2 ผู้ต้องหา ลักลอบทำประมงผิดกฎหมายเย้ยอำนาจรัฐ นำเรือของกลางหลบหนี ขณะถูกคุมเข้าฝั่ง





เมื่อเวลา 16.00 น. (5 ธ.ค.61)  นายวิชัย สมรูป ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 สุราษฎร์ธานี ได้ส่งเรือตรวจการ 203 เข้าทำการเข้าตรวจจับกุมชาวประมงพื้นบ้านที่ลักลอบใช้เครื่องมือผิดกฎหมายเข้าลากคาดในพื้นที่ดอนทรายเกาะเส็ด หมู่ที่ 5 ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากได้รับการร้องเรียนว่ามีผู้ฝ่าฝืนคำสั่งลักลอบใช้เรือหางยาวทำการประมงปิดกฎหมายในพื้นที่มานานนับเดือน หลังจากเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาทีก็เข้าถึงเป้าหมายสามารถควบคุมเรือประมงพื้นบ้านที่ลักลอบใช้เครื่องผิดกฎหมายลากคาดจับสัตว์น้ำในพื้นที่ดังกล่าว ได้จำนวน 2 ลำพร้อมผุ้ขับเรือจำนวน 2 คน จึงควบคุมเรือจากทะเลเข้ามายังท่าเรือบ้านพุมเรียง ขณะเรือกำลังวิ่งเข้าปากร่องน้ำพุมเรียงได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักและมีคลื่นลมแรงทัศนวิศัยไม่ดีมองไกลได้ไม่เกิน 5 เมตร ทำให้เรือผู้ต้องหาจำนวน 2 ลำได้ฉวยโอกาสเร่งเครื่องหลบหนีออกจากร่องน้ำเข้าไปยังเขตน้ำตื้น ทำให้เรือตรวจการณ์ที่กินน้ำลึกประมาณ 1เมตร50 เซนติเมตรไม่สามารถติดตามไปได้จึงทำให้ผู้ต้องหาทั้ง 2คนสามารถขับเรือหลบไปได้อย่างลอยนวล

 

 

2ผู้ต้องหาลักลอบทำประมงผิดกฎหมายเย้ยอำนาจรัฐนำเรือของกลางหลบหนีไปอย่างลอยนวลขณะถูกคุมเข้าฝั่งเจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่า





หลังเกิดเหตุ นายวิชัยได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 20 นายออกค้นหาจนได้เบาะแสว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงบ้านพุมเรียงจึงนำกำลังเข้าติดตามจับกุม แต่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้นำเรือของกลางหลบหนีไปซ่อนตัวจึงทำให้เจ้าหน้าที่ไม่พบตัว แต่ได้ประสานไปยังญาติผู้ต้องหาให้ผู้ต้องหาเดินทางไปมอบตัวสู้คดีต่อพนังงานสอบสวน สภ.ไชยาได้ในวันเวลาราชการ

 

 

2ผู้ต้องหาลักลอบทำประมงผิดกฎหมายเย้ยอำนาจรัฐนำเรือของกลางหลบหนีไปอย่างลอยนวลขณะถูกคุมเข้าฝั่งเจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่า




นายวิชัยได้กล่าวว่าหลังจากสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 สุราษฎร์ธานีได้มีการจับมือร่วมกับชาวบ้านให้มีดูแลอนุรักษ์พื้นที่ที่เป็นแหล่งเพาะขยายพันธ์สัตว์น้ำพร้อมทั้งมีการเฝ้าระวังและขอความร่วมมือกับชาวประมงไม่ให้ทำการประมงผิดกฎหมายจึงทำให้พื้นที่ทางทะเลบริเวนอ่าวพุมเรียงมีสัตว์ต่างเกิดขึ้นอย่างอุดมสมบูรณ์ แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่เห็นแก่ตัวลักลอบใช้เครื่องมือทำการประมงที่ผิดกฎหมายในพื้นที่ดังกล่าวจนส่งผลกระทบให้สัตว์น้ำวัยอ่อนตายไปจำนวนมากจนส่งผลให้ทรัพยากรทางทะเลลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว จนอาจส่งผลกระทบเป็นระยะยาวได้จึงขอให้ชาวประมงทำประมงให้ถูกต้องเพื่อให้อาชีพประมงพื้นบ้านอยู่ได้อย่างมั่นคง

 

 

 

ภาพข่าว   ณัฐธิดา  เริ่มฤกษ์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี