สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ เร่งส่งทีมควบคุมโรค หลังพบพลทหาร ป่วยโรคหูดับ 4 ราย เตือนสงกรานต์นี้ รับประทานหมูปรุงสุกเท่านั้น




 ที่บริเวณชั้น 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ ต.ชัยจุมพล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์  นายแพทย์กรกฤษ์ ลิ้มสมบัติ นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) อุตรดิตถ์ เปิดเผยสถานการณ์โรคสเตรปโตคอกคัส หรือโรคหูดับ หลังพบพลทหารหลายนาย มีอาการต้องสงสัยป่วยจำนวนมาก หลังจากการรับประทานจิ้มจุ่มหมูเข้าไป โดยขณะนี้ พบผู้ป่วยที่ยืนยันติดเชื้อแล้วจำนวน 4 ราย ในจำนวนนี้อาการวิกฤติ 1 ราย ต้องส่งต่อโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ส่วนอีก 3 ราย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วนต้องสงสัย เนื่องจากมีอาการไข้อีก 14 ราย แต่ยังตรวจไม่พบเชื้อ ขณะนี้พักรักษาสังเกตอาการที่โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก จากการสอบสวนโรค ทราบว่า มีการฝึกพลทหารที่โรงเรียนไผ่ใหญ่ หลังฝึกเสร็จนายทหารกลุ่มหนึ่งจำนวนประมาณ 50 นาย ได้ซื้อเนื้อหมูสดจากตลาด 2 แห่ง มาทำจิ้มจุ่มรับประทาน จากนั้นก็มีอาการป่วยเกือบ 20 รายดังกล่าว ซึ่ง สสจ.อุตรดิตถ์ ได้ส่งทีมสอบสวนโรคไปที่ตลาดสดทั้ง 2 แห่ง และได้ส่งชิ้นเนื้อหมูตรวจสอบในห้องปฏิบัติการขณะนี้อยู่ระหว่างรอผล และลงพื้นที่โรงเรียนไผ่ใหญ่ ให้ความรู้เรื่องการรับประทานเนื้อหมู รวมถึงเนื้อสัตว์อื่นที่ปรุงสุกด้วยความร้อนเท่านั้น ซึ่งเป็นวิธีการป้องกันโรคที่ดีที่สุด


นายแพทย์กรกฤษ์ กล่าวว่า สาเหตุของไข้หูดับ ติดต่อจากหมูที่มีเชื้อแบคทีเรียโรคสเตรปโตคอกคัส ซูอิส จากการรับประทานหมูที่ไม่ปรุงสุก หรือเข้าทางบาดแผล อาการผู้ป่วยจะมีไข้ ปวดศีรษะ อาเจียน ประสาทหูอักเสบจนหูดับ ทำให้หูหนวกถาวรได้ ในรายที่อาการรุนแรง อาจเสียชีวิต โดยอัตราเสียชีวิตโรคนี้ สูงถึงร้อยละ 20 มาตรการป้องกันและควบคุมโรค ได้ร่วมกับ ปศุสัตว์จังหวัด ดูแลการเลี้ยงสุกรในฟาร์ม โรงฆ่าสัตว์ให้ได้มาตรฐาน และรณรงค์กินหมูปรุงสุกด้วยความร้อนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือมีวัฒนธรรมการรับประทานหมูดิบ เช่น ลาบ ลู่ รวมถึงหมูกระทะ หรือจิ้มจุ่ม ที่หมูยังไม่สุกดี ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรค โดยปีที่ผ่านมา จังหวัดอุตรดิตถ์ มีผู้เสียชีวิตจากไข้หูดับ 6 ราย ซึ่งสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และมีผู้ป่วยจำนวนมาก
.ด้าน นายกิตณัฏฐกร คำแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สสจ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ประชาชนนิยมรวมตัวกันเลี้ยงฉลอง และมักรับประทานลาบ ลู่หมูดิบ และบางส่วนเข้าใจว่าหากเลือกรับประทานจากร้านที่ได้มาตรฐานจะปลอดภัย เป็นความเข้าใจผิด เนื่องจากไม่ทราบถึงที่มาของเนื้อหมู และเราไม่สามารถทราบได้ด้วยตาเปล่าว่าหมูมีเชื้ออยู่หรือไม่ จึงขอฝากเตือนให้รับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุกด้วยความร้อนเท่านั้น

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ประชาชนจะกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัด เพื่อพบปะญาติพี่น้องและเพื่อนๆ อาจมีการจัดเลี้ยงหรือทำกินเองในครอบครัว โดยเฉพาะเนื้อหมูที่ชำแหละกันเองในชุมชน แล้วนำมากินดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ หลู้หมูดิบ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีการใส่เลือดหมูดิบผสม หรือการปิ้งย่างไม่สุก  ซึ่งเสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับ หรือโรคติดเชื้อสเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิส และอาจทำให้หูหนวกถาวรหรือเสียชีวิตได้


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน