ระบาดหนักวัวตายเกลื่อน "โรคปากเท้าเปื่อย" ส่งผลกระทบกับชาวบ้านอย่างรุนแรง วัวดับไปกว่า 30 ตัว และติดเชื้ออีกกว่า 500 ตัว





ที่บริเวณหน้าศากลางจังหวัดพัทลุงนายบุญรัตน์  จันทสีหราช   เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ม.15 ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุงนำชาวบ้านกว่า  50  คน  เข้าพบนายกู้เกียรติ  วงศ์กระพันธ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง  เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนกรณีที่วัวของชาวบ้านติดเชื้อโรคปากเท้าเปื่อยล้มตายต่อเนื่อง   ในหนังสือเรียกร้องให้ทางผู้ว่าฯแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวที่ได้รับผลกระทบ  โดยให้ดำเนินการสอบสวนการปฏิบัติงานของปศุสัตว์จังหวัดพัทลุงละสหกรณ์โคเนื้อศรีวิชัย(จำกัด)จังหวัดพัทลุง  เพราะเชื่อว่าเป็นผู้นำวัวติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่     ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่เกษตรกรเจ้าของวัวที่ล้มตายตามมูลค่าของสัตว์ และเยียวยาให้กับจ้าของสัตว์ที่ติดเชื้อ  และให้วิทยาลับเกษตรและเทคโนโลยีจังหวัดพัทลุง  เร่งดำเนินการหามาตรการในการยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรค และหยุดยั้งการแพร่เชื้อรายใหม่  หากดำเนินการไม่ได้ขอให้ยกเลิกการอนุญาตให้ใช้พื้นที่แก่สหกรณ์ดังกล่าวโดยเด็ดขาด  ซึ่งทางนายกู้เกียรติ ฯผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ได้รับเรื่องไว้พิจารณา  ทางเกษตรกรมีความพอใจแยกย้ายกลับ

 

 






นายกู้เกียตริ  วงศ์กระพันธ์  ผู้ว่าราชารจังหวัดพัทลุงได้กล่าวหลังจากรับหนังสือร้องเรียนว่า  หลังจากได้รับหนังสือก็จะดำเนินการทุกข้อ  เริ่มจากการสืบสวนการทำงานของปศุสัตว์จังหวัด  และสหกรณ์โคเนื้อศรีวชัยซึ่งเป็นภาคเอกชน  การซื้อโคเป็นงบของสหกรณ์ฯ  ไม่ใช่เป็นงบของรัฐ  ก็จะมีการตรวจสอบให้ ในส่วนขอองการชดเชยนั้น  ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร  ต้องดูตากฎหมาย  ซึ่งต้องไปตรวจสอบรายละเอียดอีกที  ว่านำสัตว์เข้ามาอย่างถูกต้องหรือไม่

 

 

สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อโรคปากเท้าเปื่อยในวัว   ซึ่งทางนายสุพัฒน์  ธรรมเพชร  ประธานสหกรณ์ฯ ออกมายอรับว่าเชื้อโรคอาจจะติดมาจากโคโครงที่ซื้อมาจากจังหวัดเพชรบุรี เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา  ซึ่งชาวบ้านมั่นใจว่าสหกรณ์โคเนื้อศรีวิชัยพัทลุงเป็นผู้แพร่เชื้อ  จากนั้นเชื้อโรคดังกล่าวได้แพร่กระจายไปยังวัวของชาวบ้านในหมู่ที่  15  ต.ควนมะพร้าว  จนกระทั่งเชื้อโรคแพร่ระบาดไปยัง  ม.10,11,16   นอกจากนั้นยังแพร่ระบาดเข้าไปใน ม. 3,  6,  8,  9  ต.หารโพธิ์  จ.พัทลุง  ล่าสุดวัวติดเชื้อปากเท้าเปื่อยแล้วกว่า  500  ตัว  ล้มตายไปแล้วกว่า  30  ตัว   และยังตายอีกอย่างต่อเนื่อง   ในขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ยังได้รับแจ้งจากนางรัชนี  เพชรบุรุษชาวบ้าน ม.15  ว่าหลังจากวัวติดเชื้อปากเท้าเปื่อยก็ได้นำไปไว้ในทุ่งหญ้าที่ห่างไกล  เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ สุดท้ายก็ล้มตาย  อย่างไรก็ตามจากการสำรวจล่าสุดเชื้อได้เริ่มระบาดเข้าไปใน ต.พญาขัน  ต.ตำนาน และ ต.ลำปำ  ซึ่งทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง และปศุสัตว์อำเภอเมืองพัทลุง ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกัน  และเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องแล้ว  

 

 

 

 





ทางด้านนายสมัคร  ชูสมัคร  อายุ  59  ปี อยู่บ้านเลขที่  30  ม.16  ต.ควนมะพร้าว  อ.เมืองพัทลุง บอกว่าตนเลี้ยงวัวพันธุ์พื้นเมืองส่วนใหญ่เป็นแม่พันธุ์จำนวน  24  ตัว  วัวเรื่มติดเชื้อโรคเปื่อยมาตั้งแต่วันที่  17  พฤศจิกายนที่ผ่านมา  จากนั้นก็ทยอยติดเชื้อ  จนกระทั่งล้มตายไป  3  ตัว เป็นวัวสาว  1  ตัว  ลูกวัวอายุ  2  เดือน  1  ตัว  และแม่วัวกำลังตั้งท้องอีก  1 ตัว    วัวที่ติดเชื้ออยู่ระหว่างการเยียวยารักษาจำนวน  11  ตัว   และอีก  10  อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ    จากโรคระบาดดังกล่าวมีผลกระทบกับตนเป็นอย่างมาก หลังจากวัวตายต้องจ้างรถแบ็คโฮมาขุดหลุมฝัง ในราคา  1,000  บาท    วัวที่ตายไปคิดเป็นมูลค่าประมาณ  5-6  หมื่นบาท   และ  เกรงว่าวัวที่เหลือโดยเฉพาะแม่วัวที่กำลังท้องหากอยู่รอด   เชื้อดังกล่าวจะกระทบต่อลูกวัวที่เกิดมาหรือไม่  นอกจานั้นกระทบกับปัญหาตลาด  เพราะในช่วงตั้งแต่เชื้อโรคได้ระบาด  ไม่มีพ่อค้าเข้ามารับซื้อวัวเลย  คาดว่าในช่วงระยะ 2 – 3 เดือนนี้ครอบครัวตนจะขาดรายได้    ส่วนค่าชดเชยที่ขอร้องให้มีการเยียวยานั้นตนไม่มั่นใจว่าจะได้

 

 

 

ภาพ/ข่าว  ลัดดา  มณีรัตน์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.พัทลุง