กินข้าว กินปลา ต้องมาที่สิงห์บุรี” อดีตข้าราชการลาออกใช้ชีวิตพอเพียงปลูกข้าวปลอดสารเคมี ทำไร่นาสวนผสม





อดีตข้าราชการครูลาออกมาเพื่อเดินตามรอยในหลวง ร.9 ทำเศรษฐกิจพอเพียงปลูกข้าวอินทรีย์แปลงใหญ่แห่งแรกในจังหวัดสิงห์บุรีและยังทำไร่นาสวนผสมครบวงจรอีกด้วย หลังจากที่เริ่มมาสนใจในเรื่องสุขภาพในการกินอย่างจริงจัง

          นายชูศักดิ์ เพ็ชรพูล หรือ อ.เบิก อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/1 หมู่ 12 ต.ทับยา อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ข้าราชครูที่ลาออกมาเพื่อที่จะเป็นเกษตรกรเต็มตัวเล่าว่า  ตนกับภรรยาได้ลาออกจากราชการมาเพื่อตั้งใจมาทำสวนทำไร่ ทำนาแบบปลอดสารเคมีเพื่อสุขภาพอย่างจริงจัง  หันมาปลูกพืชผสมผสานตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงคิดค้นพระราชทานให้แก่ประชาชนได้เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท  เลยสมัครเข้าโครงการทำไร่นาสวนผสมตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่มีพระราชดำริในเรื่อง ทฤษฎี "อยู่อย่างพอเพียง" และได้ไปศึกษาดูงานด้านเศรษฐกิจพอเพียงจากแปลงเพาะปลูกของเกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จ เมื่อได้คุยกับสมาชิกที่มีความคิดในแนวทางเดียวกัน จึงไปจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน โดยมีแนวคิดว่า เมื่อ 2–3  ปีก่อนเราเจอภัยแล้ง ถ้าเราปลูกข้าวเหมือนเดิมมันจะไปไม่รอด แล้วเราจะปลูกข้าวอะไรเพื่อให้ปลอดภัยและมีราคา เลยมาตกผลึกที่ว่าจะต้องปลูกข้าวหอมมะลิ ที่สามารถทนต่อสภาพแล้งได้ นั่นก็คือเป็นพันธุ์ข้าวที่มาจากทางอีสาน ช่วงระยะเวลานั้นก็รวมตัวกันไปศึกษาดูงาน หลังจากนั้นก็มาระดมสมองทำปฏิทินทำนาข้าวขึ้นมา และก็ประสบความสำเร็จในการผลิตข้าวอินทรีย์ที่มีคุณภาพขึ้นมา






ในขณะนี้จำนวนสมาชิกของเกษตรกรตำบลทับยา มีทั้งหมด 53 ราย ทำกิจกรรมร่วมกันและทำแบรนด์ข้าวขึ้นมาเองในนาม “ข้าวหอมแม่ลา” ซึ่งเป็นข้าวที่มีคุณภาพ เป็นข้าวที่ปลอดสารเคมี ไม่มีการรมยา ไม่มีการใส่ปุ๋ยที่เป็นสารเคมี ทำให้ลดต้นทุนในการผลิต ปลอดภัยกับผู้บริโภค เกิดกำไรที่มากขึ้น และที่สำคัญคือการได้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยพันธุ์ข้าวที่ดี ด้วยดินที่อยู่ในลำแม่ลาที่เป็นพื้นที่ลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ยามน้ำหลากที่ท่วมไร่นา ก็จะมีแร่ธาตุหลากหลายไหลมารวมกันจนทำให้เวลาที่ปลูกพืชหรือเลี้ยงปลาจะทำให้ผลผลิตมีคุณภาพที่ดี ได้กินข้าวที่อร่อยแล้ว ยังได้กินปลาแม่ลาที่มีรสชาติดีอีกด้วย จนได้รับโอกาสจาก  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ที่ได้มาดูงานแล้วมีโครงการที่จะจัดตั้งที่นี่เป็น  “มหาวิทยาลัยชาวนา” เพื่อเป็นแหล่งผลิตชาวนาชั้นครูของประเทศไว้สำหรับเป็นผู้ฝึกอบรมและเผยแพร่ความรู้การทำนาตามมาตรฐานกรมการข้าว และสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพทั้งด้านโภชนาการทางสารอาหาร ปลอดสารเคมี และมีรสชาติอร่อย ตลอดจนมีผลผลิตข้าวเพิ่มมากขึ้น

 





สำหรับไร่นาสวนผสมที่ทำอยู่นี่จะมีครบวงจรคือ พืชผัก ผลไม้ และบ่อเลี้ยงปลาช่อนสายพันธุ์แม่ลา และมีโฮมสเตย์ที่สามารถมาค้างคืนได้ ถ้ามาแล้วทางเราจะจัดกิจกรรมให้ตามฤดูกาล จับปลาในบ่อมาทำอาหารให้ เก็บพืชผักมาทำเป็นกับข้าว  ผลไม้ บางส่วนมาแปรรูปอย่างเช่นกล้วย ก็นำมาชุบแป้งทอดเป็นกล้วยแขก และมีข้าวสวยร้อนๆ ที่มาสิงห์บุรีแล้วจะได้ ทานข้าวหอม ปลาทอดอร่อย “กินข้าว กินปลา ต้องมาที่สิงห์บุรี” สำหรับเกษตรกรหรือผู้ใฝ่รู้ท่านใดต้องการเรียนรู้การทำนา หรือการทำเกษตรผสมผสานตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงจนประสบความสำเร็จ ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 089-5108351 หรือเข้าไปที่ Fanpage : วิสาหกิจชุมชนศูนย์ผลิตข้าวอินทรีย์ลำแม่ลา

ภาพ/ข่าว ณัฏฐนารา ปานมี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สิงห์บุรี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง