เมืองแห่งสัจจะวาจา เขตห้ามพูดโกหก อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ จดทะเบียนสมรส 14 กุมภาพันธ์วันแห่งความรัก





ที่ห้องสำนักทะเบียนมาตรฐานชั้น 1 ที่ว่าการอำเภอลับแลจังหวัดอุตรดิตถ์​ นายศิวัช​ ฟู​บิน​ทร์​ นายอำเภอลับแล​ เป็นประธาน ในการจดทะเบียนสมรส 14 กุมภาพันธ์วันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรัก    โดยมีผู้ที่เดินทางมาจดทะเบียนสมรสคู่แรกของวันวาเลนไทน์ในปี 2562 คือนายประกอบ​ คำคมสม​ กับนางสาว ธันย์นิชา​ แก้วพูลปกรณ์​ จึงได้เดินทางมา รอก่อนที่สำนัก ทะเบียนมาตรฐานจะเปิดทำการ ซึ่งทั้งสองได้ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าคบกันมาประมาณ 1 ปี อย่าเพิ่งแต่งงานมาได้ 1 เดือนเท่านั้นเองและวันนี้ถือเป็นโอกาสดีซึ่ง ทาง ฝ่ายชายแล้วตนเองได้พร้อมใจกันมาจดทะเบียน วันที่ 14 กุมภาพันธ์วันแห่งความรัก ที่เมืองสัจจะวาจา เขตห้ามพูดโกหก และในเวลา 08  30  ก็ได้มีผู้ที่เดินทางที่จะมาจดทะเบียนสมรส กันอีก คู่ที่ 2 คือนายจรัญ จันโจ กัยนางสาวสุกัญญา สุริยาผู้ที่ 3 นายอาณัติพงษ์ รอดทอง กับนางสาวพิรัญญา​ เกตุหิรัญ​ คู่ที่ 4 นายณัฐพงษ์ บุตรจัน​ กับ นางสาวณัฐกรณ์ เพ๊ชรเมือง​






คู่ที่ 5 ร้อยตรีฉัตรชัย​ ถาประสิทธิ์​กับ นางสำราญ​ พรมเสน คู่ที่ 6 นายวิชัย​ อ้นปุสะกับนางเส่งเมี๊ยแหม่​ คู่ที่ 7 นายทนงศักดิ์ สิทธิสร​ กับนางสาวรวงทอง นามศักดิ์​ หมู่ที่ 8 นายทวีศักดิ์ แสวงรุจิธรรม กับนางสาววาสนา แสวงลาภ คู่ที่ 9 นายนิคม ชัยลุม นางสาวชาลิสา​ พาที​ คู่ที่ 10 นายนภดล ตะสุข​ กับนางสาว ฉัตรฑริกา​ มะตอง​ คู่ที่ 11 นายบุญเลิศ พัวะจุมพล​ กับนางซู​ พัวะจุมพล​ คู่ที่ 12 นายคมกริช ใสสีสูบกับ นางสาวดารารัตน์ สะอาดนาทะ​ ซึ่งในคู่ที่ 1​, 2​, 3 นายศิวัช​ ฟูบินทร์​ นายอำเภอลับแลได้เป็นนายทะเบียนดำเนินการจดทะเบียนให้ คู่ที่ 1 คู่ที่ 2 คู่ที่ 3 พร้อมทั้ง มีของรางวัล ในการที่เดินทางมาจดทะเบียนโดยการจับสลากรางวัล ที่ทางอำเภอลับแลได้จัดเตรียมไว้ และในวันนี้จนถึงช่วงเวลาปิดทำการของทางราชการก็จะเปิดรับการจดทะเบียนสมรส ให้กับผู้ที่ประสงค์ที่จะเดินทางมาจดทะเบียนสมรสในวันที่ 14 กุมภาพันธ์วันแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ ผู้ที่เดินทางมาจดทะเบียนสมรสกันนะที่ว่าการอำเภอลับแลต่างยึดมั่น ในสัจจะวาจา และเป็นเมือง เขตห้ามพูดโกหก ซึ่งเป็นเรื่องราวของเมืองลับแลและจะถือว่าการจดทะเบียนสมรสในวันนี้ จะทำให้ความรักของทั้งคู่ยั่งยืนนานไม่มีอุปสรรคใดๆที่จะมากล้ำกลายได้





และเมืองลับแลยังมีตำนานในเรื่องของเมืองแห่งสัจจะวาจา ในตำนานกล่าวว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งพลัดหลงไปที่เมืองลับแล และได้อยู่กินกับสาวเมืองลับแล แต่เมืองนี้มีข้อห้ามคือห้ามพูดโกหก อยู่กันมาต่อจนกระทั่งได้มีลูกขึ้นคนหนึ่ง ซึ่งหน้าที่ของผู้หญิงเมืองลับแลต้องออกไปทำงาน ผู้ชายมีหน้าที่เลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน จนกระทั่งวันหนึ่งถึงคราวที่ชายหนุ่มคนนี้จะต้องออกจากเมืองลับแลตลอดกาล เลี้ยงลูกอยู่กับบ้านเด็กลูกร้องไห้โยเย้ตลอดเวลาปลอบอย่างไรก้ไม่หยุดร้องไห้ ชายหนุ่มจึงพูดชึ้นมาว่า แม่มาแล้ว ทำให้เด็กหยุดร้องไห้ แต่ความเป็นจริงแม่ไม่ได้มา ทำให้ทั้งเมืองลับแลรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้พูดโกหกไม่สมควรที่จะอยู่ในเมืองลับแล ฝ่ายภรรยาของชายหนุ่มกลับจากทำงานและรู้ข่าวจึงได้บอกกับสามีตนเองว่า อยู่เมืองนี้ไม่ได้แล้วนะเพราะพูดโกหกไว้ ชายหนุ่มพยายามอ้อนวอนเท่าใดแต่ก็ไม่ได้ผล หญิงสาวจึงได้หยิบขมิ้นใส่ถุงย่ามให้กับชายหนุ่มแล้วบอกว่าให้นำไปเปิดที่บ้านนะ จากนั้นได้มาส่งถึงชายป่า ชายหนุ่มเดินหันหลังออกจากเมือง พอหันกลับมาอีกทีเมืองลับแลหายไปแล้ว จึงได้รีบเดินทางกลับบ้าน ในระหว่างทางขมิ้นที่อยู่ในยามเริ่มหนักขึ้นจึงได้โยนทิ้งระหว่างทางจนกระทั่งเดินทางถึงบ้านตนเองและมีผู้คนต่างสอบถามว่าหายไปไหนมา ชายหนุ่มจึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟังพร้อมทั้งหยิบขมิ้นชิ้นสุดท้ายที่อยู่ในย่ามออกมาให้ดูปรากฏว่าเป็นทองคำ ชายหนุ่มเสียดายจึงได้รีบกลับไปหาขมิ้นที่ตนเองทิ้งไปแต่ไม่พบ นี้คือตำนานเมืองลับแล เมืองสัจจะวาจา ที่ผู้คนต่างยึดถือ

ณัฐวัฒน์  ราชประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์อุตรดิตถ์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง