ผู้จัดการ ธ.ก.ส.เมืองคอนกรีตยาง 20 ไร่ก่อนไปทำงาน-ยึดความพอเพียง ทำไร่นาสวนผสมฟันรายได้ครึ่งแสน/เดือน





(7 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาทุ่งใหญ่      จ.นครศรีธรรมราช ได้ยึดแนวทางการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยแม้จะมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับสูงคือผู้จัดธนาคาร ฯ แต่ยังมือทำสวนยางพาราและกรีดยางพาราเองทุกเช้า นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้แม่บ้านทำการเกษตรแบบไร่นาสวนผสม โดยใช้เนื้อที่ 2 ไร่ ปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ และปลาดุก กบ และเลี้ยงเป็ด,ไก่ นำผลผลิตออกจำหน่ายสร้างรายได้เสริมเดือนละกว่าห้าหมื่นบาท

                จึงเดินทางไปพบนายทรงกรด เรืองมาลัย อายุ 48 ปี ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช และได้นำผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบบริเวณบ้านเลขที่ 21/1 หมู่ 3 ต.นาไม้ไผ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช  โดยพบกับนางธมนวรรณ เรืองมาลัย อายุ 47 ปี ภรรยาของนายทรงกรด กำลังบดต้นกล้วยหรือ “หยวกกล้วย” นำมาผสมอาหารเม็ดสำเร็จรูปกับเพื่อนำไปเลี้ยงปลา กบ รวมทั้งใช้เลี้ยงเป็ด ไก่อีกด้วย  ทั้งนี้การทำไร่นาสวนผสมดังกล่าวใช้ที่ดิน  2 ไร่เศษ และได้แบ่งพื้นที่ทำการการปลูกพืช ผักสวนครัวเกือบทุกชนิด  เช่น ผักพื้นบ้านต่าง ๆ พริก กล้วย รวมถึงเลี้ยงปลาดุก กบ และเลี้ยงเป็ด ไก่ อีกด้วย

 

 






นายทรงกรด เรืองมาลัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนและภรรยาเรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช หลังจากเรียนจบแต่งงานอยู่กินเป็นสามีภรรยาและก็ใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามแนวปรัชญาของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยทำสวนยางพาราและไร่นาสวนผสม  และต่อมาตนได้เข้าทำงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์  จนได้เป็นผู้จัดการสาขา อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ในขณะที่นางธมนวรรณ เรืองมาลัย  ภรรยา เป็นแม่บ้านและประกอบอาชีพด้านการเกษตร ซึ่งตนและภรรยาก็ยังคงใช้ชีวิตในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนเดิม

                “แม้ว่าในปัจจุบันจะมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ แต่ทุกเช้าตนและ ภรรยาจะไปกรีดยางพาราจำนวน 20 ไร่จนเสร็จสิ้นก่อนขับรถไปทำงานที่ธนาคาร ฯสาขา อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ระยะทางกว่า 30 กม. ในขณะที่ภรรยาก็เข้าไปดูแลไร่นาสวนผสมตัดแต่งกิ่งไม้ ผสมอาหาร ให้อาหารปลา อาหารกบ รวมทั้งอาหารเป็ดไก่  ก่อนจะเก็บไข่เป็ดและพืชผักต่าง ๆ ส่งขายแม่ค้าในท้องถิ่น หรือนำไปขายในตลาดจะขายดีมาก เพราะผลผลิตทุกชนิดจะปลอดจากสารพิษอย่างแท้จริง”

 





นางธมนวรรณ เรืองมาลัย  กล่าวเสริมว่า ในพื้นที่ 2 ไร่เศษตนและสามีปลูกพืชผักทุกชนิด เลี้ยงปลาดุก เลี้ยงกบ และเลี้ยงไก่เนื้อ  ส่วนเป็ดเลี้ยงจำนวน 500 ตัว และจะให้กินอาหารผสมขึ้นเองไม่ใช้สารเคมี ใด ๆ เลยในปัจจุบันเก็บไข่เป็ดขายไข่วันละประมาณ 400 ฟอง ๆ ละ 4 บาท ส่งขายในตลาดจนไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า ส่วนมูลเป็ดจะนำไปเลี้ยงปลากินอีกที และยังเลี้ยงไก่เนื้อไว้ขายและบริโภคอีกหลายสิบตัว มูลไก่นำไปเป็นปุ๋ยใส่ต้นกล้วย พริกและผักสวนครัวอื่น  ๆ และยังเลี้ยงกบไว้ขายอีก 1 บ่อ ทำให้มีรายได้จากการขายผลผลิตจากไร่นาสวนผสมทุกวัน ๆ ละไม่ต่ำกว่า 1,500-2,000 บาท หรือเดือนละ 40,000-60,000  บาท เมื่อถึงกำหนดจับปลาดุก กบ และไก่เนื้อจำหน่ายก็จะมีรายได้เป็นเงินก้อนอีกคราวละหลายหมื่นบาท ทุกวันหลังจากร่วมกับสามีกรีดยาวพาราเสร็จตนจะอยู่ดูแลไร่นาสวนผสม ช่วงที่สามีเลิกงานหรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ สามีก็จะมาช่วยทำงานในไร่นาสวนผสมอีกแรง  ทุกวันนี้ชีวิตความเป็นอยู่สุขสบาย เดือดร้อนเรื่องเงินทอง

                “ตนและสามีเชื่อว่าการใช้ชีวิต ตามแนวปรัชญา หรือแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวง รัชกาที่ 9 หรือที่เรียกว่า  “หลักเศรษฐกิจพอเพียง” ประชาชนทั่วไปที่มีที่ดินไม่มากแค่ 1-2 ไร่ และมีความตั้งใจทำอย่างจริงจังจะสามารถสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ตนทั้งสองตั้งใจทำเป็นแบบอย่างแก่คนทั่วไป ซึ่งเป็นชีวิตจริงที่ทำได้จริง ๆ และพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ให้กับประชาชนทุกคนที่สนใจและต้องการยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง  โดยสามารถเข้ามาศึกษาดูงานและขอคำแนะนำ ขอข้อมูลต่าง ๆ ได้ตนทั้งสองยินดีที่จะถ่ายทอดให้โดยไม่หวงวิชาแม้แต่น้อย” นางธมนวรรณ เรืองมาลัย  กล่าวยันในที่สุด.

 

 

 

ภาพ/ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ  สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช
















ข่าวที่เกี่ยวข้อง