กาญจนบุรี ผอ.ชัยวัฒน์ ลุยเอง แจงชาวบ้าน พรบ.ฉบับใหม่ ให้ชาวบ้านยากจน ทำกินในป่าได้





วันที่22เม.ย.2562 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี /ที่ปรึกษาชุดฉก.พญาเสือเปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยฝ่ายกฎหมาย และจนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ได้ลงพื้นที่4แห่ง เพื่อทำความเข้าใจชี้แจงชาวบ้าน เนื่องจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้เสนอร่าง พรบ.อุทยานแห่งชาติ และพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ฉบับใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้ผ่าน สนช.เรียบร้อยแล้ว

จึงได้นำข้อมูลรายละเอียดข้อกฎหมาย ลงพื้นที่ไปแจ้งชี้แจงอธิบายทำความเข้าใจ ให้ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ได้รับรู้ว่า การจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมสภาพ ซึ่งมีราษฎรอาศัยอยู่จำนวนมาก และสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำความผิดกฎหมายป่าไม้ และการทำกินในที่ดินที่เคยผ่อนปรน ตามมติ ค.ร.ม. 30 มิ.ย. 2541 ปัจจุบันขณะนี้ พรบ.อุทยานแห่งชาติและ พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ฉบับใหม่ จะประกาศใช้ เพื่อยังประโยชน์ให้คนที่อาศัยอยู่ในป่าอนุรักษ์ สามารถทำกินได้อย่างถูกต้องและถูกกฎหมาย

โดยมีขั้นตอนคือ1.สำรวจร่องรอยทำกินเดิม จากภาพถ่ายดาวเทียม ก่อนปี 2541 และ 2.ร่องรอยการทำกิน หลังปี 2541-2557 ว่าเป็นการขยายเพิ่มหรือไม่ และราษฏรนั้นยากจนจริงหรือไม่ หรือมีการซื้อขายเปลี่ยนมือ ด้วยหรือไม่ หากถ้าไม่มีการบุกรุกเพิ่ม ขยายพื้นที่เพิ่ม และ ไม่ผิดเงื่อนไข ตามระเบียบเดิม โดยมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 นั้น ราษฎรจะได้สิทธิ์ที่ดินทำกิน ในพื้นที่นั้นๆ อย่างถูกกฎหมายต่อไป

                        






ทั้งนี้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักฯ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ เดินสำรวจแนวเขตควบคุม พื้นที่ดินของนายบุญที เครือบุตร อายุ 72 ปี  อยู่หมู่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมกับชาวบ้านข้างเคียง โดยยินดีที่จะคืนพื้นที่บางส่วน ซึ่งไม่อยู่ในเงื่อนไข ตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 ให้กับ ขสป.พนมดงรัก

โดยนายบุญที และชาวบ้านข้างเคียง ได้ร่วมเดินตรวจสอบพื้นที่กับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ.9 และ จนท.ขสป.พนมดงรัก พร้อมทั้งได้ร่วมตรวจสอบ ดูแผนที่ภาพถ่ายออโต้สี ปี 2545 ประกอบการชี้แนวเขตควบคุม และที่ทำกินของนายบุญที ภาพถ่ายย้อนหลังปี 2545 ปรากฏชัดว่า พื้นที่นายบุญที มีร่องรอยการทำกินจริง และได้ทำกินมาก่อนปี 2541 แต่มีพื้นที่บางส่วน ที่นายบุญทีก็ยอมรับว่า ได้ปลูกต้นไม้ยืนต้นบางชนิดล้ำลำห้วย ซึ่งนายชัยวัฒน์ฯ ได้ชี้แจง ว่าลำห้วยสาธารณะหรือ ลำคลองหรือบึง ที่อยู่ใกล้ที่ทำกินนั้น ไม่สามารถปลูกสิ่งปลูกสร้าง หรือปลูกต้นไม้ยืนต้น ขวางทางน้ำสาธารณะ ที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยนายบุญที ทราบและเข้าใจ และพร้อมที่จะนำต้นมะม่วงหิมพานต์ ที่ปลูกล้ำเกินพื้นที่ ออกไปปลูกในพื้นที่ของตน ตามที่จนท.ได้ชี้ให้มีสิทธิทำกินอย่างถูกต้อง

                       





โดยนายบุญที เครือบุตร ชายชราวัย72ปี ได้กล่าวขอบคุณนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ.9 และเจ้าหน้าที่ทุกคน ด้วยเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอเบ้าว่า เป็นเวลานานถึง30 ปีแล้ว อยู่ทำกินกันมาอย่างไม่เคยสบายใจ และกังวลมาตลอดว่า ที่ดินที่ได้ทำมาหากินมายาวนานนี้ ไม่รู้ว่าที่ดินแปลงนี้จะให้ลูกหลาน ทำกินต่อไปในอนาคตได้หรือไม่ แต่มาถึงวันนี้ทั้งครอบครัว รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่จนท.ได้มาชี้แนวเขตทำกินให้ ตนและครอบครัวพร้อมชาวบ้านทุกคน ต้องขอขอบพระคุณ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักฯ และจนท.ทุกคน ที่ลงมาดำเนินการ ทำให้ได้มีที่ทำกินต่อไป และจากนี้ไปลูกหลาน ก็จะได้ทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมายเสียที

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการดำเนินการจัดประชุมชี้แจง ในเรื่องพรบ.ฉบับใหม่ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ.9/ที่ปรึกษาชุดฉก.พญาเสือ ก็ได้ดำเนินการ ลงพื้นที่ทำความเข้าใจ ให้ชาวบ้านได้ทราบไปแล้วโดยทั่วกัน ในพื้นที่ต่างๆรวม 4 แห่ง  ประกอบด้วย ที่ศาลาบ้านจรัส ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ที่ศาลาบ้านโนนเจริญ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หน่วยจัดการต้นน้ำห้วยสวาย-ห้วยหลวง อ .ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และที่ ศาลาหมู่บ้านนาตราว  อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ

                       

                                                     

ภาพ-ข่าว  วุฒิเดช ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาญจนบุรี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน