แจ้งจับสาววัย19 เปิดเฟซบุ๊กหลอกเหยื่อ 113 ราย ลงทุนออมทรัพย์ เล่นแชร์ปล่อยกู้ สูญ 9 ล้านบาท





วันที่ 6 ธันวาคม 61  เวลา 20.30 น.พ.ต.ท.กุศล สิทธิขันแก้ว สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจาก น.ส.เบญจรัตน์ ปฏิรูปา อายุ 21 ปี แม่ค้าขายของออนไลน์ น.ส.วชิราภรณ์ คำหล้า อายุ 20 ปี แม่ค้าหมูกระทะ และนางสาววลีวรรณ์ รายน้ำเงิน อายุ 22 ปี แม่ค้าแจ่วฮ้อน ชาว ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี พร้อมด้วยเพื่อนต่างสาขาอาชีพอีก 5 คน รวมทั้งหมด 8 คน

โดยได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์หลังจาก ถูกนางสาวบี  อายุ 19 ปี ชาว ต.ปะโค อ.กุดจับ จ.อุดรธานี เปิดเฟซบุ๊กชักชวนร่วมลงทุนแชร์ออมทรัพย์ "บ้านแชร์ลัลลา" นำไปปล่อยเงินกู้รายวันและรายสัปดาห์ จะได้รับดอกเบี้ยกลับคืนสูง สูญเงินไปรวมทั้งสิ้น 1,720,640 บาท โดยเปิดเพจมาได้ 3 เดือน มีสมาชิกกว่า 400 คน ก่อนปิดเพจและไลน์ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือหนี ติดต่อไม่ได้ ในช่วงกลางดึกคืนวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมีคนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี และตามจังหวัดต่างๆ เช่น ชลบุรี กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล หลงเชื่อเข้าร่วมลงทุนและตกเป็นเหยื่อขณะนี้ทั้งสิ้น 113 ราย รวมเป็นเงินมากกว่า 9 ล้านบาท ซึ่งเหยื่อในแต่ละพื้นที่ จะทยอยเข้าแจ้งความตามโรงพัก หรือตามท้องที่ของเหยื่อที่ได้โอนเงินเข้าร่วมลงทุน บางกลุ่มที่สูญเงินไปจำนวนหลายล้านบาท จะให้ทนายความดำเนินการเข้าแจ้งความทุกข์ที่ กองบังคับการปราบปราม เพื่อติดตาม น.ส.บี มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

 

 

 

 

นำหลักฐานให้ตำรวจ





น.ส.เบญจรัตน์ ปฏิรูปา น.ส.วชิราภรณ์ คำหล้า และนางสาววลีวรรณ์ รายน้ำเงิน  ร่วมกันเปิดเผยว่า หลังจากการเงินของ น.ส.บี เริ่มผิดปกติ ได้บอกผ่านทางไลน์กับกลุ่มสมาชิกว่า ขอเวลาให้หาเงิน และจะหาเงินมาคืนในวันที่ 8 ธันวาคม ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ทักไลน์ หรือติดต่อมาให้ความสบายใจกับกลุ่มที่เป็นลูกแชร์เลย และออกจากกลุ่มไลน์ ปิดเพสและโทรศัพท์มือถือหนี ในคืนวันที่ 5 ธันวาคม ทีแรกพวกตนไม่รู้ แต่ได้ยินเสียงไลน์กลุ่มแชร์ดัง ติดต่อกันผิดปกติ จึงเปิดไลน์ดูพบว่าท้าวแชร์ หนีออกจากกลุ่มแล้วนะติดต่อไม่ได้เลย และรู้ว่ายอดเงินที่มีคนร่วมลงทุนถึง 9 ล้านบาท ก็คิดว่าเขาจะหาเงินมาจากที่ไหนมาคืนพวกเรา ขนาดพ่อแม่และตัวเราทำงานทุกวันยังไม่เคยมีเงินขนาดนี้  แต่ก็ยังหวังว่าเขาจะนำเงินมาคืนสมาชิกทั้งหมด  ซึ่งแจ้งความเอาไว้ หากไม่มีคืนก็อยากให้ติดคุกว่ากันไปตามกฎหมาย

โดยพวกตนได้เดินทางไปหา น.ส.บี ที่บ้านแฟนหนุ่ม จึงรู้ว่า น.ส.บี หนีออกจากบ้านไปพร้อมรถเก๋งและทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดตั้งแต่เช้ามืด วันที่ 4 ธันวาคม และไม่รู้ว่าหายไปไหน พวกตนไม่แน่ใจว่าเขาจะโกหกช่วยกันหรือไม่ ก่อนมารู้ทีหลังว่าญาติของแฟน น.ส.บี ถูกหลอกร่วมลงทุนเล่นแชร์ด้วยเช่นกัน จากนั้นพวกตนได้พากันเดินทางไปบ้านแม่ของ น.ส.บี และทราบจากผู้ใหญ่บ้านว่า บ้านแม่ของ น.ส.บี ขายแล้วไม่มีบ้านอยู่แล้ว และแม่ของ น.ส.บี เข้ามาอยู่บ้านญาติในตัวเมืองอุดรธานี ซึ่งก่อนแชร์ล้มท้าวแชร์หนี มีสมาชิกบางรายที่ร่วมลงทุนในวงเงินที่สูง และไม่เชื่อว่า น.ส.บี จะมีเงินมาคืน แต่ นส.บีส่งรูปโฉนดที่ดิน 18 ไร่ ผ่านทางไลน์มาให้ดูเพื่อยืนยันว่ามีทรัพย์สินที่จะนำไปจำนองนำเงินมาคืนให้ แต่โฉนดที่ดินที่ส่งมาให้ดู กลับกลายเป็นโฉนดที่วาดขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่โฉนดที่ดินที่ออกให้โดยเจ้าหน้าที่ และไม่ได้ระบุว่ามีที่ดินอยู่ที่ใด

 

 

 

 

 

เสียงผู้เสียหาย




ด้าน พ.ต.ท.กุศล สิทธิขันแก้ว เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้เสียหายในเบื้องต้น เชื่อว่าผู้เสียหายน่าจะมีมากกว่านี้ เนื่องจากมีสมาชิกในกลุ่มประมาณ 400 คน ส่วนพฤติกรรมเป็นการหลอกเหยื่อร่วมลงทุนด้านธุรกรรมการเงิน ของ น.ส.บี คล้ายกับการเล่นแชร์ที่มีท้าว และแชร์ลูกโซ่ ที่มีคนร่วมลงทุนหรือเล่นจำนวนมาก เพราะเชื่อว่าจะได้ดอกเบี้ยตอบแทนสูง ซึ่งเข้าข่ายในการกระทำผิด พรบ.แชร์ และฉ้อโกง ซึ่งเป็นคดีอาญา หลังจากนี้จะได้นัดผู้เสียหายทั้งหมด  เข้ามาให้ปากคำ พร้อมกับออกหมายเรียก น.ส.บี มาสอบปากคำไปพร้อมกัน หาก น.ส.บี ไม่มาตามหมายเรียก 2 ครั้ง ทางตำรวจจะได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

 

นายกฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ภูมิภาค สำนักข่าว ทีนิวส์