ผู้การนครปฐมเร่งสางคดีโฉนดเลือดเมียพ้อลูกหนี้น่าจะฆ่าตัวตายมากกว่าฆ่าคนอื่นที่เคยช่วยเหลือ





ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เข้าสอบปากคำอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านด้วยตัวเอง เร่งสางคดีอย่างละเอียด เบื้องต้นตั้งข้อหาฆ่าคนตาย ส่วนคดีเรื่องหนี้ขอสอบละเอียดให้ชัดปมจำนองที่ดิน ขณะเมียช๊อค บอกมือสังหารน่าจะตัดสินใจฆ่าตัวตายนไม่ใช่มาฆ่าสามีคนที่เคยช่วยเหลือขอให้ดำเนินคดีถึงที่สุด

 

วันนี้ 6 กุมภาพันธ์ 61 ความคืบหน้าคดีอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแทงผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต และขับรถนำศพมามอบตัวที่ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา โดยปมสาเหตุเป็นเรื่องหนี้สินเรื่องการจำนองที่ดิน 3 แปลงมูลค่า 4.5 แสนบาท

 

คืบหน้า พลตำรวจตรีคำรณ บุญเลิศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เดินทางเข้าสอบปากคำนายจรัญ  เผือกแตงพันธุ์ อายุ 47 ปี ที่อยู่ 65/2 หมู่ 2 ต.บางแก้วฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ผู้ต้องหา ด้วยตัวเอง พร้อมให้ชุดคลี่คลายคดี ประกอบด้วย พันตำรวจเอกปรีดา อิ่มเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พันตำรวจเอกสีหเดช สระกอบแก้ว ผู้กำกับการตำรวจตำรวจภูธรนครชัยศรี พันตำรวจโทภิญโญ มุกสิกสาร รองผู้กำกับการสอบสวน หัวหน้าพนักงานสอบสวน และชุดสืบสวน เพื่อหาสาเหตุของการสังหารครั้งนี้






โดยสาเหตุ เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ว่า ก่อนเกิดเหตุ นายอุทัย  อุ๊นสกุล อายุ 54 ปี ที่อยู่ 21 หมู่ 13 ต.บางระกำ อ.บางเลน จ.นครปฐม เจ้าหนี้ ได้ขับรถกระบะ อีซูซุ ตอนเดียว สีน้ำเงิน ทะเบียน ผก 5880 กทม. มารับตนเองที่บ้านและบอกว่าจะมาคุยกันเรื่องหนี้สินที่ตนเองได้นำที่ดิน 3 ผืนมาจำนองไว้ ซึ่งตนเองได้บอกว่าให้คุยที่หน้าบ้านก็ได้แต่ ทางผู้ตายได้บอกให้ขึ้นรถมาที่บ้านญาติของภรรยาตนเองแถว ตำบลแหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จึงได้ขึ้นรถมาด้วย

 

แต่ระหว่างทางตนเองได้บอกว่า เงินที่ได้ใช้ไปแล้ว 4 แสนบาทนั้นยังขาด อีก 5 หมื่นบาทเท่านั้น แต่ทางผู้ตายบอกว่า เงินที่จะต้องใช้มีอีก 9 แสนบาท เงินที่ให้มา ซึ่งยอดที่ให้มาที่เหลือ อีก 5 หมื่น ยังไม่ได้คิดดอก แต่ตนเองรู้สึกว่าเยอะเกินไปจึงได้เกิดมีปากเสียงกัน และตนเองได้เหลือบไปเห็นฉโนดที่ดินบนรถจึงได้เอื้อมไปคว้ามา ซึ่งนายอุทัยผู้ตาย ได้ชักมีดจะแทงเข้าที่ลำตัวแต่ตนเองได้เอาเข่าไปรับไว้ และผู้ตายได้กดมีดไว้ที่บาดแผล และได้กัดมี่แขนของตนเอง พร้อมบอกว่ามีปืน

 

นายจรัญ บอกอีกว่า หลังจากที่ได้ยินว่านายอุทัยมีปืน ด้วยความกลัวจึงได้คว้าไขควงที่วางอยู่ตรงคอนโซลหน้ารถ ได้ก็ได้กระหน่ำแทงโดยไม่คิดชีวิต จำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง และคิดว่าจะเอาศพทิ้งน้ำและค่าตัวตาย และวนเอาโทรศพของผู้ตายไปทิ้งแถวตำบลสำโรง แต่ญาติบอกให้มอบตัวจึงมามอบตัว ซึ่งฉโนดตนเองมี 3 ใบแต่พบแค่ 3 ใบ เท่านั้น





ขณะที่นางทองอยู่ สระสกุล พี่สาวของผู้ตาย บอกว่า เรื่องการจำนองที่ดินนั้นทราบว่ามีการมาจำนองไว้ 3 ปีแล้ว โดยคิดดอกเบี้ย เดือนละ 6 สลึง ซึ่งผู้ใหญ่อุทัยก็ไม่ได้ทำอาชีพรับจำนองที่ดินเป็นอาชีพ แต่ได้ให้ผู้ช่วยจรัญ ยืมไปเพราะสนิทกัน เห็นผู้ใหญ่อุทัยบ่นว่าทวงไม่ได้มาสักพัก แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ตายกับผู้ต้องหาก็ไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง ตอนนี้ลำบากเพราะพ่อกับแม่ก็แก่เขาเป็นกหัวเรือหลักของครอบครัวซึ่งเราก็หาวงตรงนี้ด้วย

 

ด้านนางสาวสุทธิดา ระงับจิต อายุ 38 ปี ภรรยาผู้ใหญ่อุทัย บอกว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวานสามีบอกว่าจะไปทวงหนี้ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่อง ซึ่งช๊อคมากและยังไม่ได้เห็นศพของสามี ซึ่งเรื่องการจำนองทีาดินนั้นทราบมาสักพักแล้ว แต่ไม่ทราบว่า เค้าชำระกันยังไง เพราะผู้ตายดูแลเรื่องการเงินทั้งหมด แต่ที่ทราบเขามีการสัญญากู้ยืมกันไว้ ซึ่งความจริงเขาไม่น่าจะมาฆ่าคนอื่น น่าจะฆ่าตัวตายไปมากกว่า

 

โดยตอนนี้อยากให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะคนรู้จักกัน ไม่น่าจะมาฆ่ากันเพราะการช่วยเหลือ ตนเองเพิ่งคลอดลูกชายไม่กี่เดือน สามีก็มาเสียชีวิต ยังทำใจไม่ได้และไม่รู้จะทำอะไรต่อไป สิ่งที่อยากบอกนายจรัญคือ ตอนนี้มันแก้อะไรไม่ได้แล้ว

 

ส่วนเรื่องการเมืองผู้ใหญ่อุทัย ปกติจะมำอาชีพทำสวน และเพิ่งได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านเมื่อประมาณเดือน พฤศจิกายน 61 และก่อนหน้าเป็นสมาชิกอบต.บางรำกำมาก่อน ซึ่งการทวงเงินที่รับจำนำมาอาจจะเกิดจากการใช้เงินในการหาเสียงเป็นผู้ใหญ่บ้านเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ ส่วนนายจรัญ เพิ่งหมดวาระจากการเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เมื่อปีที่แล้งฝว คาดว่าน่าจะนำเงินกู้มาลงทุนเปิดร้านขายของชำเป็นอาชีพหลัก ซึ่งทั้งสองคนสนิทกันจนเป็นที่รู้จักและคนในครอบครัวและรวมถึงนักการเมือบท้องถิ่นด้วย

ปนิทัศน์ มามีสุข นส.ปณิดา มามีสุข  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครปฐม


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง