นายกฯเทศบาลทุ่งใหญ่ แจ้งความเอาผิดร้อยเอกทหาร ขัดขวางการพัฒนาก่อสร้างบ้าน บุกรุกถนนสาธารณะ





(7 ธ.ค.61) นายชัยธิศักดิ์ อำลอย นายกเทศบาล ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.ศุภวิทย์ ไชยประพันธ์ รอง สว.สอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ในข้อกล่าวหาบุกรุกที่สาธารณะกับนายทหารยศร้อยเอกนายหนึ่ง ทำให้การขยายผิวการจราจรบริเวณสี่แยกท่ายาง เขตเทศบาลตำบลท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ ไม่สามารถดำเนินการได้

                 

 






ทั้งนี้สืบเนื่องจากทางราชการต้องการขยายผิวการจราจรบริเวณสี่แยกตลาดท่ายาง ถนนทุ่งใหญ่-หลักช้าง  เพื่อขยายถนนในจุดดังกล่าว โดยตามโครงการจะมีการเชื่อมถนนตลอดสายถนนทุ่งใหญ่-หลักช้าง   และถนนสายทุ่งใหญ่-ลำทับ จ.กระบี่ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดฝางดันอามันกับฝั่งอ่าวไทย  และมีการจ่ายค่าเวนคืนให้กับชาวบ้านที่ปลูกบ้านเรือนอยู่ใน   บริเวณดังกล่าวไปแล้วบางส่วนตั้งแต่ปี 2537 แต่เนื่องจากมีปัญหาและอุปสรรคทำให้ไม่สามารถดำเนินการโครงการดังกล่าวได้ จนระยะเวลาผ่านมาเกือบ 30 ปีทางภาครัฐจึงจัดสรรงบประมาณก้อนใหญ่ในการพัฒนาขยายผิวการจราจรถนนสายนี้ตลอดสายทั้งฝั่ง จ.นครศรีธรรมราชและฝั่งที่จะไปเชื่อมต่อกับ จ.กระบี่ ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีบ้านอีกบางส่วนที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชยทางเทศบาลตำบลท่ายางได้ทำการทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อหาเงินจำนวนกว่า 3 ล้านบาท นำเงินไปเวนคืนบ้านประชาชนบริเวณสี่แยกแยกตลาดท่ายาง เพื่อทำการขยายถนนให้กว้างขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดความสะดวก สบายและสวยงาม โดยหลังจากได้รับค่าเวนคืนเจ้าของบ้านก็เริ่มรื้อบ้านออกจากพื้นที่ แต่ก็มีบ้านอยู่หลังหนึ่งไม่ยอมรื้อ ทำให้โครงการไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้

 

 

จนกระทั้งชาวบ้านสงสัยว่าทำไมทางราชการยังไม่ก่อสร้างขยายถนนในจุดดังกล่าว ทั้ง ๆ ที่ทอดผ้าป่าได้เงินไปจ่ายค่าเวนคืนครบหมดแล้ว  นายชัยธิศักดิ์ อำลอย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่ายาง จึงทำการตรวจสอบพบว่าบ้านที่ยังไม่ได้รื้อเป็นบ้านของนายทหารยศร้อยเอกนายหนึ่ง ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน จ.สงขลา และได้รับค่าเวนคืนไปเรียบร้อยแล้วในครั้งแรกเมื่อปี 2537  นายชัยธิศักดิ์  จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับร้อยเอกนายดังกล่าวในข้อหาบุกรุกที่สาธารณะเพื่อให้มีการรื้อถอนบ้านออกไปโดยเร่งด่วนและสามารถดำเนินการโครงการขยายผิวการจราจรได้

 

 





นายชัยธิศักดิ์ อำลอย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า จากเดิมที่มีการ่ายค่าเวนคืนไปเมื่อปี 2537 นายทหารคนดังกล่าวได้รื้อบ้านออกไปแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านมาหลายปีทางราชการยังไม่ดำเนินการใด ๆ กับพื้นที่นายทหารคนดังกล่าวจึงกลับมายื่นขออนุญาตจากทางเทศบาลตำบลท่ายางเพื่อขอสร้างบ้าน เมื่อปี 2542 แต่ทางเทศบาล ฯไม่อนุญาต  เนื่องจากรุกล้ำถนนสาธารณะ แต่นายทหารคนดังกล่าวังฝ่าฝืนก่อสร่างบ้านขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตและปล่อยให้มีผู้เช่าบ้านประกอบการค้าตลอดมา และเมื่อเทศบาล ฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อจะขยายถนนและผิวการจราจรตามโครงการเวนคืนบ้านขยายเมือง ก็มีเกิดปัญหาติดขัดเนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวไม่ยอมรื้อถอน  โดยตนได้ไปตรวจสอบและขอหลักฐานเอกสารจากสำนักงานที่ดิน และพบว่าบ้านเจ้าปัญหาหลังดังกล่าวก่อสร้างบุกรุกถนนสวาธารณะอย่างชัดเจน  จึงมาแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกโดยให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อจะให้มีการรื้อถอนบ้านออกไปและจะได้ขยายถนนรวมทั้งผิวการจราจร เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมต่อไป.

 

 

 

ภาพ/ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช