พ่อแม่นำภาพวงจรปิด ตร.สายตรวจไล่จับ จยย.ม.5 ก่อนชนปิกอัพดับ วอนขอความเป็นธรรม





วันที่ 6 ธันวาคม 61  เวลา 14.30 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี นายเสฎฐสิฏฐ์ สมบูรณ์ อายุ 43 ปี ข้าราชการครู รร.หนองหานวิทยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พร้อมภรรยา เข้าร้องขอความเป็นธรรมให้ นายณัฐวัฒน์ หรือ น้องฟุตบอล สมบูรณ์ อายุ 17 ปี บุตรชาย ที่ประสบอุบัติเหตุขี่รถ จยย.ชนกับรถปิกอัพเสียชีวิต บริเวณสี่แยกหน้า สภ.เมืองอุดรธานี ถ.ศรีสุข ตัด ถ.นเรศวร เขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อเวลา 01.10 น. ของวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดย พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เดินทางมารับเรื่อง พร้อมแจ้งให้ พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี และ ร.ต.อ.จักรกฤษณ์ ศรีกงพาน รอง สว.สอบสวน มาชี้แจงและรับคำสั่ง

 

 

นายเสฎฐสิฏฐ์ สมบูรณ์  เปิดเผยว่า น้องฟุตบอลเป็นบุตรชายคนเดียว เรียนอยู่ชั้น ม.5 รร.อุดรพิทยานุกูล เป็นนักกีฬาฟุตบอล ปกติจะเดินทางไปกลับบ้าน อ.หนองหาน ทุกวัน แต่เพราะต้องเก็บตัวแข่งขัน จึงมาเช่าอยู่หอพักได้เพียง 2 เดือน โดยในวันเกิดเหตุเสร็จจากซ้อมกีฬา ได้ขี่รถ จยย.เพื่อนไปส่งเพื่อนผู้หญิง 2 คน ที่ต้องขี่รถ จยย.กลับบ้านดึก ต่อมาก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต มารู้ภายหลังจากเพื่อนลูกชาย ว่ามีตำรวจขี่รถไล่จับจนเกิดเหตุ ขณะในสังคมโซเชียล รุมถล่มว่า ลูกชายเป็นพวกซิ่ง จยย. อยากจะชี้แจงแต่คงไม่มีประโยชน์    

 

 

 

 

พ่อแม่ ของ นักเรียน ม.5





โดย เพื่อนลูกชายบอกว่าขณะขี่รถ จยย.มาถึงอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ฯ เวลาประมาณ 6 ทุ่ม 40 นาที มีตำรวจขี่รถ จยย.สายตรวจ ตรงเข้ามาหา น้องฟุตบอล จึงขี่รถเลี่ยงออกไป เพราะกลัวจะถูกจับท่อเสียงดัง ตำรวจจึงขี่รถ จยย.ไล่ตาม และมีรถเก๋งสีขาวตามไปอีกคัน เพื่อน ๆ ขี่รถ จยย.ตามไปผ่านห้างเซ็นทรัล ไปตามถนนหลายสาย จนมาถึงร้านสะดวกซื้อ ถ.หมากแข้ง เพื่อนไม่ได้ขี่รถตาม กลับมารออยู่ที่หอพักซอยศรีชมชื่น แล้วก็เกิดอุบัติเหตุ เมื่องานศพลูกชายเสร็จ จึงมาพบตำรวจ กลับบอกว่าไม่มีใครขับรถไล่ลูกชาย โดยอ้างว่าตรวจวงจรปิดแล้ว”  

 

 

พ่อและแม่น้องฟุตบอล ระบุว่า เราไปขอตรวจกล้องวงจรปิดของเทศบาลนครอุดรธานี รับคำตอบว่า บริเวณนั้นกล้องไม่มีการบันทึกภาพ 19.00 – 06.00 น. แต่ภาพในจุดอื่นสามารถเปิดดูได้ ขณะภาพที่ตำรวจนำมาอ้าง ว่าไม่มีรถขี่ไล่ตามก่อนเกิดเหตุ แต่หลังงานศพเราไปย้ายของจากหอพักลูก เจ้าของหอพักแจ้งว่าตำรวจมาเอาภาพ กล้องวงจรปิดแถวนี้ไปหมด และเมื่อเปิดภาพของกล้องหอพัก พบภาพลูกชายขี่รถ จยย.ผ่านหน้าหอพักด้วยความเร็ว และมีรถ จยย.สายตรวจ ขี่ไล่ตามไป เวลาตอนนั้น 01.06 น. หลังจากนั้น 4 นาที ลูกชายก็เกิดอุบัติเหตุ 

 

 

พ่อและแม่น้องฟุตบอล ร้องไห้ กล่าวว่า ยอมรับว่าลูกขี่รถ จยย.ที่ผิดกฎหมาย และไม่ยอมหยุดให้ตรวจ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมตำรวจที่ขี่รถไล่ ไม่มีความรู้สึกว่ามีเด็กตาย จากการที่เขาขี่รถไล่ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีการไปร่วมอโหสิกรรมให้เด็กคนนั้น สิ่งที่มาขอความเป็นธรรมคือ 1.อุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการที่ ตร.ขี่รถไล่ ตามพยานและหลักฐานยืนยัน , 2.กล้องทำไมชำรุดเฉพาะในจุดนั้นในเวลานั้นพอดี ตำรวจได้ใช้อำนาจอะไรหรือไม่ และ 3.ขอทราบชื่อยศตำแหน่งตำรวจที่ขี่รถ จยย.ไล่ ส่วนเรื่องคดีเป็นหน้าที่ตำรวจ พร้อมเปิดภาพวงจรปิดให้ พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ฯดู

 

 

 

เสียงผู้ปกคองและตำรวจ




ต่อมาเพื่อนนักเรียนหญิงของน้องฟุตบอล 2 คน เดินทางมายืนยันเหตุการณ์ ตั้งแต่ถูกรถสายตรวจ จยย. และรถเก๋งสีขาว ขับขี่ไล่จับไปตามถนนสายต่าง ๆ และขณะที่มารอยู่ที่หอของน้องฟุตบอล ได้ยินเสียงรถ จยย.ขี่เข้ามาในซอย จึงออกไปโผล่ดูจึงเห็น น้องฟุตบอลขี่รถด้วยความเร็วหนีตำรวจ ที่ขี่รถ จยย.สายตรวจไล่ตาม เป็นตำรวจในเครื่องแบบ 2 นาย ตรงกับคลิปวงจรปิดที่หอพักบันทึกไว้ อีกไม่นานก็ได้ยินเสียงรถชน จึงขี่รถ จยย.ออกไปดู  

 

 

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี กล่าวว่า เช้าวันเกิดเหตุรับรายงานว่า มีอุบัติเหตุเสียชีวิตที่หน้า สภ.เมืองอุดรธานี แต่ไม่ได้รับแจ้งว่ามี “ตำรวจขี่รถไล่” มารู้ภายหลังเมื่อผู้บังคับบัญชาสอบถาม จึงสั่งให้พนักงานสอบสวน ประสานกับชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ติดตามหาภาพวงจรปิด โดยรับแจ้งว่ากล้อง ทน.อุดรธานี บริเวณนั้นไม่บันทึกภาพ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าตก จากการจัดงานทุ่งศรีเมือง จึงไปหาวงจรปิดของเอกชน การสอบสวนยังไม่สรุปสาเหตุ โดยแสดงความเสียใจกับการสูญเสียบุตรชายคนเดียว 

 

 

จากนั้น พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี สั่งการให้พนักงานสอบสวน สอบสวนปากคำพยานเพิ่มเติม และพยานที่เป็นผู้เยาว์ จะต้องสอบสวนร่วมกับสหวิชาชีพ สั่งการให้ชุดสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ตั้งแต่จุดเกิดเหตุอนุสาวรีย์ฯ ไปตามถนนสายต่างๆ เพื่อยืนยันว่ามีการไล่จับไปถึงไหน ไม่ใช่เฉพาะจุดเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น และตรวจสอบหาบุคคลที่ระบุว่าเป็นตำรวจ ขี่ จยย.สายตรวจทั้ง 2 นาย โดยรวบรวมพยานหลักฐานให้ความเป็นธรรม ดังกล่าว

 

 

นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ภูมิภาค สำนักข่าว ทีนิวส์