ไม้ในป่าช้าเดือด อำเภอสั่งขนไม้เป็นของกลางหาตัวคนทำผิดมาดำเนินคดี ขณะที่ผู้นำเรียกประชุมชาวบ้านกดดันคนต้านให้ยุติการเผยแพร่ข้อมูล





          วันนี้(12 พ.ย.61 ) ผู้สื่อข่าวทีมข่าวเฉพาะกิจ สำนักข่าวทีนิวส์ รายงานความคืบหน้ากรณีที่มีผู้นำชุมชนในอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เสนอโครงการโดยใช้เงินงบประมาณของกองทุนหมู่บ้าน  ว่าจ้างรถแมคโฮและชาวบ้าน ไปตัดต้นไม้ เช่นต้นสัก และต้นไม้หวงห้ามอีกหลายชนิด จำนวนกว่า 100 ต้น ในพื้นที่กว่า 10 ไร่ ซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ หรือที่สาธารณะในเขตป่าช้า หรือที่ดิน น.ส.ล.(หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ) ตั้งอยู่ ในเขตหมู่ที่ 5 บ้านม่วงชุม ตำบลป่าสัก อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยาหลังตัดโค่นต้นไม้ลงจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย มีข้าราชการระดับสูงเซ็นอนุญาต ร่วมกับผู้นำชุมชนอ้างว่าเพื่อพัฒนาเป็นตลาดชุมชน หลังจากนั้นมีการนำไม้ดังกล่าวไปแปรรูป หลังเป็นข่าวได้นำไปเก็บไว้ที่วัดม่วงชุม อ้างว่าไม้ที่แปรรูปจะเอาไปไว้สร้างศาลการเปรียนวัด หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามเรื่องดังกล่าวกับนายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ นายอำเภอภูซาง ซึ่งนายอำเภอได้กล่าวว่ากับผู้สื่อข่าวว่า ตนได้สั่งให้มีดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว และการขนไม้ของกลางไปเก็บที่ป่าไม้ในพื้นที่แล้ว  ก็อยากขอร้องให้ผู้สื่อข่าวยุติการนำเสนอข่าว เพราะจะส่งผลกระทบวงกว้างและมีปัญหาในพื้นที่มากมาย แต่ขณะนี้ไม่ได้สรุปว่าจะดำเนินคดีกับใครบ้าง หากจะว่าผิดก็ผิดกันทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องรวมถึงผู้นำชุมชนและชาวบ้านด้วยเป็นร้อยกว่าคนที่ร่วมลงชื่อเห็นด้วยในการทำประชาคม ก็จะเกิดปัญหามวลชนในพื้นที่ได้ นายอำเภอกล่าว

ตัดไม้ในป่าช้ายังเดือด สั่งห้ามคนต้าน ขู่คนต่อต้านไม่งั้นจะตัดสิทธิ์ ทั้งๆที่ตัวเองทำผิดกฎหมาย





      ความคืบหน้าเมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา( 11พ.ย.61) ผู้สื่อข่าวได้เฝ้าดูความเคลื่อนไหวในพื้นที่ของหมู่บ้านและจุดที่มีการตัดต้นไม้ในป่าช้า พบได้มีรถแบคโฮสีฟ้า ที่ชาวบ้านอ้างว่าเป็นของนักการท้องถิ่นคนหนึ่ง ได้เข้าไปเคลียพื้นที่โดยการตักตอไม้ที่ตัด รวมถึงต้นไม้ที่ตัดกองไว้ นำขึ้นรถไปไว้ที่อื่น เมื่อพบการกระทำความผิดได้มีผู้สื่อข่าวสำนักหนึ่งที่เฝ้าดูอยู่ จึงได้ประสานงานไปทาง พล.ต.ต.อดุลย์ ดรุณแพท ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดพะเยา หลังจากที่ ผกก.ภูซางไม่รับสาย หลังจากนั้นได้ไปที่ สภ.ภูซาง เพื่อพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับกุมดำเนินคดี แต่ปรากฏว่าข่าวรั่ว มีการแจ้งให้กลุ่มขบวนการดังกล่าวรีบขนรถแมคโฮและรถบรรทุกออกไป เมื่อผู้สื่อข่าวไปถึงจึงพบว่ามีแต่ความว่างเปล่า ซึ่งเชื่อว่างานนี้มีข้าราชการมีส่วนรู้เห็นเป็นใจและเป็นขบวนการ เมื่อความผิดเกิดขึ้นก็พยายามที่จะหาทางกลบเกลื่อนความผิดในครั้งนี้แน่นอน รวมถึงการที่กลุ่มคนบางกลุ่มและข้าราชการบางคนมีความพยายามเรียกสื่อฯบางคนที่ไม่มีจรรยาบรรณในวิชาชีพให้นำเสนอข่าวที่ไม่เป็นกลาง เพื่อตอบโต้





          ล่าสุดสายวันนี้ ( 12 พ.ย.61 ) ในพื้นที่บ้านม่วงชุมได้มีการเรียกประชุมชาวบ้านเพื่อหาข้อยุติ ส่วนมากที่เข้าประชุมจะเป็นกลุ่มคนที่เห็นด้วย และร่วมลงชื่อในการทำประชาคมในครั้งนั้น ในที่ประชุม มีข่าวว่าได้มีข้าราชการระดับสูงได้ฝากไปบอก ลุกสาวของผู้หญิงคนหนึ่งว่าให้ไปบอกลุกสาวให้หยุดการต่อต้าน ให้หยุดโพสต์เรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นจะตัดสิทธิ์เงินฌาปณกิจ และเงินอื่นๆในหมู่บ้านทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับหมูบ้าน แล้วจะอยู่ในหมู่บ้านม่วงไม่ได้  ความคืบหน้าทีมข่าวได้เกาะติดในพื้นที่ เพื่อนำเสนอความคืบหน้าในการแก้ปัญหาต่อไป

สิริมงคล  ล. จันทร์เจริญ ทีมข่าวเฉพาะกิจ ทีมข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์

( ภาพจากแฟ้มข่าว)


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง