ใกล้ถึงความจริง ตำรวจส่งสำนวนหมีขอให้อัยการ 1,365 หน้ารวม 17 ข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาทั้ง14คน





จากกรณีเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2561 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จับกุม นายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือ ปลัดแมน ปลัดฝ่ายป้องกัน อำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี พร้อมพวกซึ่งเป็นสมาชิกอาสารักษาดินแดน จำนวน 2 คนและกลุ่มคนขับรถออฟโรด รวม12 คน ถูกจับกุมภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคขณะเข้าไปในป่าภายในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค พร้อมของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก รวมทั้งซากส่วนขาของหมีขอ ต่อมาจับกุมนายตาต้า ผู้ดูแลสำนักสงฆ์เต่าดำ ซึ่งเป็นผู้ลงมือยิงหมีขอ โดยนายตาต้าซัดทอดว่า ถูกนายอนุสรณ์ เรือนงาม และนายสกานต์ แก่งหลวง ซึ่งเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนสั่งให้ยิง ซึ่งหลังการจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 13 คน โดยยังมีผู้ต้องหาอีก1คน คือนายจิระ  ผู้ดูแลสำนักสงฆ์เต่าดำ ที่เป็นคนลงมือชำแหละหมีขอ และยังคงหลบหนีการจับกุมอยู่

 

 

             ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น วันที่ 4 ธันวาคม 2561 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี นายสมโภชน์ ลิ้มประยูร อธิบดีอัยการภาค 7 นายสุวิช ชูตระกูล รองอธิบดีอัยการภาค 7 นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด นายทนง ตะเภา อัยการจังหวัดกาญจนบุรี พล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมแถลงข่าวการนำส่งสำนวนในคดีหมีขอ เป็นเอกสารจำนวน 4 แฟ้ม 1,365 หน้ารวม 17 ข้อกล่าวหา

 






 ด้านอธิบดีอัยการภาค 7 กล่าวว่าในการพิจารณาคดีจะเป็นหน้าที่ของพนักงานอัยการจังหวัดตรวจสอบสำนวนว่ามีความถูกต้อง และครบถ้วนหรือไม่ คาดว่าให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำนวน ซึ่งสำนวนคดีที่ส่งอัยการ และในการพิจารณาคดีนั้น ต้องสอดคล้องกันกับข้อกล่าวหา ที่ทางตำรวจได้ตั้งไว้กับพยานหลักฐานที่มี ว่ามีความสอดคล้องกันหรือพ้องกันหรือไม่อย่างไร

             สำหรับผู้ต้องหาทั้ง14คนประกอบด้วย 1.น.ส.ศรีวิจิตร ดิษฐ์แช่ม 2.นายทัศดนัย ขอกระโชก 3. นายฉัตรชัย เกาะลอย 4.นายจิรชัย ตันติวัฒนสิทธิ์ 5.ว่าที่ร.ต.สุนทร มาเจริญรุ่งเรือง 6.นายสกานต์ แก่งหลวง 7.นายอนุสรณ์ เรือนงาม 8.นายประสาน เต็มธนัน 9.นางอรุณ แสงใส 10.นายถาวร เซี่ยงหลิว 11.นายวัชรชัย สมีรักษ์ 12.นายสมเกียรติ เพ็งนาเรนทร์ 13. นายตาต้า ไม่มีนามสกุลชาวกะเหรี่ยง 14.นายจีระหรือเจนระ ไม่มีนามสกุลชาวกะเหรี่ยง ที่อยู่ในระหว่างการหลบหนี

 

 





โดยข้อกล่าวหาทั้งหมด17 ข้อหา ประกอบด้วย

1. ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1-14 ฐาน ร่วมกันเก็บหานำออกไปทำด้วยประการใดๆให้เป็นอันตรายหรือเสื่อมสภาพฯ
2.ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1-14 ฐานความผิดร่วมกันนำสัตว์ออกไปหรือกระทำด้วยประการใดๆให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ 
3.ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1-12 ฐานความผิด “ร่วมกันนำยานพาหนะเข้าออก หรือขับขี่ยานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อเป็นการนั้นฯ 
4. ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1-14 ฐานความผิด “ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆเข้าไปในเขตอุทยาน”
5.ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1-14 ฐานความผิด “ร่วมกันล่าหรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์คุ้มครอง 
6. ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1-14 ฐานความผิด “ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวนสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน” 
7. ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1-14 ฐานความผิด “ร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใดๆซึ่งสัตว์ป่าหรือซากฯ 
8.ร่วมกันเก็บหาของป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าฯ 
9.ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1-12 ฐานความผิด “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” 
10. ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1-14 ฐานความผิด “ร่วมกันพาอาวุธปืน ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต”
11. ฟ้องผู้ต้องหา ที่ 7.ฐานความผิด “ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้” 
12.ฟ้องผู้ต้องหาที่ 6-7-13-14 ฐานความผิด “มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตไม่ได้”
13. ฟ้องผู้ต้องหา 1-2-3-6-7-8-11-13-14 ฐานความผิด “ยิงปืนในเขตอุทยานแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” 
14.ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1-14 ฐานความผิด “ยิงสัตว์ป่าในเวลาอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้น” 
15. ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1-14 ฐานความผิด “ล่าสัตว์ป่าคุ้มครองในบริเวณวัด” 
16. ฟ้องผู้ต้องหาที่ 3-4-5-6-7-10-11-13-14 ฐานความผิด “บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณวัด”
และข้อหาที่17.ฟ้องผู้ต้องหาที่ 7 ฐานความผิด “มีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในความ ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ.

 

 

 วุฒิเดช ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์จ.กาญจนบุรี