หนุ่มบัณฑิตมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ฉีกแนวปลูกองุ่นแปลงใหญ่เจ้าแรกในภาคใต้




นางยุ๊กหมุ้ย วิไลกูล อายุ 50 ปี แม่เจ้าของสวนองุ่นบอกว่า ลูกชายคือนาย เลอศักดิ์ วิไลกูล  เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อกลับมาอยู่บ้านพบกับสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ  โดยเฉพาะราคายางพาราที่เป็นรายได้หลักของคนส่วนใหญ่ในภาคใต้   จึงได้ปรึกษาคุณพ่อและคุณแม่ ลองทำสวนองุ่น ซึ่งคุณแม่ก็มีความชอบ และอยากจะทำสวนองุ่นอยู่แล้ว  จึงเริ่มทดลองปลูกเริ่มแรกเพียงสองต้น ซึ่งตายไป 1 ต้น เหลือเพียง 1 ต้น และให้ผลผลิตได้ ลูกชายจึงหาความรู้เพิ่มเติมจากสื่อต่างๆ แล้วลงมืออย่างจริงจังโดยการสร้างโรงเรือนแบบมีหลังคาโดมกันฝน และครอบมุ้งหรือตาข่ายกันแมลง ในเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ รวม 15 โรงเรือน เป็นแปลงใหญ่ที่สุดในภาคใต้เจ้าแรก

ปลูกองุ่น 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์เฟรมซีดเรท พันธุ์รูทเพอเรท และพันธุ์บิวตี้ซีดเลท หรือองุ่นไร้เมล็ด  ระยะเวลาจากเริ่มปลูก 1 ปี 4 เดือน ถึงจะได้รับผลผลิต  ส่วนการดูแลนับว่าองุ่นเป็นพืชที่ดูแลยาก ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพราะต้องต่อสู้กับสภาพอากาศในภาคใต้ โดยเริ่มปลูกตั้งแต่ปลายปี 2559  จนต้นองุ่นมีความสมบูรณ์แข็งแรง จนสามารถเปิดให้นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจเข้าชมสวนได้เป็นครั้งแรกเมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2560  ซึ่งปัจจุบันนี้เปิดให้ชมเป็นรอบที่ 4 ระหว่างวันที่ 31มีนาคม – 28 เมษายน สำหรับรอบที่ 5 จะเปิดประมาณเดือน กันยายน 2562


นางยุ๊กหมุ้ย วิไลกูล บอกว่านักท่องเที่ยวที่เข้าชมสวนองุ่น ส่วนใหญ่จะมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากครั้งแรกที่เปิดให้ชม มีเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานที่นั่นมาชมสวน และถ่ายภาพลงสื่อโซเชียลทำให้ผู้ที่ติดตามเห็นและบอกกันปากต่อปาก และต่างพากันมาชม พร้อมกับถ่ายรูปอย่างมีความสุข  สำหรับการเข้าชมเก็บเงินคนละ 20 บาท มีข้อปฎิบัติคือ  1.ห้ามสัมผัสหรือจับผลผลิตโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจจะทำให้ผลองุ่นช้ำ 2.ห้ามเข้าใกล้โคนต้นระยะ 1 เมตร อยากให้นักท่องเที่ยวทุกท่านเดินตรงกลาง เพราะบริเวณโคนต้นองุ่นคือรากอ่อน ถ้าเกิดเหยียบเข้าอาจทำให้ต้นตายได้ 3.ห้ามวิ่งเล่นในแปลงโดยเด็ดขาด


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน