ควาญช้างพลายวีโก้!!!โวยสัตวแพทย์ไม่มารักษาหลังล้มป่วยไม่กินน้ำและอาหาร!!ด้านผอ.โรงพยาบาลช้างยันไม่ได้นิ่งดูดายส่งสัตวแพทย์เข้าไปแล้ว




วันนี้(17 เม.ย.60)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  หลังจาก  เฟสบุ๊คที่ชื่อ Aunchalika Yamdee ได้แชร์ข้อมูลไปยังเพจเฟสบุ๊คชื่อ YouLike (คลิปเด็ด) เมื่อวานนี้ (16 เม.ย.60) โดยระบุข้อความว่า “วอนสื่อโซเชียล ตอนนี้น้องช้าง(วีโก้) ได้ล้มป่วยลงโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง  วอนสื่อโซเชียลช่วยเเชร์ เพื่อตามหาหมอเฉพาะทางช่วยรักษาน้องวีโก้ ตอนนี้น้องเขามีอาการนอนซึมและไม่รับประทานอาหารติดกันมา3วันแล้วค่ะ ติดต่อหมอที่เคยรักษาช้าง ไม่มีการติดต่อกลับและไม่มีวี่เเววจะมารักษาน้องวีโก้ ตอนนี้ทุกคนเครียด,เสียใจมากคอยติดตามอาการของน้องวีโก้ทั้งวันทั้งคืนไม่ หลับไม่นอน **ช่วยเเชร์เพื่อตามหาหมอเฉพาะทางเก่งๆเพื่อช่วยเหลือน้องวีโก้ น้องมีอาการตามภาพนี้ค่ะDescription: https://www.facebook.com/images/emoji.php/v8/f71/1/16/1f614.น้องวีโก้ อายุ6ปี มีรูปร่างลักษณะดี น้องเป็นช้างร่าเริง เป็นช้างเเสดงของจังหวัดสุรินทร์ หากพบหมอ ติดต่อโดยเร็วที่สุด นางวรัญญา ยามดี 0883985996 , น.ส อัญชลิการ์ ยามดี 0926469331 (หากเป็นการรบกวนจึงขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ. Description: https://www.facebook.com/images/emoji.php/v8/ffb/1/16/1f64f_1f3fb.png

 

-ล่าสุดวันนี้ (17 เม.ย.60) เวลา 13.00 น.ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปยังศูนย์คชศึกษา (คด-ชะ-สึก-ษา) บ.ตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามอาการของช้างพลายวีโก้ อายุ 7  ปี ทราบต่อมาว่าเป็นช้างของนาย สมพงษ์ ยามดี อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 9 ต.กระโพ ต.ท่าตูม จ.สุรินทร์  พบว่าช้างพลายวีโก้เริ่มมีอาการดีขึ้นเล็กน้อย หลังจากสัตวแพทย์จากสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ หรือ โรงพยาบาลช้างสุรินทร์ได้เข้ามาให้น้ำเกลือเมื่อเวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา ช้างยังคงนอนซมหมดเรี่ยวแรงอยู่ และลุกขึ้นเดินเป็นบางครั้ง ซึ่งควาญช้างจะต้องคอยปลุกและพาเดิน โดยยังไม่ยอมอุจาระและดื่มน้ำหรือกินอาหาร  มีอาการป่วยเซื่องซึมมาตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย.60 ที่ผ่านมา



สัตวแพทย์หญิงภัทร เจริญพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ หรือ โรงพยาบาลช้างสุรินทร์ เปิดเผยว่า ช้างพลายวีโก้ ยังคงมีแก๊สในทางเดินอาหารพอสมควร หลังไม่ขับก้อนอุจาระออกมา  แก๊สจะทำให้ดันกระบังลม หายใจลำบาก และเกิดอาการเจ็บปวด อาการดังกล่าวจะต้องดูอาการและรักษาต่อเนื่อง เพราะอาจเป็นอันตราย จะต้องฉีดยาแก้ปวดรักษาตามขั้นตอนของสัตวแพทย์ และไม่ได้นิ่งดูดายอย่างที่มีการแชร์ ทำให้มีความเสียหายและเกิดความเข้าใจผิด ทีมสัตวแพทย์ได้มีการโทรศัพท์ติดต่อขอให้ควาญนำช้างเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลช้างตลอดเวลา ซึ่งจะให้ช้างได้มาอยู่ใกล้ทีมสัตวแพทย์ และทีมสัตวแพทย์ก็มีงานที่ต้องรับผิดชอบหลายด้านเกี่ยวกับช้างในหลายจังหวัดทั่วประเทศ และกำลังเร่งดำเนินการ  ซึ่งได้แจ้งให้ควาญช้างนำตัวช้างมารักษาที่สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ หรือ โรงพยาบาลช้างสุรินทร์ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่ควาญช้างอ้างว่า ไม่สามารถนำช้างขึ้นรถบรรทุกได้ เพราะช้างไม่มีแรงขึ้นรถบรรทุก  จึงต้องการให้สัตวแพทย์มารักษาที่ศูนย์คชศึกษา จากนั้นสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ จึงได้ประสานให้นายสัตวแพทย์ จากปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาช้างมาก่อน ไม่ได้เป็นอาสาสมัครอย่างที่ควาญช้างว่า ให้ช่วยลงไปรักษาและดูอาการในเบื้องต้นแทนก่อน เพราะสัตวแพทย์สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ หรือ โรงพยาบาลช้างสุรินทร์ ส่วนใหญ่ติดภารกิจนอกพื้นที่ แต่ควาญช้างกลับไม่ยอมให้ฉีดยา ต้องการให้น้ำเกลืออย่างเดียว  สัตวแพทย์จึงยังไม่สามารถให้ยาชนิดอื่นได้  และช้างพลายวีโก้เองก็ไม่กินน้ำมา 2 วันแล้ว จะทำให้ร่างกายต้องการน้ำและจะดูดซึมน้ำจากอาหารในลำไส้ไปแทน ทำให้อุจจาระแห้งมากกว่าเดิมและจะส่งผลต่อการถ่ายที่ลำบากมากขึ้น  จึงต้องให้น้ำเกลือพยุงอาการไปก่อน จนกว่าเจ้าของช้างจะอนุญาตให้สัตวแพทย์ฉีดยาหรือรักษาตามขั้นตอนต่อไป   และต้องรอดูอาการอีกครั้ง ซึ่งทราบว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา พลายวีโก้เริ่มตด ผายลมออกมาบ้างแล้ว ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น ส่วนการล้วงมูลของช้าง ทางควาญช้างก็ได้ช่วยกันล้วงกันเองแล้ว และยังบอกว่าจะขอรักษาตามวิถีชาวบ้านก่อน

 

-ทั้งนี้ควาญช้างระบุว่าช้างมีอาการป่วยมาแล้ว 3 วันก่อนหน้านี้  ซึ่งทีมสัตวแพทย์จากสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ หรือ โรงพยาบาลช้างสุรินทร์ ก็ได้ลงพื้นที่เป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ ทาง อบจ.สุรินทร์ ก็ได้ร้องขอให้สัตวแพทย์ลงพื้นที่ไปตั้งโต๊ะดูแลช้างภายในศูนย์คชศึกษา ซึ่งก็อยู่ใกล้กับโรงช้างที่ช้างพลายวีโก้ป่วยก็ไม่เห็นควาญช้างมาแจ้งให้สัตว์แพทย์ทราบแต่อย่างใด

 

 สำหรับอาการแก๊สในทางเดินอาหารของช้าง  พบบ่อยกับช้างในช่วงหน้าแล้ง หรือ ฤดูร้อน เพราะทำให้น้ำในอาหารลดน้อย เวลาช้างกินอาหารเข้าไปก็จะย่อยลำบากขึ้น เพราะร่างกายช้างต้องการน้ำมากอยู่แล้ว ประกอบกับแดดที่แรงและอากาศที่ร้อน และฝากถึงควาญช้าง แก้ปัญหาโดยการให้ อาหารสลับชนิด ให้อาหารช้าง ที่เป็นเส้นใย เหนียว แข้ง ก็ให้แบ่งทอนเป็นท่อนสั้นๆ โดยเฉพาะต้นกล้วย เวลาให้ท่อนยาวๆเส้นใยก็อาจะเข้าไปพันก้อนอุจาระ ทำให้ช้างถ่ายลำบากและจะเกิดปัญหาตามมา ควรให้ช้างกินน้ำบ่อยๆขึ้น และควรเสริมมะขามเปียกกับเกลือไปกับอาหาร เพื่อให้ร่างกายต้องการน้ำ จะทำให้ช้างกินน้ำบ่อย และยังช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้นด้วย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ กล่าว


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง