หวิดสลด สาวตกเลือดอาการสาหัส หลังแท้งลูกวัยในครรภ์ 7-8 เดือน





เมื่อเวลา 15.30 น วันที่ 15 เมษายน 2562  ร.ต.ท.ชานนทร์  ฟักเงิน  รองสารวัตรสอบสวน สภ สำโรงเหนือ  จังหวัดสมุทรปราการ  ได้รับแจ้งว่ามีผู้หญิงตกเลือดหมดสติอยู่ภายในห้องเช่า 2 ชั้นเลขที่ 362 หมู่ 2 ตำบลด่านสำโรง  อำเภอเมือง  จังหวัดสมุทรปราการ  หลังรับแจ้งพร้อมหน่วยกู้ชีพและมูลนิธิปอเต๊กตึ๊ง เดินทางเข้าตรวจสอบ 

ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช้าชั้น 2 ห้องที่  2 ภายในห้องได้ร่างของหญิงสาวมีอาการตกเลือดอย่างหนักและหมดสติ ที่พื้นห้องมีคราบเลือดแดงฉานอยู่เต็มพื้น เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ ทราบชื่อนางสาวรุ่งฟ้า เสน่หา อายุ 35 ปี จากการตรวจสอบภายในห้องพัก  พบถุงขยะสีดำวางข้างตู้เย็นภายในถุงดำพบศพทารกเพศหญิงวัยในครรภ์ประมาณ  7-8 เดือน  มีสายรกติดอยู่สะดือมีร่องรอยการตัดด้วยของมีคม






จากการสอบถามนางสาวธัญญลักษณ์  บูชา อายุ 42 ปี  เพื่อนบ้านได้เล่าว่า  แฟนของนางสาวรุ่งฟ้า ได้กลับมาจากต่างจังหวัด มาถึงห้องพักและพบว่านางสาวรุ่งฟ้า ผู้เป็นภรรยามีอาการตกเลือดอย่างรุนแรงและหมดสติอยู่ภายในห้อง จึงให้มาช่วยโทรติดต่อเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพมาให้การช่วยเหลือ  จนนางสาวรุ่งฟ้า  ฟื้นคืนสติ ก่อนที่จะบอกว่าเด็กไม่อยู่แล้ว หลังจากนางสวารุ่งฟ้า ถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว  เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบภายในห้องดังกล่าวอีกครั้ง ได้พบถุงขยะสีดำวางอยู่ข้างตู้เย็นจึงเปิดออกดู ได้พบศพของเด็กทารก เพศหญิง อายุในครรภ์ประมาณ 7-8 เดือน โดยนางสาวธัญญลักษณ์ ยังเล่าว่า เมื่อประมาณ 2-3 วัน ได้รับแจ้งจากเพื่อข้างห้องว่านางสาวรุ่งฟ้า เกิดไม่สบาย และได้ไปหาหมอที่อนามัยใกล้บ้าน โดยอนามัยได้ให้ยามาทาน และจากการตรวจสอบยาพบว่าได้มีการรับประทานไปบางส่วนแล้ว    





เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดว่าระหว่างที่หญิงสาวคนดังกล่าวอาศัยอยู่ที่ห้องเพียงลำพังเนื่องจากตั้งท้องได้ประมาณ 7-8 เดือนจึงไม่ได้ตามสามีกลับต่างจังหวัดและในวันนี้คาดว่าน่าจะเกิดตกเลือดอย่างรุนแรงทำให้ทารกไหลออกมาจากช่องคลอด และเสียชีวิต หญิงสาวคนดังกล่าวจึงได้ใช้ของมีคมตัดสายรกออกและห่อผ้าใส่ถุงดำวางไว้ข้างตู้เย็นขณะเข้าไปชำระล้างตัวและเกิดอาการตกเลือดอีกครั้งจนหน้ามืดเป็นลมไม่ได้สติอยู่ในห้องจนกระทั่งสามีกลับมาจากต่างจังหวัดมาพบเห็นภรรยาหมดสติในสภาพตกเลือดจึงไปตามเพื่อนข้างห้องให้มาช่วยตามหน่วยกู้ชีพมาให้การช่วยเหลือดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงจากหญิงสาวคนดังกล่าวอีกครั้ง หลังจากแพทย์ให้การรักษาจนอยู่ในอาการปลอดภัย เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตกเลือดและทำให้ทารกไหลออกมา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

ภาพ/ข่าว  สุรศักดิ์ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์   จ.สมุทรปราการ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน