สุดเศร้า เผาแล้ว "น้องนิว" นร.ม.4 เหยื่อปืนโหด เพื่อนร่วมร้องเพลงหน้าศพเป็นครั้งสุดท้าย





วันที่ 6 ธันวาคม 2561 จากกรณีที่ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนพกสั้น ดักซุ่มกลางทางเพื่อดักยิง นายวรวัฒน์ หรือนายวัชรพล กลับจิต อายุ 42 ปี ชาวหมู่ที่ 5 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง ระหว่างนั่งซ้อนท้ายรถจยย.ออกจากบ้านพี่สาว ในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ต.นาโต๊ะหมิง เพื่อเดินทางกลับบ้านพักในตัวเมือง โดยมีนายธีระวัฒน์ บูรณ์ชะนะ (น้องนิว)  อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131/4 ม.4 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง เป็นคนขับ โดยที่รถจยย.เป็นของนายวรวัฒน์ หรือนายวัชรพล แต่ให้น้องนิวเป็นคนขับ เป็นผลทำให้นายธีระวัฒน์  หรือน้องนิว ถูกคนร้ายส่องยิงศีรษะจนจยย.เสียหลักล้มลง และน้องนิวเสียชีวิตคาที่ ขณะที่นายวรวัฒน์หรือนายวัชรพล ซึ่งเป็นเจ้าของรถจยย.และนั่งซ้อนท้าย วิ่งหลบหนีเข้าไปในสวนปาล์มริมทางรอดตายหวุดหวิด แต่ถูกยิงเข้าที่บริเวณแขนซ้าย ขณะนี้อาการปลอดภัย และพักรักษาตัวอยู่ รพ.ตรัง

 

 

 

 

สุดเศร้าเผาแล้วน้องม.4เหยื่อปืนโหดเพื่อนร่วมร้องเพลงหน้าศพเป็นครั้งสุดท้าย





ในเวลา 13.00 น.บรรยากาศที่วัดห้วยต่อ หมู่ที่ 1 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบบำเพ็ญกุศลศพนายธีรวัฒน์ บูรณ์ชะนะ (น้องนิว) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4/1 โรงเรียนตรังคริสเตียนศึกษา พบว่าวันนี้ทาง พ่อ แม่ ครอบครัวและญาติๆ ของน้องนิว ได้ตกลงกันแล้วว่าจะทำการเผาศพน้องนิวในวันนี้ (6 ธ.ค.)  เนื่องจากหากจะต้องเก็บศพน้องนิวไว้ต่อไป ก็ยังทำใจการจากไปของน้องนิว ก่อนวัยอันควรไม่ได้อยู่ดี และก็ไม่มีใครที่จะทำใจได้ แต่ชีวิตยังคงต้องเดินต่อจึงต้องนึกถึงคนข้างหลังไว้ให้มากเพราะยังมีลูกอีก 5 คนซึ่งเป็นพี่น้องของน้องนิวที่ทั้งพ่อและแม่ต้องเป็นเสาหลักเลี้ยงดูลูกๆคนที่เหลือต่อไป

 


                                ซึ่งทางด้านนายอนันต์ และนางสอง บูรณ์ชะนะ อายุ 51 ปี และ อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นพ่อแม่ของน้องนิว กล่าวว่า วันนี้ตนและครอบครัวได้ตกลงเผาศพน้องนิว ส่วนเรื่องคดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ แต่ก็ไม่ทราบว่าดำเนินการแบบไหน รอให้เขามามอบตัวหรือออกตามจับ ก็ยังไม่ทราบไม่แน่ใจ ก็อยากฝากทางเจ้าหน้าที่ของให้เร่งดำเนินการจับกุมคนร้ายเร็วหน่อย เพราะตนเองก็ต้องทำมาหากิน ไม่ได้มาตามเรื่องนี้อยู่ตลอด เพราะยังน้องและพี่ของน้องนิว อีก 5 คน ที่จะต้องดูแล ต้องหาค่าใช้จ่าย เพราะตรงนี้ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะโดยที่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกตนเองเลย ต้องเสียเวลาทำมาหากิน การเรียนของลูกๆๆ ที่เหลืออยู่ ต้องมาเสียเวลากับตรงนี้


 

 

 

 





ด้านนางสอง บูรณ์ชะนะ กล่าวน้ำตาคลอว่า เป็นช่วงที่ตรงกับช่วงเด็กๆสอบพอดี ก็ไม่รู้ว่าลูกทำข้อสอบได้มั้ย เพราะวันจันทร์นี้ทุกคนต้องสอบกัน ก็ต้องคอยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
                             พร้อมกันนี้ นายอนันต์ บูรณ์ชะนะ ได้ยกมือไหว้ขอร้อง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ดูแลในพื้นที่ ช่วยหน่อยครับ ช่วยให้คดีได้สิ้นสุดโดยเร็ว ตนเองจะทำมาหากินเลี้ยงลูกคนที่เหลืออยู่ต่อไป ขอฝากนะครับ และวันนี้ตนเองก็ตัดสินใจเผาศพน้องนิว ไม่รั้งเอาไว้
                            ซึ่งนางสอง กล่าวต่ออีกว่า เราคิดว่าคดีก็ส่วนหนึ่ง ถ้าหากเรายังรั้งเขาไว้ ตัวแม่เองก็อยู่ไม่ไหวแล้ว พี่น้องคนอื่นก็อยู่ไม่ไหวแล้ว ถ้าเราปล่อยให้เขาไปสบาย เราก็สบายใจด้วยคิดว่าเขาไปดีแล้ว ทุกฝ่ายก็โอเค สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ และอีกเรื่องหนึ่งที่จะขอร้อง ข่าวบางสำนัก ลงข่าวคาดเคลื่อนไปมาก และก็เสียหาย เพราะเวลาที่เราได้ยินข่าว และลูกที่เหลือต้องดำเนินชีวิตต่อไปข้างหน้า ข่าวตรงไหนถ้าคุณลบได้ ถ้าคุณแก้ไขให้ได้ คำว่า “เด็กวัยโจ๋” นี่คุณก็กรุณาแก้ไขให้เราด้วย เพราะเรายังมีลูกอีก 5 คน ที่ยังเรียนหนังสืออยู่ เขาต้องเดินไปข้างหน้า และเวลาคนพูดอะไร และพูดมาว่า พี่โดนยิงตายเพราะโจ๋ มันไม่ใช่ เพราะลูกเราไม่ได้โจ๋ ก็อยากจะให้คุณกรุณาแก้ข่าวให้เราสักนิดนึง อย่าทำอย่างนี้กับเราเลย เพราะเสียมากพอแล้ว ขอร้องจริงๆๆ

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง