แม่แรงงานไทยในอิสราเอล หลังถูกสะเก็ดระเบิด สุดแสนจะดีใจ พบว่าลูกยังปลอดภัยดี




จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก TIC นักสู้ภาคอีสานเพื่อนไทยในอิสราเอล ที่ติดตามเป็นศูนย์กลางรายงานความเคลื่อนของกลุ่มแรงงานคนไทยในอิสราเอล ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า มีแรงงานชาวไทยชาวอุดรธานี เผชิญหน้าโดนลูกหลงระเบิดจากการโจมตีฉนวนกาซา เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างที่ นายไชยาฯ รับจ้างเป็นแรงงานทำงานในเมืองโอฮาด ทางตอนใต้ของอิสราเอล ทำให้ร่างถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัส มีภาพเหตุการณ์ที่ผู้คนช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยมีการโพสต์ภาพถ่ายล่าสุด ที่โรงพยาบาล ระบุว่าขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว โดยมีผู้เข้ามาโพส์ให้กำลังใจจำนวนมาก

ในขณะที่วันเดียวกันทางเพจ TIC ก็โพสต์ภาพและข้อความ ขอแสดงความเสียใจกับญาติของ นายพายัพย์ คงช่วย แรงงานไทยในอิสราเอล ที่เป็นชาว อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ที่เสียชีวิต ด้วยอาการปอดบวมหัวใจล้มเหลวแล้ว

วันที่ 7 พฤษภาคม ที่สำนักงานจัดหางาน จ.อุดรธานี นายจักก์ สมุทรกลิน นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สนง จัดหางาน จ อุดรธานี ให้ข้อมูลแรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อว่า นายไชยา มหาโครต อายุ 39 ปี อยู่ที่107 หมู่ 10  บ้านหนองแวง ต.ไชยวาน อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี เป็นแรงงานที่เดินทางไปทำงานที่อิสราเอส อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ที่ทางกรมการจัดหางาน เป็นผู้ส่งไปทำงานในโครงการ TIC หรือ “โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศไทย-อิสราเอล เพื่อการจัดหางาน” หรือ Thailand Cooperation on Placement of Worker

จากนั้นนายจักก์ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ สำนักงานแรงงาน จ.อุดรธานี ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 107  หมู่ 10บ้านหนองแวง ต.ไชยวาน อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี พบ นางบัวลอย มหาโครต อายุ 68 ปี แม่ของนายไชยาฯ เพื่อให้กำลังใจกับครอบครัว พร้อมแจ้งข่าวและสิทธิต่าง ๆ จากทางกรมการจัดหางาน เนื่องจากเป็นการเดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ที่จะได้สิทธิ์จาก กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ไม่ว่าจะเสียชีวิต หรือ ได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน พร้อมรับตัว นางบัวลอยฯ มายัง สำนักงานแรงงาน จ.อุดรธานี เพื่อวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ กับ รมว.แรงงาน และ ฑูตไทยในอิสราเอล

นางบัวลอย มหาโครต อายุ 68  ปี แม่ของนายไชยาฯ เปิดเผยว่า ทราบข่าวลูกชายถูกสเก็ตระเบิดขณะทำงานที่สวนเกษตรของนายจ้าง ช่วงเช้าวันที่ 6 พฤษภาคม หลังเกิดเหตุ โดยพี่สาวของนายไชยาฯ นำภาพจากเฟซบุ๊กมาให้ดู แต่ตนไม่กล้าดู เพราะตกใจกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรมาก ได้แต่ถามว่าเจ็บมากไหม ขาขาดแขนขาดไหม ตอนนั้นขาอ่อนและหลังจากนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว มาทราบว่าอาการของลูกปลอดภัยก็ดีใจ มีเพื่อน มีนายจ้างไปดูแล แต่ก็ยังคงเป็นห่วงลูกชายอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาลูกชายไปทำงานต่างประเทศมาแล้ว 4 ประเทศ ตั้งแต่อายุยังน้อย คือ สิงค์โปร์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ และล่าสุดที่อิสราเอล

 

 

 

 

 

 

 

ร่วมประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์กับ นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน

“พอรู้ว่าอาการของลูกปลอดภัยแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรให้ ได้แต่ภาวนาว่าเขาหายดี ให้สุขภาพรางกายแข็งแรงเหมือนเดิม คิดว่าจะทำบุญให้เขา เมื่อเขากลับมาก็จะให้บวช เพราะทุกวันนี้ยังไม่ได้บวชให้แม่เลย ส่วนสัญญาที่ทำงานเหลืออีกปีเศษ หากเขากลับมาแล้ว อยากไปทำงานเมืองนอกอีก ก็เป็นเรื่องของเขา แต่ตอนนี้แม่รู้สึกสบายใจขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นห่วงอยู่ ถึงเขาจะไม่เป็นอะไร เราที่เป็นแม่ก็ยังคงห่วงลูกอยู่ ฝากเพื่อน ๆ ลูกที่นั่นให้ดูแลลูกชายด้วย ขอบคุณที่ช่วยดูแลลูกชาย และฝากให้ทางการดูแลอีก ดีใจที่ทางการออกมาดูแลถึงที่บ้าน”

 นายจักก์ สมุทรกลิน นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานจัดหางาน จ อุดรธานี เปิดเผยว่า แรงงานไทยของ จ.อุดรธานี ที่ไปทำงานที่อิสราเอล มี 3232 รายที่ประสบเหตุ คือ นายพายัพย์ คงช่วย ที่ป่วยเสียชีวิต และ นายไชยา มหาโครต ที่ถูกสะเก็ดระเบิด ซึ่งทั้ง 2 คน ไปทำงานถูกต้องามกฎหมาย ซึ่งผู้เสียชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือทั้งจากทางหน่วยงานของกระทรวงแรงงาน และจากนายจ้างอิสราเอลเต็มที่ตามสิทธิที่มี เบื้องต้นครอบครัวผู้ตายจะได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 40,000 บาท และเงินต่าง ๆ จากทางอิสราเอลที่ทำประกันไว้

“ส่วนกรณีนายไชยาฯ ที่ถูกสะเก็ดระเบิดขณะทำงานที่ไร่ส้ม ทางฑูตแรงงานที่อิสราเอลได้ไปเยี่ยมดูแล ทราบว่าออกจากห้อง ICU แล้ว โดยเราก็มีเงินจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ช่วยค่ารักษาพยาบาลจนสิ้นสุดการรักษา ส่วนทางอิสราเอลน่าจะมีกฎหมายแรงงานคุ้มครองที่ประสบเหตุขณะทำงาน โดยทางฑูตแรงงานจะประสานไปยังกระทรวงแรงงานของอิสราเอลอีกครั้ง “

นายจักก์ฯ กล่าวอีกว่า ส่วนเหตุสู้รบขณะนี้ ทางฑูตไทย และสำนักงานแรงงานไทยที่อิสราเอล ได้เตรียมทั้งแผนอพยพ แผนการช่วยเหลือ และแผนการติดต่อคนงานไทย โดยการทำประกาศแจกให้แรงงานไทยรับทราบ ทั้งนี้เหตุโจมตีที่นั่นเกิดขึ้นทันด่วน ทำให้มีแรงงานไทยไม่ได้รับบาดเจ็บมากหรือเสียชีวิต เพราะทำตามแผน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าสาเหตุที่ถูกสะเก็ดระเบิดเกิดขึ้นอย่างไร ทราบเพียงเกิดขึ้นตอนที่กำลังทำงานเวลาที่นั่นประมาณ 16.30 น.ส่วนเขตที่ทำงานไม่ใช่เขตสู้รบ โดยเราได้รายงานให้ทาง รมว.แรงงาน และปลัดกระทรวงแรงงานทราบแล้ว และสั่งการให้หน่วยงานทุกหน่วยของกระทรวงแรงงานเข้ามาดูแล   

ต่อมาเวลา 14. 30 น. ที่ สำนักงานแรงงาน จ.อุดรธานี ชั้น 5 ศาลากลาง จ.อุดรธานี สมาชิกของ 2 ครอบครัวของแรงงานไทยในอิสราเอส ที่เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด ได้ร่วมประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์กับ นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ที่มาประชุมแทน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน ที่ติดภาระกิจประชุม ครม.โดยมี นางเก่ง คงช่วย อายุ 56 ปี และ น.ส.บังอร ตะโนนทอง อายุ 37  ปี ชาว ต อ้อมกอ อ บ้านดุง  แม่และภรรยา นายพายัพย์ คงช่วย แรงงานที่เสียชีวิตที่อิสราเอล และนางบัวลอย มหาโครต อายุ 68 ปี แม่ของนายไชยาฯ ผู้บาดเจ็บ พร้อมฑูตไทยประจำอิสราเอล พร้อมกับทาง แรงงานจังหวัด จัดหางานจังหวัด สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ประกันสังคมจังหวัด ละสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 18อุดรธานี

 

 

 

 

เสียงแม่ของแรงงานไทยในอิสราเอลถูกสะเก็ด

ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง