จ.อุดรฯ เร่งพ่นน้ำไล่หมอกควัน ที่ปกคลุมทั่วทั้งจังหวัด ยังพบเกษตรกรยังเผาอ้อยและพื้นที่นา





วันที่ 14  มีนาคม 62  ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี รายงาน  หมอกควันได้ปกคลุมทั่วทั้งจังหวัด เกินกว่าค่ามาตรฐาน PM 2.5 มาตั้งแต่หัวค่ำวันจันทร์ที่11  มีนาคม ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน โดยในเช้าวันนี้ airvisual รายงานว่าคุณภาพอากาศทำสถิติใหม่ เวลา 07.00 น. น. PM  2.5  มีค่าสูงถึง  165.5  ไมโครกรับต่อ ลบ.ม. หรือเกินมาตรฐาน 3.31  เท่า ทำให้เทศบาลนครอุดรธานี สั่งให้เปิดน้ำพุตามจุดต่างๆ และนำรถดับเพลิงไปฉีดน้ำในย่านเศรษฐกิจ ขณะที่ สนง.ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย นำรถพ่นละอองน้ำไปฉีดพ่นที่สนามทุ่งศรีเมือง และหนองประจักษ์ศิลปาคม

โดยในวันเดียวกัน ที่ห้องประชุมผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี นายสิธิชัย จินดาหลวง รอง ผวจ.อุดรธานี พร้อมกับนายธีระภัทร์ ผิวสวัสธ์ ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จ.อุดรธานี นายอุเทน หาแก้ว รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.อุดรธานี และนางกุลยดา ทอนมณี นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนายการพิเศษ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.อุดรธานี ร่วมกันชี้แจงสถานการณ์คุณภาพอากาศ  พร้อมมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ให้ประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์ ไม่เกิดการตื่นตระหนก

 

 

 

 

 

 

หมอกควันได้ปกคลุมทั่วทั้งจังหวัด เกินกว่าค่ามาตรฐาน PM 2.5





นายธีระภัทร์ ผิวสวัสธ์ ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จ.อุดรธานี กล่าวว่า อุดรธานี ได้ออกมาตรการป้องกัน มาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา มอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบ เฝ้าระวังโรงงานอุตสาหกรรมเป้าหมาย 40 แห่ง , รถยนต์โดยสาร-รถบรรทุก , โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ และการเผาซึ่งแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ พื้นที่ป่าอนุรักษ์-ป่าสงวน , พื้นที่ป่าและเกษตรกรรม , พื้นที่ของชุมชนหมู่บ้าน และพื้นที่ริมทาง สถานการณ์รุนแรงขึ้นตั้งแต่ 8 มีนาคม-ปัจจุบัน จึงสั่งการให้เพิ่มความเข้มขึ้นอีก และให้ฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชื่นในอากาศ โดยวันนี้เริ่มในเขต ทน.อุดรธานี และจะขยายออกไปในทุกพื้นที่  

นางกุลยดา ทอนมณี นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ ทสจ.อุดรธานี กล่าวว่า ทางราชการมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ จ.ขอนแก่น และ จ.เลย ทำให้ จ.อุดรธานี ต้องเอาตัวเลขของ 2 จังหวัดมาแปลผล กับข้อมูลของดาวเทียมจีสด้า พบว่ามีหมอกควันปกคลุมพื้นที่อุดรธานีทั้งหมดในวันที่ 11-12-13  ส่วนวันนี้ต้องรอผล และตั้งแต่วันที่ 1-13  มีนาคม พบว่าใน จ.อุดรธานี พบฮอตสปอตเกิดขึ้น 111  จุด ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรกรรม ขณะที่ทิศทางลมพัดมาจาก จ.ขอนแก่น และ จ.ชัยภูมิ ซึ่งมีจุดกำเนินควันหรือออตสปอตมากกว่า จ.อุดรธานี ทำให้อุดรธานี เป็นทั้งแหล่งกำหนดควัน และรองรับควันจากพื้นที่อื่น

 

 

 

 

 

เสียงรองผุ้ว่าอุดรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงสถานการณ์คุณภาพอากาศ




นายอุเทน หาแก้ว รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.อุดรธานี กล่าวว่า อุดรธานีไม่มีสถานีตรวจคุณภาพอากาศ ขณะที่มีการนำตัวเลขจากเครื่องตรวจขนาดเล็ก ที่ยังไม่มีการกำหนรดมาตรฐาน มารางานผ่านสื่อออนไลน์ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งเรื่องนี้ทุกวันศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี จะจัดทำรายงานคุณภาพอากาศของ จ.อุดรธานี อ้างอิงจากข้อมูลของ airvisual ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ “มีผลกระทบต่อสุขภาพ” และข้อแนะนำกลุ่มเสี่ยง เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง ให้อยู่ในอาคาร ดื่มน้ำมากๆ เลี่ยงกิจกรรมการแจ้ง สำหรับบุคคลทั่วไปที่อยู่กลางแจ้งต้องสวมหน้ากากอนามัย  

นายสิธิชัย จินดาหลวง รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า ต้นกำเนิดของหมอกควัน เกิดจากไฟไหม้พื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะไร่อ้อย ป่ารกร้าง พื้นที่ริมทาง และอื่นๆ มาตรการต่างๆประกาศไปแล้ว ยอมรับว่ายังไม่ดำเนินการตามกฎหมาย กับการเผาไร่อ้อยในพื้นที่ และเผาพื้นที่เพาะปลูก จากนี้ไปก็จะเพิ่มความเข้มตรวจโรงงาน-รถควันดำ-พื้นที่ก่อสร้าง ขณะที่การเผาจะเร่งรณรงค์ ทำความเข้าใจกับชาวไร่ มากกว่าการบังคับใช้กฎหมาย และสั่งการให้ อปท.ทุกแห่งจัดชุดเฉพาะกิจ เข้าดับไฟในทุกจุดที่เกิดขึ้นทันที หรือจำกัดวงไม่ให้ขยายออกไป

ทุกฝ่ายพยายามแก้ปัญหาการเผาอ้อย คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลก็ตั้งเป้าปีนี้ ให้มีการเผาอ้อยไม่เกิน 40  เปอร์เซ็นต์ มีการออกมาตรการหักเงินจากอ้อยเผา บางโรงงานเพิ่มเงินพิเศษให้อ้อยสด และให้นำผลผลิตเข้าโรงงานไม่ต้องติดคิว แต่ก็ไม่ทำให้ชาวไร่หยุดการเผา เพราะประชุมครั้งล่าสุดบอกว่า 70เปอร์เซ็นต์แล้ว และขณะนี้ก็เร่งตัดอ้อยส่งก่อนปิดหีบ จึงจะมีการประชุมเร็วๆนี้ ว่าจะมีมาตรการเร่งด่วน หรือขยายเวลาปิดหีบไปอีกหรือไม่ เพื่อลดแรงกดดันเร่งตัดอ้อย และระยะยาวปีหน้ากันอย่างไร มาตรการจูงใจต้องมากขึ้นกว่านี้        

นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ภูมิภาค สำนักข่าว ทีนิวส์ 

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง