เครือข่ายวิชาการวิจัย และข้อมูลสารเสพติดใต้ หนุนปลดล็อคกัญชา-กระท่อมออกจากสารเสพติด เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์




       เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 พ.ย.ที่ห้องประชุมคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ร่วมกับภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน ร่วมประชุมเสวนาวิชาการ ”พืชยา กัญชา กระท่อม: ปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎหมายยาเสพติด เพื่อการเข้าถึงยาของประชาชน” มี ผศ.วิศิน สุวรรณรัตน์ รองอธิการบดี มอ.วิทยาเขตหาดใหญ่ ศ.ดร.พญ.สาวิตรี อักษณางค์กรชัย ประธานเครือข่ายวิชาการวิจัยและข้อมูลด้านสารเสพติดในภาคใต้รายงาน มีนักวิชาการและประชาชนเข้าร่วมประมาณ 100 คน

 

 

 รศ.ดร.พญ.จุไรทิพย์ หวังสินทวีกุล อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษาศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มอ.กล่าวว่าพืชกระท่อมและกัญชามีสาระสำคัญที่สามารถพัฒนาเป็นยา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ องค์ความรู้เกี่ยวกับพืชที่ใช้เป็นยา จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากพืชมีสารประกอบมาก ตัวสาระสำคัญที่ออกฤทธิ์เป็นยา การเพาะปลูกและสารพันธ์ของพืชจึงเป็นปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพของสมุนไพร เป็นยาแผนปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจทางการแพทย์และเภสัช

 

 


รศ.สมสมร ชิตตระการ นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญพืชกระท่อม คณะวิทยาศาสตร์ มอ.กล่าวว่าพืชกระท่อมเป็นส่วนประกอบอยู่ในตำรายาแพทย์แผนโบราณ เป็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของคนไทย ในการบำบัดโรคและดูแลรักษาคนเจ็บไข้ ด้วยภูมิปัญญาไทยและการแพทย์แผนไทย พืชกระท่อมเป็นพืชที่มีการศึกษาวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์  ต่างประเทศมีการจดสิทธิบัตรที่จะพัฒนาพืชกระท่อมเป็นยารักษาโรค จากการศึกษาวิจัยพบว่ามิตราภัยนีนซึ่งเป็นสารสำคัญในใบกระท่อมมีฤทธิ์ระงับปวด มีฤทธิ์ระงับปวดดีกว่ามอร์ฟีน

 

 

รศ.ดร.เอกสิทธิ์ กุมารสิทธิ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มอ.กล่าวว่าจากการทดลองด้านการบำบัดอาการถอนสุราในสัตว์ทดลอง พบว่าสารสกัดอัลคาลอยด์จากใบกระท่อม ช่วยลดอาการถอนยาจากการติดแอลกอฮอล์ได้เทียบเคียงได้กับการใช้ยามาตรฐาน ฟลูออกซีดิน

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน