สรรพสามิตอุตรดิตถ์เอาจริง กดดันจนผู้ต้องหาคดีสุราเข้ามอบตัว ร้องขอชำระค่าปรับเพื่อยุติคดี




จากการเปิดเผยของ นางสุพัชรา  บุญเกิดรัมย์ สรรพสามิตพื้นที่อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการเปรียบเทียบคดี ตามมาตรา ๑๓๗(๒) (ข) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.๒๕๖๐ ประกอบด้วยนายธนากร  อึ้งจิตรไพศาล  ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์, พล.ต.ต.พยูห์  ธนศรีสืบวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ และนางสุพัชรา บุญเกิดรัมย์ สรรพสามิตพื้นที่อุตรดิตถ์ ได้ประชุมสั่งเปรียบเทียบคดีผู้ต้องหาซึ่งกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.๒๕๖๐ เกี่ยวกับสินค้าสุรา จำนวน ๒ คดี โดยให้ปรับเรียงกระทงความผิดทุกข้อหาเป็นเงินค่าปรับรวมทั้งสิ้น ๒๓๐,๐๐๐ บาท โดยกำหนดให้ผู้ต้องหามาชำระค่าปรับตามจำนวนเงินที่เปรียบเทียบภายใน ๓๐ วัน เพื่อให้คดีอาญาเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีดังกล่าวผู้ต้องหาไม่สมควรได้รับโทษถึงจำคุก

 

 

 


คดีดังกล่าว เหตุเกิดตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๗ พ.ค. ๒๕๖๑ เวลาประมาณ ๑๓.๐๐-๒๐.๐๐ น. นายนภดล หวังเจริญ นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการ  หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปราบปราม ภายใต้การอำนวยการสั่งการของนางสุพัชรา บุญเกิดรัมย์ สรรพสามิตพื้นที่อุตรดิตถ์ ได้นำกำลังเดินเท้าข้ามภูเขาเข้าไปทำการตรวจค้นที่บริเวณสวนรางสาด,ลองกอง กลางหุบเขาในป่าลึกพร้อมกัน ๒ แห่ง  ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตติดต่อท้องที่บ้านหมู่ที่ ๗ และหมู่ที่ ๑๐ ต.ผาหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ตามที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีผู้ลักลอบผลิตสุราเถื่อนจำนวนมาก ส่งออกจำหน่ายในชุมชนหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียงอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายมานานแล้ว ซึ่งขณะเข้าทำการตรวจค้นผู้ต้องหาทั้ง ๒ ราย ไหวตัวทันต่างหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดและลำเลียงของกลางในที่เกิดเหตุนำไปเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่อุตรดิตถ์ตามระเบียบพร้อมทั้งได้ไปทำการกล่าวโทษลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ลับแล เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป  

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน