พ่อค้าร้านชำวอนเจ้าหน้าที่ จัดการแก๊งตุ๋นขายสินค้า ก่อนกลุ่มคนร้ายพูดจาหว่านล้อม พร้อมไม่ให้ดูเช็คสินค้าให้ตายใจ





 จากกรณีที่มีแก๊งต้มตุ๋นออกอาละวาดตามร้านโชห่วย ร้านค้าขายของชำในภาคกลาง และภาคอีสาน และภาคเหนือ โดยหลอกต้มตุ๋นเจ้าของร้านขายของชำ ร้านโชห่วย เหล่านี้ด้วยการทำทีว่าเป็นตัวแทนจากบริษัทใหญ่ มาเสนอขายสินค้าประเภทเครื่องอุปโภค บริโภค โดยอ้างว่ามีสินค้ามาส่งให้ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด แต่มีเงื่อนไขด้วยการให้เจ้าของร้านเปิดบิลซื้อสินค้าก่อนในรอบแรก ส่วนสินค้าที่ขายไม่ได้ ยังสามารถเปลี่ยนเป็นสินค้าชนิดอื่นได้ และหากเป็นตัวแทนก็จะสามารถขอเบิกชั้นวางของ ตู้แช่ หรือเคาเตอร์ได้ มีป้ายโฆษณาให้ ใช้วิธีพูดจาหว่านล้อมต่างๆนาๆเพื่อให้เจ้าของสนใจ เมื่อตกลงกันว่าจะเปิดบิลก็จะเอาของ หรือสินค้าต่างๆลงให้ พฤติการณ์ของคนร้ายจะแบ่งหน้าที่กันทำงานโดยวางตัวพูดคุยกับเหยื่อตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เหยื่อ หรือเจ้าของร้านได้มีโอกาสเข้าไปตรวจเช็คราคาสินค้า ส่วนคนร้ายที่เหลือก็จะเอาสินค้าลงกระทั่งเสร็จก็รีบเก็บเงินสดก่อนจะขับรถหลบหนีไป

 

 

หลังตระเวนก่อเหตุไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ในภาคอีสาน และภาคกลาง ทั้งนี้ได้มีนักท่องอินเทอร์เน็ตทางโลกโซเชียล และผู้เสียหายที่เคยถูกต้มตุ๋นในลักษณะเดียวกันได้รวมตัวกันแชร์พฤติกรรมนี้ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพแก๊งนี้ จากการตรวจสอบในทางโลกโซเชียลพบว่ามีการแชร์พฤติกรรมของแก๊งนี้ โดย เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2560 พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผกก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา นำกำลังจับกุมคนร้ายแก๊งนี้ได้ 4 ราย ประกอบไปด้วยนายชรินทร์ สาลีนาค อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ 3 ต.บ้านแพน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา, นายประเสริฐ กิจเขตร์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 491 หมู่ 3 ต.บ้านแพน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา,นายอมรเทพ วงค์คล้าย บ้านอยู่ใน ต.บ้านแพน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และนายอนุรักษ์ บุญณะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ 3 ต.บ้านแพน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา

 

 

 

 

สัมภาษณ์นายพลวัต รุ่งเรือง หรือเต้ย อายุ 25 ปี (เจ้าของร้าน)





และเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จับกุมนายสันติ ศรีขันธ์ อายุ 22 ปี ตามหมายจับศาล จ.สกลนคร ที่ 58/2559 ลงวันที่ 18 เม.ย.2559 กับ นายอัครเดช สารกาล อายุ 19 ปี ตามหมายจับศาล จ.สกลนคร ที่ 59/2559 ลงวันที่ 18 เม.ย.2559 โดยผู้ต้องหาทั้งคู่บ้านอยู่หมู่ 7 ต.ย่อ อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ที่ตระเวนก่อเหตุลักษณะนี้ในพื้นที่ตำรวจภูธร ภาค 3 และภาค 4 ทำให้เสียทรัพย์มูลค่าไม่ต่ำกว่า5ล้านบาทจะเห็นได้ว่าแก๊งคนร้ายรายนี้เป็นขบวนการใหญ่ และเชื่อมโยงกันทั่วประเทศ  กระจายกันก่อเหตุแล้วจะโอนเงินไปยังหัวหน้าแก๊ง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลเหล่านี้ว่าโอนไปที่ไหน นอกจากนี้ยังพบว่าแก๊งนี้ไปก่อเหตุที่ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง แต่ไปไม่รอดถูกจับกุมได้ และก่อเหตุที่ จ.นครราชสีมา ยังไม่สามารถจับกุมได้ อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี

 

 

 

 

 





ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าคนร้ายได้เข้าไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันที่ร้าน“เฮงเจริญ”ริมถนนตลาดดาว เลขที่ 344/2 หมู่ 5 ต.เขาพระ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี จึงไปตรวจสอบพบนายพลวัต รุ่งเรือง หรือเต้ย อายุ 25 ปี (เจ้าของร้าน) เปิดเผยว่าตนเอง+เพิ่งจะถูกนักต้มตุ๋นแก๊งนี้มาหลอกให้ซื้อสินค้าสูญเงินไป 4 หมื่นบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา มีคนร้ายจำนวน 4 คนขับรถกระบะ ใส่หลังคาแครี่บอย สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 1 ฒย 321 กรุงเทพมหานคร เข้ามาติดต่อเสนอขายสินค้าอุปโภค-บริโภค ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด อ้างว่ามีบริษัทในมือถึง 24 บริษัท ล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทผลิตสินค้ายักษ์ใหญ่ทั้งนั้น อาทิ บริษัท สหพัฒน์ฯ, บริษัท ยูนิลิเวอร์, บริษัท ซีพี., บริษัท บุญรอด เบรเวอร์รี่, บริษัท ไทยเบฟฯ ฯลฯ พร้อมบอกว่าหากสนใจให้เปิดบิลก่อนเพื่อเป็นตัวแทน และจะสามารถขอเบิกชั้นวางของ ตู้แช่ หรือเคาท์เตอร์ได้ มีป้ายโฆษณาให้

 

 

ใช้วิธีพูดจาหว่านล้อมต่างๆนาๆเพื่อให้เราสนใจ ตนเห็นว่าถูกกว่าท้องตลาดจึงตกลง เพราะจะทำให้ได้กำไรมากขึ้นด้วย แต่ระหว่างที่ขนถ่ายสินค้าลงในโกดัง ระหว่างนั้นตนจะเข้าไปตรวจเช็คสินค้า ปรากฏว่ามีคนร้าย 1 คน ทำหน้าที่ประกบไม่เข้าไปตรวจสินค้า ด้วยการพูดคุยหว่านล้อมต่างๆจนเราเกิดความมั่นใจ และขี่รถจักรยานยนต์ออกไปกดเงินมาจ่ายและรู้ตัวว่าพลาดท่าเสียเงินให้คนร้ายไปแล้ว 4 หมื่นบาท พอแก๊งคนร้ายรายนี้ออกไป จึงได้เช็คสินค้า พบว่ามีราคาแค่ 5 พัน จึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สุพจน์ โสดาปัดชา รอง สารวัตรสอบสวน สภ.เดิมบางนางบวช เพื่อลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี ผู้เสียหายรายนี้ยังได้ฝากเตือนไปยังร้านขายของชำต่างๆโดยเฉพาะร้านที่เปิดใหม่ ให้ระวังแก๊งพวกนี้ อย่าหลงเชื่อเป็นอันขาด เพราะพวกนี้มาเหมือนจริงมาก แต่งตัวเหมือนพนักงานบริษัทที่กล่าวอ้างมา ฉะนั้นอยากเตือนให้ตรวจสอบให้ดีก่อนจะตัดสินใจผิดพลาดทำให้ต้องสูญเงินเป็นจำนวนมาก

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว ภัทรพล  พรมพัก  มงคล สว่างศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนีวส์ จ.สุพรรณบุรี