มันต้องอย่างนี้ "กู้ภัยสีขาว" แสดงความบริสุทธิ์ยกพลตรวจยาเสพติดลบคำสบประมาท




ที่โรงพยาบาลป่าโมก จ.อ่างทอง นายชาติชาย ชูชม อายุ 60 ปี (นามเรียกขาน 601) คณะกรรมการบริหารสมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง และหัวหน้าจุดป่าโมก ได้นำคณะกรรมการบริหารจุด รองหัวหน้าจุด และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยจุดป่าโมก จำนวน 40 ราย เข้าตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในร่างกายตาม “โครงการกู้ภัยสีขาวปลอดยาเสพติด” ซึ่งเป็นโครงการที่ทั้ง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย สถานีตำรวจภูธรอำเภอป่าโมก โรงพยาบาลป่าโมก สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทองจุดป่าโมกร่วมกันจัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการที่ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด อีกทั้งเป็นการป้องปรามและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดภายในองค์กร

 

 

 


นายชาติชาย กล่าวว่า โครงการกู้ภัยสีขาวปลอดยาเสพติด ถือว่าเป็นโครงการแรกในส่วนของเจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยส่วนมากมักจะถูกมองในด้านลบเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเป็นในเรื่องของยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หรือทำตัวเป็นนักเลง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามา กล่าวหาว่า เจ้าหน้าสมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทองจุดป่าโมก มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งพวกตนรับไม่ได้ พวกตนทำงานด้วยใจมีจิตอาสาทุกคน เสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์สิน ทำงานแบบไม่มีเงินเดือน เสียสละชีวิตครอบครัว พวกตนเชื่อได้ทุกครั้งที่มีเหตุต่าง ๆ เกิดขึ้นก็ไม่พ้นเจ้าหน้าที่กู้ภัย ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่เพียงแต่เรื่องช่วยคนเจ็บและเก็บคนตายเท่านั้น ยังมีอีกหลาย ๆเรื่องที่พวกเราต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจับสัตว์เลื้อยคลาน จับงู จับตุ๊กแก ช่วยรถเสีย รถน้ำมันหมด ส่งคนกลับบ้าน คนลืมกุญแจรถ จิปาถะที่ทำ แต่ก็ยังไม่ค่อยมีคนมองว่าดี

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า หลังจากได้ยินคำสบประมาทตนรู้สึกสงสารเจ้าหน้าที่กู้ภัยทุกคน จึงได้ปรึกษากับทางโรงพยาบาล ทางสถานีตำรวจภูธรอำเภอป่าโมกว่าจะขอจัดโครงการกู้ภัยสีขาวปลอดยาเสพติด ให้กับเจ้าหน้าสมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทองจุดป่าโมก เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการที่ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด อีกทั้งเป็นการป้องปรามและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดภายในองค์กร และเป็นตัวอย่างให้กับหน่วยงานอื่น ซึ่งในการตรวจหาสารเสพติดในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์บุคลากรในการตรวจและชุดตรวจจากทางโรงพยาบาลป่าโมก และผลออกมาก็ไม่พบว่าเจ้าหน้าสมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทองจุดป่าโมกมีสารเสพติดเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งหลังจากการตรวจเรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าโมกได้บันทึกประวัติการตรวจหาสารเสพติดในครั้งนี้ไว้

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน