เผากลางแจ้ง 5 ศพดาบตำรวจเมืองคอนพร้อมลูกเมียและญาติ ๆ เหยื่ออุบัติเหตุบนถนนเมืองไทย สลดสองแม่ลูกนอนกอดในโลงเดียวกัน




จากกรณีที่เมื่อค่ำวันที่ 27 เม.ย.2562 ที่ผ่านมา ขณะที่ ด.ต.ประเสริฐ จ้ายเกิด อายุ 48 ปี ผบ.หมู่ งานป้องกันปราบปราม สภ.เขานิพันธ์ อ.เวียงสระ จ.สุราษฏร์ธานี ขับรถกระบะโตโยต้าวีโก้สี่ประตู สีดำ ทะเบียน กท 8775 นครศรีธรรมราช เดินทางจากบ้านที่ อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อไปเยี่ยมญาติที่ จ.สุรินทร์ พร้อมกับ ร.ต.ต.สมบูรณ์ วานุนาม อายุ 62 ปี ตำรวจนอกราชการ นางจราวรรณ์ วานุนาม อายุ 57 ปี ภรรยา นางมาลาทิพย์ วานุนาม อายุ 35 ปี ด.ญ.อรัชพร เพชรศรีทอง หรือ “น้องต้นบุญ” ลูกสาว อายุ 8 เดือน พร้อมเครือญาติที่นั่งมากับรถกระบะที่ ด.ต.ประเสริฐเป็นคนขับอีก 4 คน

                โดยได้ขับมาตามถนนพหลโยธิน กม.99 ขาเข้าสระบุรี หมู่ 8 ต.หนองนาก อ.หนองแค จ.สระบุรี ต่อมาได้มีรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ สีดำ ทะเบียน กบ 7870 สระบุรี มีนายอดิศักดิ์ นาลาดทา อายุ 22 ปี เป็นคนขับและมีเพื่อนอีก 2 คน คือนายประทีบ ท่อนอ่อน อายุ 22 ปี และนายสุเมธ ไชยทองศรี อายุ 35 ปี นั่งมาด้วยถึงที่เกิดเหตุรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ทสีดำ ขับสวนทางมาเกิดเสียหลักตกร่องกลางถนน ก่อนพุ่งข้ามเลนมาชนรถกระบะของ ด.ต.ประเสริฐ อย่างจัง ก่อนจะพุ่งไปเชี่ยวชนรถเก๋งฮอนด้า สีบรอนซ์ ที่ขับตามหลังมาอีกคัน  ผลปรากฏว่ารถของ ด.ต.ประเสริฐ มีคนเสียชีวิตรวม 5 ศพ และเครือญาติที่นั่งมาด้วยกันบาดเจ็บอีก 4 คน หลังเกิดเหตุทางญาติรับศพทั้ง 5 ศพ กลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเลขที่ 172 หมู่ 4 บ้านวังตลับ ต.ถ้ำพรรณรา อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.ถึงวันที่ 5 พ.ค.2562 รวม 7 คืน

เผากลางแจ้ง 5 ศพ

(7 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเมื่อบ่ายวันที่ 6 พ.ค. 2562 ซึ่งเป็นวันกำหนดฌาปนกิจศพทั้ง 5 ศพ ญาติ ๆ ได้ทำการเคลื่อนย้ายศพทั้ง 5 ศพไปที่วัดควนกอ หมู่ 3 ต.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านตลอดถึงเพื่อนร่วมงานของ ด.ต.ประเสริฐ นับพันคนมาร่วมงาน โดยบรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วนความเศร้าสลด ซึ่งการฌาปนกิจจะกระทำพร้อมกันทั้ง 5 ศพ ซึ่งมีการจัดสถานที่และสร้างเป็นเมรุลอยแบบโบราณเรียงกัน 4 เมรุกลางแจ้ง โดยในจำนวน 5 ศพนั้นศพของนางมาลาทิพย์ วานุนาม  ผู้เป็นแม่ และ ด.ญ.อรัชพร เพชรศรีทอง หรือ “น้องต้นบุญ”  ลูกสาวอายุเพียง 8 เดือนญาติ ๆ ได้บรรจุศพทั้งแม่และลุกในโลงเดียวกัน โดยในส่วนของ ญาติ ๆและเพื่อนฝูงที่มาร่วมในพิธีทุกคนต่างอยู่ในอาการโศกเศร้ามากยิ่งขึ้นบางคนถึงกับเป็นลมล้มพับ ต้องช่วยกันปฐมพยาบาลชุลมุน

อย่างไรก็ตามทุกคนต่างตั้งใจมาร่วมฌาปนกิจหรือเผาศพทั้ง 5 ศพ เพราะเป็นการเผาแบบโบราณที่หายไปจากสังคมไทยนานเกือบ 50 ปีแล้ว และการเผาด้วยวิธีดังกล่าวจะมองเห็นไฟที่ลุกลามเผาร่างของผู้ตายอย่างชัดเจน ยิ่งเพิ่มความเศร้าสลดน่าหดหู่ใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากเป็นความจำเป็นที่ญาติ ๆ ต้องการฌาปนกิจพร้อมกัน ในที่เกี่ยวกับ ในขณะที่เมรุของวัดมีเพียง 1 เมรุเท่านั้นจึงไม่สามารถฌาปนกิจหรือเผาพร้อมกันได้ทั้ง 5 ศพ จึงต้องหันมาใช้วิธีการสร้างเมรุลอย ซึ่งแต่ละเมรุจะสร้างแบบง่าย ๆ โดยการนำเสามาปักเมรุละ 4 เสาเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างประมาณ 1.5 เมตร จากนั้นนำดุ้นฟืนมาวางซ้อนทับในช่องสี่เหลี่ยมของแต่ละเมรุจนดุ้นฟืนสูงจากพื้นดินประมาณ  1 เมตรเศษ

เผากลางแจ้ง 5 ศพ

ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน