ผลงานยอดเยี่ยม ตร.นครสวรรค์ ตามรวบโจรงัดร้านทอง ภายใน48ชั่วโมง รับสารภาพตะเวนดูลาดเลามานาน





วันที่ 7 ธันวาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีคนร้ายย่องเบาเข้าไปลักขโมยทองคำ 400 บาท ภายในร้านห้างทองทวีชัย 4 สาขาตลาดสะพานดำ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ทำการจับกุมนายนนทกร ขาวพราย หรือ เข้ อายุ 27 ปี อดีตผู้รักษาประตูทีมน่าน เอฟซีพบมีประวัติลักรถยนต์ ซึ่งมีหมายจับคดีลักรถยนต์ และเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับคดีลักทรัพย์ร้านทองทวีชัย 4 ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามจับกุม ซึ่งมีการสืบทราบว่า นายนนทกร ได้หายตัวไปตั้งแต่หลังเกิดเหตุร้านทองถูกงัดปกติจะมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวร้านทองทุกวัน และหนีไปกลบดานอยู่ที่บ้านภรรยาในพื้นที่ จ.น่าน เจ้าหน้าชุดสืบสวนได้เดินทางนำหมายจับในคดีลักรถจักรยานยนต์เดินทางไปเฝ้าประกบก่อนจะจับกุมตัวเอาไว้ได้ในที่สุด ซึ่งจากการตรวจสอบในตัวคนร้าย พบทองรูปพรรณจำนวนหนึ่งด้วย

 

 






ทั้งนี้ จากการสอบปากคำ นายนนทกร ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุคนเดียว โดยได้มาเฝ้าดูลาดเลาทุกวัน นานกว่า 1 สัปดาห์ จนกระทั่งเตรียมพร้อมจะลงมือ จึงได้ไปซื้อลูกกุญแจที่เหมือนกับของร้านทอง ซึ่งปิดล็อคอยู่ที่ประตูหลังบ้าน มาสับเปลี่ยนด้วยการรอจังหวะใกล้จะปิดร้านเมื่อแม่บ้านนำกุญแจมาแขวนไว้ช่วงที่จะปิดร้านเจ้าของร้านจะเป็นคนมาล็อคกุญแจโดยฉวยโอกาศนำกุญแจที่ซื้อมาปิดล็อคให้แทนก่อน จากนั้น จึงรอให้ถึงช่วงกลางดึก จึงบุกเข้าไปก่อเหตุดังกล่าว เมื่อได้ทองมาแล้ว จึงนำทองที่ได้มาส่วนหนึ่งนำไปเก็บไว้ที่บ้านพักของมารดาบริเวณด้านหลังสนามกีฬากลาง จากนั้น จึงได้นำทองส่วนหนึ่งติดตัวไป โดยได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดไว้ที่ศูนย์ท่ารถ แล้วขึ้นรถโดยสารเดินทางนำทองไปตระเวนขายในพื้นที่ จ.แพร่ และน่าน ได้เงินมาจำนวน 300,000 บาท ก่อนมาถูกจับกุมนายนนทกร บอกว่า การก่อเหตุครั้งนี้ เป็นเพราะเพิ่งตกงาน โดยเมื่อก่อนเคยเป็นผู้รักษาประตูทีมน่าน เอฟซี  แล้วผันตัวมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ถูกไล่ออก เนื่องจากตนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีลักรถ จึงไม่มีงานอะไรทำ ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา ดูหนัง

 

 





เกี่ยวกับการโจรกรรมมาหลายเรื่อง จึงทำให้มีความคิดเลียนแบบหนังเหล่านี้ ไปนำไปก่อเหตุ และทำได้จริง ตนมองว่า เจ้าของร้านเป็นคนไม่ค่อยระวัง จึงทำให้ตนเข้าไปก่อเหตุได้ง่าย ซึ่งก่อนหน้าที่จะเข้าไปก่อเหตุดังกล่าว ตนมีความคิดที่จะปล้นรถขนเงินด้วยซ้ำ แต่ตนไม่มีรถยนต์ใช้ในการหลบหนี จึงได้เรื่องก่อเหตุกับร้านทองแทนทั้งนี้ หลังการสอบปากคำ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนาย นนทกรเดินทางไปที่บ้านพัก ที่ตัวผู้ต้องหาให้การว่านำทองส่วนหนึ่งไปซูกซ่อนไว้ พบทองรูปพรรณบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกแบบหูหิ้ว จึงยึดเอาไว้ตรวจสอบ จากนั้น จึงได้พาตัวไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพจุดเส้นทางหลบหนี และร้านทองที่ก่อเหตุก่อนจะมีการแถลงข่าว แล้วจึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวนไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ซึ่งขณะนี้ มีรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมทองคืนมาได้ประมาณเกือบ 90 เปอร์เซ็นแล้ว พร้อมกับเชิญตัวเจ้าของร้านและพยานมาตรวจนับของกลางเนื่องจากของกลางมีเป็นจำนวนนับพันรายการจึงต้องใช้เวลาในการตรวจนับคาดว่าทองทั้งหมดจำนวน400บาทเกือบอยู่ครบแต่ต้องตรวจนับให้แน่นอนถึงจะทราบจำนวนส่วนที่เหลือได้

 

 

ภาพ/ข่าว รณกฤต วรณันวรกุล ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครสวรรค์