เฒ่าวัย 61 ปีทุ่มซื้อใหม่ไก่แจ้ 2 ตัว หลังโจรตัดกุญแจกรงลักไป 3 ตัว ก่อนลั่น "ถ้ากล้าขโมยอีกเจอดีแน่"





จากรณีที่เกิดอาชีพยอดฮิตในภาคใต้หลายจังหวัดคืออาชีพโจรขโมยไก่แจ้ โดยในจังหวัดนครศรีธรรมราช แอบย่องตัดกุญแจกรีดกรงขโมยไก่แจ้ 3 ตัวนายวันชัย สุขจันทร์ อายุ 61 ปี อาชีพขายน้ำมะพร้าวน้ำหอม อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านธารริน บ้านเลขที่ 80/4 หมู่บ้านธารริน หมู่ 8 ถนนเทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อคืนวันที่ 3 ธ.ค. 2561 และล่าสุดโจรอาละวาดโดยไก่แจ้พันพื้นเมืองมูลค่า 1.3 แสนของนายกิตติ แคสนั่น อายุ 24 ปี ชาวบ้าน ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อวันที่  6 ธ.ค. 2561 ตามที่เสนอข่าวไปตามลำดับแล้วนั้น

 

 

 

 

 






(7 ธ.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนของนายวันชัย สุขจันทร์ อายุ 61 ปี หมู่บ้านธารริน หมู่ 8 ถนนเทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเดิมมียาเสพติดและขโมยชุกชุม ชาวบ้านจึงออกเงินคนละเล็กละน้อยจัดสร้างรัวลวดหนามกั้นด้านหน้าหมู่บ้าน สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมามีปัญหากับนายทุนเจ้าของที่ดินข้างเคียงที่เข้ารื้อรั้วลวดหนามโดยพละการอ้างว่าพื้นที่ด้านหน้าหมู่บ้านเจ้าของโครงการมอบให้เป็นถนนสาธารณะ จนมีการแจ้งความและฟ้องร้องต่อศาลจนศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้รื้อเพิงที่จอดรถและกรางต้นไม้ออก แต่ไม่ไม่ต้องรื้อรั้วลวดหนามหน้าหมู่บ้าน  ถือว่าคดีสิ้นสุดแต่นายทุนกลับไม่ยอมกั้นรั้วลวดหนามให้ใหม่ทั้ง ๆ ที่ตกลงกันว่าหากมีความชัดเจนเกี่ยวกับคำพิพากษานายทุนที่รื้อรั้วลวดหนามจะต้องสร้างรั้วลวดหนามให้ใหม่ ซึ่งตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้นายทุนกลับเบี้ยวไม่ยอมดำเนินการสร้างรั้วลวดหนามให้ ชาวบ้านก็ไม่อยากไปตอแยกับนายทุนอีกจึงปล่อยให้หน้าหมู่บ้านไม่มีรั้วและมีป่าละเมาะขึ้นเต็มไปหมด ส่งผลให้หัวขโมยเริ่มกลับเข้ามาขโมยทรัพย์สินในหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งนกกรงหัวจุก และกระถางต้นไม้ ดอกไม้ราคาแพง ราวเหล็กแจวนตากผ้า เป็นต้น จนล่าสุดบุกกรีดและตัดกุญแจกรงไก่แจ้ขโมยไก่แจ้ไป 3 ตัวดังกล่าว โดยเชื่อว่าหากมีรั้วหมู่บ้านคนร้ายคงเข้าไปขโมยทรัพย์สินในหมู่บ้านได้ยากลำบากกว่านี้

 

 

 

 





ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบกล้องวงจรผิดพบว่าคนร้ายมีจำนวน 3 คนใช้รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ  สีแดงคาด ขับเข้ามาจอดบนถนนทางเข้าหมู่บ้านก่อนจะเดินอ้อมไปเข้าทางป่าละเมาะเพื่อขโมยไก่แจ้ แต่ได้ทำนาฬิกาวัยรุ่นสีส้มตกอยู่ในที่เกิดเหรุ 1 เรือน และรองเท้าแตะ 1 ข้างสีขาวคาดเขียว 1 ข้าง และมีชาวบ้านยืนยันว่ารู้จักหน้าวัยรุ่น 2 ใน 3 คนที่ร่วมก่อเหตุ เป็นวัยรุ่นที่มีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านหมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก โดยจำได้ว่าคนหึ่งเคยสวมนาฬิกาเรือนที่ตกในที่เกิดเหตุ และอีกคนหนึ่งใส่รองเท้าแตะข้างที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุเช่นกัน ทั้งสองเคยมาดูบาดเลาโดยทำว่ามาตัดหญ้าให้วัวชนและต่อนกกรงหัวจุก แต่จะสอดสายสายตาดูลาดเลาและลูกทางในการเข้าไปขโมยไก่แจ้ก่อนลงมือ และในขณะก่อเหตุนายวันชัย ผู้เสียหายก็เห็นว่าขับรถเข้ามาจอดหน้าหมู่บ้าน แต่ไม่คิดว่าจะกล้าแอบเข้ามาทางป่าละเมาะขโมยไก้แจ้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามเรื่องนี้แม้ส่ามีพานหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดกับคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุได แต่ตนไม่ได้แจ้งความ เพราะคิดว่าไก่แจ้งทั้ง 3 ตัวยังไม่ได้เก่งและไม่เคยลงสนามแข่งมีราคาแค่ตัวละ 1-2 พันบาทเท่านั้น

 

 

 

 

 

 “ในตอนแรกตนคิดว่าจะไม่เลี้ยงไก่อีกแล้วและจะนำไก่แจ้เพศเมียที่เหลือ 2 ตัวไปฝากให้บุตรชายช่วยเลี้ยงที่ อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช  แต่ปรากฏว่าลูกชายทราบข่าวได้ซื้อไก่แจ้งพันธ์มาให้ใหม่อีก 2 ตัว และทั้ง 2 ตัวค่อยข้างเก่งเพราะเคยผ่านสนามแข่งขัน โดยเฉพาะ 1 ใน 2 ตัวเป็นไก่แจ้ขนาดใหญ่กว่าไก่แจ้ทั่ว ๆไป หน้าดำ ดุดัน ซึ่งไก่ที่มีลักษณะดังกล่าวหากลงสนามแข่งจะได้เปรียบไก่แจ้คู่แข่งตัวอื่น ๆ เนื่องจากไก่แต้ธรรมดา ๆ จะเกรงกลัวไก่แจ้แบบนี้ ที่สำคัญไก้แจ้ตัวนี้ยังส่งเสียงขันผิดจากไก่แจ้ทั่ว ๆ ไปคือขันแบบห้วน ๆ ขาด ๆ คล้ายกับการตะคอกข่มขู่ตัวอื่น ๆ ไปในตัว ตนจึงตั้งชื่อว่า “ไอ้แจ้ง” เพราะตัวที่โดนขโมยไป 1 ใน 3 ชื่อ “ไอ้มืด” จึงถูกคนร้ายขโมยไปในตอนมืดกลางดึก และ “ไอ้แจ้ง” ตนเลี้ยงในกรงเดิม ที่เดิมซึ่งเชื่อว่าคนร้ายคงไม่กล้ามาขโมยอีก หากยังหาญกล้ามาขโมยรับรองคราวนี้เจอดีแน่นอน”นายวันชัย กล่าวอย่างอารมณ์ดี.

 

 

 

ภาพ/คลิป  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช