ฉาวพ่อพิมพ์เสื่อม หลังข่มขืนเด็ก วัย 12 ปี ตร.เตรียมส่งสำนวนให้อัยการ ขณะจิตใจเด็กยังต้องดูแลไม่ให้ห่างสายตา





วันนี้(9 ม.ค.62)    จากกรณี ผู้ปกครองของเด็กหญิงวัย 12 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอวัดสิงห์ จ.ชัยนาท  พาลูกสาวเข้าร้องเรียนสื่อมวลชน  เพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกสาวที่ถูก ครูวิชาพลศึกษา อายุ 40 ปี และเป็นโค้ชฝึกสอนนักกีฬาในโรงเรียนดังกล่าว  หลอกลวงพาไปข่มขืนภายในรถยนต์ ถึง 3 ครั้ง โดยเหตุเกิดตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2561 กระทั่งล่วงเลยมาถึงเดือนธันวาคม 2561  แต่คดีไม่คืบ ซ้ำผู้ก่อเหตุ ได้ประกันตัวในชั้นศาล ยังกลับไปก่อเหตุซ้ำอีก   ขณะที่ทางโรงเรียน และสำนักงานเทศบาลตำบลวัดสิงห์ ในฐานะต้นสังกัด กลับไม่มีการดำเนินการทางวินัยแต่อย่างใด  จนกระทั่งสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวออกไป    ถึงค่อยมีการสั่งย้ายครูไปช่วยราชการที่สำนักงานเทศบาลตำบลวัดสิงห์   ส่วนการดำเนินคดีก็มีความคืบหน้ามากขึ้น ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

 

 

 

 






ความคืบหน้าล่าสุด  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า    นายปริญญา โพธิสัตย์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดชัยนาท (ก.ท.จ.ชัยนาท)  เพื่อพิจารณาความเห็นชอบสั่งพักราชการพนักงานครูเทศบาล  ตามการเสนอขอความเห็นชอบของเทศบาลตำบลวัดสิงห์  ซึ่งในที่ประชุมได้พิจารณามีมติเห็นชอบ ให้เทศบาลตำบลวัดสิงห์ มีคำสั่งพักราชการครูที่ก่อเหตุ เนื่องจากการสอบสวนข้อเท็จจริง มีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.62 เป็นต้นไป  ขณะที่เทศบาลตำบลวัดสิงห์ ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง กับครูคนดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน

 

 

 

 





ส่วนการดำเนินคดี  พ.ต.อ.เชษฐชัย เชษฐศิริ  ผกก.สภ.วัดสิงห์   เปิดเผยว่า  อยู่ระหว่างการรวบรวมสำนวนคดี โดยในวันนี้ได้รับผลการตรวจร่างกายเด็กจากแพทย์โรงพยาบาลวัดสิงห์แล้ว ซึ่งจะนำไปประกอบในสำนวนคดี   ทั้งนี้ ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ  แต่ทางตำรวจมีพยานหลักฐาน  เชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิด   คาดว่าภายในวันที่ 11 ม.ค.นี้  จะสามารถส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการ เพื่อดำเนินการต่อไป 

ขณะที่ผู้ปกครองของเด็กหญิง  ได้ย้ายลูกสาวออกจากโรงเรียนเดิม  โดยให้ลูกหยุดเรียนชั่วคราว และอยู่ระหว่างประสานงานกับหน่วยราชการ ขอให้ลูกไปเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่  เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบทางจิตใจ    ขณะที่สภาพจิตใจของเด็กหญิง  เริ่มดีขึ้น แต่ยังมีอาการซึมเศร้าบางเวลา  ทางครอบครัวจึงต้องคอยดูแลกันอย่างใกล้ชิด และจะพาออกไปทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้คลายความซึมเศร้า   

   

 

 

 

ข่าว/ภาพ  ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชัยนาท

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง