อุตสาหกรรมอุดร สั่ง โรงงานยางเครป เร่งแก้ กองยาง-น้ำเสีย-น้ำเซรั่ม




วันที่ 11 มกราคม 2562 เวลา 09.30 น. ที่ศาลาประชาคมบ้านป่าก้าว หมู่ 6,12 ต.ผักตบ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี  นายคำปลาย คำแพงราช อดีต ผอ.โรงเรียนบ้านผักตบ นำชาวบ้านกว่า 70 คน ที่ประท้วงต่อต้านโรงงานยางเครป บ.ปริ้นซ์ รับเบอร์ จก. เลขที่ 105 ม.12 บ้านป่าก้าว เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา เรียกร้องให้ปิดโรงงาน เพราะส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง และระบายน้ำลงลำห้วยยาง จนน้ำเน่าไม่สามารถนำน้ำมาใช้เพื่อการเกษตรได้ เดินทางมารวมตัวรับฟังคำชี้แจงจาก นายพัดทอง กิตติวัฒน์ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี

นายคำปลาย คำแพงราช แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ตั้งแต่โรงงานยางเครปแห่งนี้สร้างขึ้น โดยก่อนหน้าจะก่อสร้างแจ้งกับผู้นำท้องที่ และชาวบ้านว่า จะสร้างโรงงานผลิตถุงมือยาง แต่กลับเป็นโรงงานยางเครป ที่สร้างความเดือดร้อนเรื่องกลิ่นเหม็น ปล่อยน้ำเสียลงลำห้วยยาง จนชาวบ้านหากินไม่ได้ ส่วนตัวอย่างน้ำที่เก็บไป ก็ไมรู้ว่าจะมีการเปลี่ยนน้ำส่งไปตรวจหรือไม่ โดยชาวบ้านต้องการให้อุตสาหกรรมจังหวัดสั่งปิดโรงงานไปเลย เพราะตั้งแต่มาสร้างโรงงาน ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก

นายพัดทอง กิตติวัฒน์ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี ชี้แจงให้ชาวบ้านที่มาร่วมรับฟังว่า มีหนังสือแจ้งถึง โรงงานยางเครป บ.ปริ้นซ์ รับเบอร์ จำกัด ให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงาน ตาม ม.37 วรรคหนึ่ง พรบ.โรงงาน พ.ศ.2535 ตามที่เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ.โรงงาน 2535 ได้ตรวจสอบโรงงานพบว่าระบบบำบัดน้ำเสีย มีสภาพที่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น , มีการกองวัตถุดิบคือยางก้อนถ้วย ไว้ที่ลานพื้นคอนกรีตโล่งกว้าง ทำให้กินเหม็นฟุ้งกระจายทั่วพื้นที่โรงงาน และพื้นที่ใกล้เคียง ก่อให้เกิดอันตรายความเสียหาย หรือความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่อยู่ใกล้โรงงาน

 

 

 

 

 

นายพัดทอง กิตติวัฒน์ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี ลงไปในลำห้วยยางใช้มือวักน้ำขึ้นมาให้ชาวบ้านดู

จึงมีคำสั่งให้ บ.ปริ้น รับเบอร์ จำกัด ปฏิบัติตามมาตรการควบคุม และป้องกันกลิ่นเหม็นที่เกิดจากกองวัตถุดิบ (ยางก้อนถ้วย) บนลานคอนกรีตโล่งกว้างและระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานให้แล้วเสร็จภายใน 28 กุมภาพันธ์ 2562 หากไม่เห็นด้วยกับคำสั่งฉบับนี้ สามารถอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งนี้ ให้ยื่นอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งดังกล่าว ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่รับทราบคำสั่ง และการอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งไม่เป็นการทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่ง

นอกจากนี้อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี ได้ออกหนังสือแนะนำ และขอความร่วมมือในการดำเนินการ 1.จัดหามาตรการป้องกันความเสี่ยงที่น้ำเสีย จากโรงงานไหลลงสู่พื้นที่ภายนอกและการรั่วซึมของน้ำเสียภายในโรงงานทั้งหมด , 2. จัดหามาตรการจัดการกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่น้ำเสียจากกาดตะกอนจะไหลชะลงสู่พื้นดิน , 3. รื้อถอนท่อพลาสติกเกี่ยวกับการระบายน้ำเสียออกนอกโรงงานทั้งหมด ท่ามกลางความไม่พอใจของชาวบ้าน ที่ต้องการให้ปิดโรงงานอย่างเดียว พร้อมตะโกน “โห่” หาว่าอุตสาหกรรมจังหวัดเข้าข้างนายทุน แต่ก็สงบลง

หลังจากชี้แจงอำนาจตามกฎหมาย และร่วมกันออกไปยังโรงงาน เพื่อร่วมกับชาวบ้านเก็บตัวอย่างน้ำ ไปตรวจวิเคราะห์ใหม่ ทั้งในและนอกโรงงาน ซึ่งทางนายพัดทองฯ  ถอดรองเท้าถุงเท้า ลงไปในลำห้วยยาง ใช้มือวักน้ำขึ้นมาให้ชาวบ้านดูว่า น้ำในห้วยยางไม่ได้เน่า แต่ที่มีสีดำคล้ำบางจุด เนื่องจากน้ำไปมีการระบาย และมีวัชพืชขึ้นมา จนเน่าส่งกลิ่นเหม็น  โดยจะทราบผลการตรวจวิเคราะห์น้ำใน 20 วัน

 

 

 

 

 

เสียงนายพัดทอง กิตติวัฒน์ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี

ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน