป็นความผิดทางละเมิดโดยเจตนาให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย สามารถฟ้องร้องทางแพ่งได้ จึงได้แนะนำให้หาทนายดีๆฟ้องแพ่งควบคู่กันไปด้วย

เรื่องที่มีข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น เป็นเพียงแค่พูดกัน เราต้องมีการตรวจสอบก่อนว่า มีข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ว่าจะเป็นพนักงานสอบสวนหรือใครทั้งหมด ตอนนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานในชั้นนี้เข้าไปเกี่ยวข้อง จะเห็นได้ว่าเราทำงานกันอย่างเต็มความสามารถและเอาใจใส่ในคดีนี้ หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องมีจริงผิดจริงก็ต้องถูกดำเนินคดีอาญาและต้องถูกไล่ออกจากราชการทันที

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของน.ส.กัญจ์หทัยและน.ส.ธนิตา ซึ่งเป็นญาติในฐานะพี่สามีและน้องสะใภ้ ซึ่งเป็นคู่สัญญาเกี่ยวกับการว่าจ้างให้จัดทำข้าวกล่อง น้ำดื่มสีและไข่ต้มเพื่อขอสัมภาษณ์กรณีที่ตกเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ พบบ้านมีลักษณะชั้นเดี่ยว มีรั้วรอบขอบชิด ประตูด้านหน้าปิด เรียกขานไม่มีใครตอบรับ รอเฝ้าสังเกตอยู่ระยะหนึ่งจึงเดินทางกลับ โดยที่ไม่ได้สัมภาษณ์กับทั้งคู่แต่อย่างใด

ล่าสุดเย็นวันนี้ น.ส.กัญจ์หทัย สุขใส (ป้าง)ในฐานะผู้ซื้อตามหนังสือสัญญาสัมปทานอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมด้วย น.ส.ธนิตา  จันอิ่ม (อิ๋ว) ในฐานะพยานร่วมเซ็นรับรองเอกสารในหนังสือสัญญาสัมปทานอาหารและเครื่องดื่ม ตามที่ได้ทำสัญญาให้กับนางธนิสร กุยแก้ว แม่ค้าจำหน่ายพรรณไม้นานาชนิด ผู้เข้าร้องทุกข์แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจพญาแมน ร่วมกับ นายวีระวัฒน์  กุยแก้ว ในฐานะที่เป็นผู้ขายข้าวกล่องและน้ำดื่มสีตามที่ได้ลงนามสัญญากันไว้ เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.พยูห์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่สถานีตำรวจภูธรพญาแมน อ.พิชัย เพื่อเข้าต่อสู้ในคดีนี้

พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาหากับน.ส.กัญจ์หทัยและน.ส.ธนิตา ได้ร่วมกันฉ้อโกงเพื่อเอาทรัพย์สินผู้อื่น ผู้ถูกกล่าวหาได้ให้การปฏิเสธในข้อหาดังกล่าว และไม่ให้การใดทั้งสิ้น แต่ขอต่อสู้คดีในชั้นศาลเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ยุติธรรม เนื่องจากผู้ทำสัญญาขายผิดข้อตกลงตามที่ได้ทำสัญญาสัมปทานข้าวกล่องและน้ำดื่มรวมถึงไข่ต้มด้วย ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 ไม่ขอพบสื่อมวลชนและไม่ขอให้สัมภาษณ์ข่าวต่อสื่อมวลชนที่เฝ้ารอทำข่าวในครั้งนี้ โดยพนักงานสอบสวนได้นัดให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองมาที่สถานีตำรวจภูธรพญาแมนอีกครั้งในเวลาเช้า เพื่อนำตัวส่งมอบให้กับศาลดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/ข่าว สมภพ  สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ภาคเหนือ จังหวัดอุตรดิตถ์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน