โรงงานฟอกหนังสัตว์ ย่านบางปู ถูกไฟไหม้วอดกว่า5ล้านบาท จนท.ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ในการคุมเพลิง





เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 พ.ต.ท.ชยุท ไหมหรือ สารวัตรสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุ ไฟไหม้ภายใน บริษัท อุตสาหกรรมฟอกหนัง สงวนไทยจงเจริญ จำกัด ตั้งอยู่ใน สมาคมฟอกหนัง กม.34 เลขที่ 287/1 ม.6 ถ.สุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงรีบไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ประวิทย์ บุญธรรม ผกก.สภ.บางปู และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน รถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลบางปู และเทศบาลใกล้เคียง จำนวน 10 คัน เดินทางเข้าตรวจสอบ

 

 

ที่เกิดเหตุเป็นโรงฟอกย้อมหนังสัตว์ ขนาดใหญ่เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ได้พบเพลิงกำลังลุกไหม้ที่บริเวณด้านหลังโรงงาน ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งเครื่องจักร โดยเพลิงได้ลุกโหมอย่างรุนแรง ก่อนลุกลาม ขึ้นไปติดตัวอาคารอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิง โดย เจ้าของบริษัทและพนักงาน ต่างพากันช่วยเข็นถังสีและทินเนอร์  กันอลหม่าน โดยเพลิงได้ลุกไหม้ที่บริเวณเครื่องบอยเลอร์ ซึ่งเป็นเครื่องต้มน้ำมันเตาขนาดใหญ่ที่ใช้ความร้อนเข้าไปอบหนังสัตว์ที่ทำสีเสร็จแล้ว พร้อมด้วยเครื่องอบหนังสัตว์ จำนวน 3 เครื่องที่ถูกเพลิงไหม้ร่วมถึงโครงหลังคาโรงงานที่ทำด้วยไม้และกระเบื้องหลังคาได้เกิดถล่มลงมา  เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลองอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมงจึงสามารถสกัดเพลิงเอาไว้ได้ จากการตรวจสอบพบว่า เครื่องบอยเลอร์ และเครื่องอบสีขนาดใหญ่ จำนวน 3 เครื่องรวมทั้งหนังสัตว์ที่อบสีเสร็จแล้วรอส่งลูกค้าจำนวนมากถูกไฟเผาผลาญได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด ส่วนค่าเสียเบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

 

 

ภาพเจ้าหน้าทที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำ





จากการสอบถามนายวิชัย  ศรีสงวนสัตย์ อายุ 77 ปีเจ้าของโรงงานที่เกิดเหตุ ทราบว่า  ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตื่นนอนขึ้นมาและกำลังเตรียมตัวออกไปวิ่งออกกำลังกาย ภรรยาได้พบเห็นไฟกำลังไหม้ที่เครื่องบอยเลอร์และลุกลามไปลุกไหม้จุดอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว จึงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากคนงานจากโรงงานใกล้ ๆ ให้มาช่วยกันสกัดเพลิงแต่เอาไม่อยู่ จึงโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

 

นายวิชัย ศรีสงวนสัตย์ อายุ 77 ปีเจ้าของโรงงานที่เกิดเหตุ




เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้น่าจะเกิดจากการชำรุดของเครื่องบอยเลอร์และทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรก่อนเกิดเปลวลุกไหม้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจหาสาเหตุอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว  สุรศักดิ์ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์   จ.สมุทรปราการ