ทายาท ส.ส.ตรัง ลงพื้นที่หาเสียง พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวตรัง





ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ตรัง ยิ่งนับวัน ยิ่งดุเดือด เช่นเดียวกันกับ น้องท่ามเฮง นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ วัย 27 ปี เบอร์ 11 เขต 3 ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอดีตประธานกรรมาธิการตำรวจผู้แทนราษฎร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หมายเลข 11 พรรค ปชป.ลงพื้นที่ลุยหาเสียงพบปะนักท่องเที่ยวที่พาครอบครัวมานั่งพักผ่อนริมชายทะเล ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ จ. ตรัง ท่ามกลางการต้อนรับที่แสนอบอุ่นและเป็นกันเอง อ้อนขอโอกาสเป็น ส.ส.หญิงคนแรกของตรัง พร้อมชูนโยบายยางพารากิโลกรัม 60 บาท ปาล์ม กิโลกรัม 4 บาท  เด็กคลอดปุ๊บรับเงินแสน เดือนละหนึ่งพัน ย้ำนโยบายที่พรรคนำเสนอหาเสียงกับประชาชน มั่นใจทำได้จริง






ทั้งนี้ น้องท่ามเฮงหรือนางสาวสุณัฐชา กล่าวว่า การเดินหาเสียงขณะนี้ก็เรื่อย ๆ พอได้เบอร์มาก็มีภารกิจเดินสายเคาะประตูบ้านแต่ละหมู่บ้าน ในเขตเลือกตั้งที่ 3 มีหมู่บ้านจำนวน 231 หมู่บ้าน ที่เหลือยังอีก 40 กว่าวัน ก็พยายามเก็บให้หมด เพราะตนเป็นผู้สมัครหน้าใหม่อยากให้ทุกคนเห็นหน้าเหมือนได้เข้าถึง ส่วนการพบปะกับชาวบ้านจะแนะนำชื่อเล่นมากกว่าจะได้เป็นกันเอง ชื่อว่า ทำเอง(ท่ามเฮง) สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ บอกให้เขารู้ว่าเราเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ พยายามเชิญชวนให้เลือกผู้แทนเป็นผู้หญิงคนแรกของตรัง เพราะจังหวัดตรังยังไม่เคยมี ส.ส.ผู้หญิง ทั้งนี้ในพื้นที่เขต 3 มีผู้สมัครมากที่สุดในจังหวัดตรังถึง 37 คน ก็ถือว่าเป็นสิทธิของเขาที่จะสมัครเข้ามามีสิทธิที่จะลงตามรัฐธรรมนูญถ้าคุณสมบัติครบ ตนถือว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกตั้งแต่จำความได้ว่าผู้สมัครแต่ละเขตเยอะที่สุดแปลกดี

 

 





ตนมีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจที่จะเป็นผู้แทน อยากเป็นนักการเมืองที่จะทำเพื่อพี่น้องประชาชน เพราะตนเองเห็นคุณพ่อเป็นนักการเมืองมานานรับใช้พ่อแม่พี่น้องในฐานะนักการเมืองมานานถึง 30 ปี  ตนเองก็คุ้นเคยกับภาพที่ประชาชนเข้าไปร้องทุกระบายความทุกข์ ทำให้รู้สึกว่า  อยากจะเป็นกระบอกเสียงอีก 1 เสียงที่จะช่วยประชาชนที่จะช่วยชาวบ้าน การที่หลายคนมองว่าจังหวัดตรังมีการพัฒนาที่ล้าหลังนั้น ตนมองว่าเป็นทัศนคติของแต่ละคน เพราะตั้งแต่ตนโตมาก็เห็นการพัฒนาแต่จะมากน้อยขนาดไหนอยู่ที่ความคิดเห็นของแต่ละคน หากได้เข้าสภาเรื่องแรกที่จะนำเข้าสภา คือเรื่องของยางพารา เพราะยางพาราต้นแรกอยู่ที่ตรัง ตนมีความเป็นห่วงเกษตรกรชาวสวนยาง เพราะจากการลงพื้นที่มา คนตรังฝากชีวิตไว้กับพืชเศรษฐกิจยางพาราและปาล์มน้ำมัน เมื่อยางพารา ปาล์มน้ำมันราคาลดลงก็ส่งผลกระทบรายได้ของครอบครัวและการศึกษาของลูกหลานในบ้าน ตนคิดว่าเรื่องปากท้องของชาวบ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไขก่อน  ทั้งนี้ตนยืนยันว่านโยบายของพรรคประชาธิปัตย์เป็นไปได้จริง เนื่องจากเวลาจะคิดนโยบายอะไรขึ้นมาสักอย่างเราต้องมีการประชุมกันก่อน โดยมีนักวิชาการมาให้ความรู้ ขอข้อมูลมาจากหน่วยงานต่าง ๆ  นโยบายเราคิดมาแล้วว่าทำได้จริง

 

 

ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดตรัง


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน